Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาพยนต์สั้น เรื่อง A beautiful mind - Coggle Diagram
ภาพยนต์สั้น เรื่อง A beautiful mind
ประวัติทั่วไป
ข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ป่วยชื่อ นายจอห์น ฟอบส์ แนช จูเนียร์
อายุ 24 ปี
เชื้อชาติอเมริกัน สัญชาติอเมริกัน
ประวัติครอบครัว
มีภรรยาชื่อ อลิเซีย และมีลูกด้วยกัน 1 คน
มีน้องสาว1คน
ความสัมพันธภาพในครอบครัว
ผู้ป่วยเป็นคนเก็บตัว
ผู้ป่วยมีความคิดหมกหมุ่นเกือบทํารา้ยภรรยาและลูก
ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธกับภรรยา
ผู้ป่วยมีความคิดหมกหมุ่นและมีพฤติกรรมที่แปลกๆ
สาเหตุ
ด้านพันธุกรรม
สารสื่อประสาทในสมอง
ด้านครอบครัว
ครอบครัวตําหนิ
สภาพครอบครัวไม่เหมาะสมในการแก้ไขให้ดีขึ้น
ด้านสังคมวัฒนธรรม
สภาพแวดล้อมส่วนตัว
เป็นคนเก็บตัวไม่เข้าสังคม
ไม่มีสัมพัธภาพกับผู้อื่น
ด้านจิตใจ
ความขัดแย้งในจิตใจ
ความเคลียด
ความสามารถในการปรับตัว
ประสบการณ์ในอดีต
โดนเพื่อนแกล้งเป็นประจำ
พัฒนาการตามช่วงวัย
วัยเด็ก
เรียนเก่ง
ชอบเก็บตัว
ไม่มีเพื่อนสนิทและมักมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับเพื่อน
ไม่ชอบกิจกรรมนันทนาการเเต่มีความสนใจในด้าน
วิทยาศาสตรเ์เละทําการทดลองด้วยตนเองตัง5เเต่อายุ12ปี
วัยปริญญาเอก
พบว่าชาร์ลส์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น
ให้กำลังใจและอยู่เป็นเพื่อนผู้ป่วยเสมอ
มีความโดดเด่นทางด้านการเรียนระดับอัฉริยะ
มีความคิดหมกหมุ่นและมีพฤติกรรมแปลกๆมากขึ้น
วัยรุ่น
ผู้ป่วยหัมาสนใจทางด้านคณิตศาสตรเ์เละมุ่งมั่นในการ
เรียน
ผู้ป่วยเริ่มมีบุคลิกที่ดูเเตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเริ่มทำงาน
ชาร์ลส์อยู่กับเขาตลอดเเละเป็นเพื่อนคนเดียวที่สามารถพูดคุย
อาการและอาการแสดง
หวาดระแวง
คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย
มีคนสะกดรอยตาม
ประสาทหลอน
หูแว่วได้ยินเสียงคนสั่งให้ทำตาม
คิดว่ามีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา
คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย
ควบคุมตัวเองไม่ได้
ทำร้ายตัวเอง
ทำร้ายบุคคลรอบข้าง
ไม่ชอบเข้าสังคม
ไม่มีเพื่อน
ชอบอยู่คนเดียว
ด้านพฤติกรรม
เดินหลังค่อม
มองซ้าย มองขวา ตลอดเวลา
กระสับกระส่าย เดินไปเดินมา
พยายามโต้ตอบกับใครบางคน
เฉยเมย ไร้ความรู้สึก
ประเด็นที่สงสัย
ครอบครัวมีส่วนช่วยในการรักษาผู้ป่วยรายนี้อย่างไรบ้าง
ครอบครัวควรมีส่วนร่วมในการรักษาโดยให้กำลังใจผู้ป่วยอยู่เสมอ
ครอบครัวต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพจิตใจของผู้ป่วย
ผู้ป่วยรานี้สมควรได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือควรได้รับการรักษาที่บ้านโดยคนในครอบครัว
ควรได้รับการรักษาทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน
การรักษาที่โรงพยาบาล
เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับกำรประเมินภำวะด้านร่ำงกำย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณเพื่อกำรวำงแผนการพยาบาลแบบองค์รวม (Holistic Care)
ผู้ป่วยได้รับการบำบัด รักาษาตามแนวทางการรักษา และแผนการพยาบาลที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาอาการและความต้องการ
ผู้้ป่วยได้รับการประเมินผลการรักษาพยาบาล และปรับเปลี่ยนแผนการรักษาตามความจำเป็น เร่งด่วนของปัญหา อาการ โดยเน้นความปลอดภัย และอาการทางจิตทุเลาเร็วที่สุด
การรักษาที่บ้าน
เพื่อให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายตนเอง ให้ผู้ป่วยได้อยู่ในสถานที่ที่ผู้ป่วยคุ้นเคย
เพื่อให้ครอบครัวได้ดูแล ให้กำลังผู้ป่วย
พัฒนาการในวัยเด็กส่งผลกระทบหรือไม่
ส่งผลเนื่องจากพฤกรรมต่างๆเป็นผลต่อเนื่องมาจากวัยเด็กโดยไม่ได้มีรักษาหรือปรับเปลี่ยนพฤกรรมนั้นๆ
โรคจิตเภท
ปัจจัย
ปัจจัยด้านพันธุกรรม
ปัจจัยด้านจิตใจ
ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม
ปัจจัยด้านชีวเคมีของสมอง
อาการแสดง
อาการประสาทหลอน ได้แก่ ผู้ป่วยรับรู้บางสิ่งที่ชัดเจนมากซึ่งไม่มีอยู่จริง อาทิเห็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็น ได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่ หรือ รู้สึกว่ามีใครมาถูกตัวตนเอง
ความผิดปกติทางความคิด ได้แก่ ความคิดที่ไม่ชัดเจน ขนาดความต่อเนื่องและเหตุผลอันเป็นผลการพูดไม่เป็นระเบียบ การคุยกับตัวเอง หรือหยุดคุยกะทันหัน
การปลีกตัวจากสังคม กล่าวคือ กลายเป็นคนเก็บตัว ชาเย็น ให้ความสำคัญกับตนเองเหินห่างจากผู้อื่น เป็นต้น
ไม่มีแรงจูงใจ กล่าวคือ ไม่สนใจในสิ่งแวดล้อมและแม้แต่สุขอนามัยส่วนบุคคลและการดูแลตนเอง
การรักษา
การรักษาด้วยยา ยาสามารถช่วยบรรเทาหรือขจัดอาการเชิงบวกของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ อาการหลงผิดอาการประสาทหลอน และ ความคิดไม่เป็นระเบียบ โดยปกติแล้ว แพทย์จะสั่งยาระงับอาการทางจิตสองประเภทยาสำหรับความเจ็บป่วยทางจิต)ซึ่งเป็นยาระงับอาการทางจิตชนิดปกติ (อาทิ ฮาโรเพอริดอล ไทโอริดาซีน และ ฟลูเฟนาซีน)และยาระงับอาการทางจิตชนิดพิเศษ (อาทิ โคลซาปีน ริสเพอริโดน และ โอแลนซาปีน)แพทย์จะสั่งยาประเภทต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วย สถานะของยา และปฏิกิริยาของผู้ป่วยที่มีต่อตายาทั้งสองประเภทอาจมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน
การรักษาเพิ่มเติม คือ การฟื้นฟูสมรรถภาพสามารถช่วยฝึกให้ผู้ป่วยเผชิญและจัดการกับชีวิตประจำวันได้แพทย์จะกำหนดแผนการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วยโดยขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล อาทิการฝึกอบรมดูแลตนเอง (ได้แก่ สุขอนามัยส่วนบุคคล การทำอาการ ความปลอดภัยในครัวเรือน
การรักษาด้วยไฟฟ้า เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าผ่านบริเวณศีรษะของผู้ป่วยในปริมาณน้อยๆ เพื่อทำให้เกิดการชักเหมือนกับในโรคลมชัก กระแสไฟที่ใช้มีขนาดต่ำมาก ไม่มีอันตรายต่อสมองอย่างแน่นอน ปัจจุบันวิธีการทำก้าวหน้าขึ้นมาก การชักที่เกิดขึ้นนั้นอาจเห็นเพียงปลายแขนขยับเล็กน้อย เนื่องจากก่อนการทำแพทย์จะทำให้ผู้ป่วยหมดสติและกล้ามเนื้อคลายตัวทั้งหมด ซึ่งเป็นกระบวนการเหมือนกับที่ใช้ในการผ่าตัดทั่วๆ ไป แต่ระยะเวลาสั้นกว่ามาก โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณไม่ถึง 5 นาที การรักษาจะทำวันเว้นวัน เช่น วันจันทร์-พุธ-ศุกร์ ทำทั้งหมดประมาณ 10-12 ครั้ง อาจมากน้อยกว่านี้ก็ได้ตามแต่ที่แพทย์เห็นว่าผู้ป่วยอาการเป็นอย่างไร
โรคกลัวสังคม
อาการแสดง
รู้สึกกังวลและระแวดระวังตัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องอาการวิตกกังวล
ทำให้คนอื่นมีทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับพวกเขาหรือแม้กระทั่งทำให้ตัวพวกเขาเองได้รับความอับอาย พวกเขาอาจรู้สึกว่าทุกคนคาดหวังสูงต่อกันและกัน
ด่วนตัดสินบุคคลจากการแสดงออกทางสังคมของตนเอง
ปัจจัย
ความเขินอาย ความขี้กลัวและการหลีกหนีการเผชิญสถานการณ์ทางสังคมที่น่าอับอายต่าง ๆตอนวัยรุ่นโดยไม่มีความมั่นใจทางสังคมอาจเป็นอาการที่ค่อย ๆพัฒนาจนกลายเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม
การได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือน่ากลัวในสถานการณ์สังคมนำไปสู่ความกลัวต่อสถานการณ์ที่คล้ายกันได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยทางพันธุกรรม ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะ Norepinephrine/Dopamine รวมทั้งปัจจัยทางประสบการณ์ชีวิตด้านลบ เช่น การขาดความรักในวัยเด็ก การถูกตำหนิติเตียน หรือ การตามใจเกินไป
การรักษา
ยารับประทานในการรักษาโรคกลัวการเข้าสังคม ยาที่ใช้บ่อยที่สุดคือยาเซโรโทนินโปรตีนที่ได้รับการคัดเลือกSSRI) และยากลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเซโรโทนินและนอร์อิพิเนฟริน (SNRI)ทั้งสองวิธีช่วยให้เซโรโทนินและนอร์อิพิเนฟริน กลับคืนความสมดุลและรักษาอาการต่าง ๆและรักษาโรคกลัวการเข้าสังคมที่มีผลข้างเคียงน้อยลง
จิตบำบัด การฝึกการลดความหวาดกลัวโดยการเผชิญการสิ่งที่กลัวอย่างเป็นระบบ (Systematic desensitization) รวมทั้งการฝึกควบคุมความวิตก ฝึกการผ่อนคลายความเครียดทางจิต ลดความบกพร่อง/ข้อด้อยในชีวิตต่างๆ การฝึกทักษะทางสังคม (social skill training) การทำครอบครัวบำบัด ตลอดจนการรักษาโรคร่วมอื่นๆให้ดีขึ้นด้วย
พรบ
มาตราที่ 22
บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา
มีภาวะอันตราย
มีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา
มาตราที่23
ผู้ใดพบบุคคลที่มีพฤติกรรมอันน่าเชื่อเถือว่าบุคคลนั้นมีลักษณะตามมาตร 22ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ พนักงานปกครองหรือตำรวจโดยไม่ชักช้า
อ้างอิง
กรมสุขภาพจิต(2551).พระราชบัญญัติสุขภาพจิตปี2551.สืบค้นจาก
http://new.smartteen.net/Knowledge/
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย. (2554). การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช. พิมพ์ครั้งที่4. กรุงเทพฯ :บริษัทวี พริ้นท์จํากัด.
อัจฉราพร สี่หิรัญวงศ์, ประภา ยุทธไตร, พวงเพ็ชร เกษรสมุทร และวารีรัตน์ ถาน้อย. (2557).การพยาบาลจิตเวชศาสตร์. นครปฐม บริษัทอมรินทร์พริ้นท์ติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจํากัด
สรุปการเชื่อมโยงCase
ผู้ป่วยเป็นโรคจิตเภท
ข้อมูลสสับสุน
ผู้ป่วยมีการอาการประสาทหลอน
ผู้ป่วยไม่ชอบเข้าสังคม