Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาพยนต์สั้น เรื่อง A beautiful mind, นางสาวธนพร รูปทรง เลขที่ 31 ห้อง2A…
ภาพยนต์สั้น เรื่อง A beautiful mind
Hallucination
เห็นภาพหลอน สร้างตัวตนบุคคลขึ้นมาการรับรู้การมองเห็นและการได้ยินผิดปกติ
สาเหตุ
ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง
การมีสภาพไม่รู้สึกตัว ( Unconscious ) ในขณะที่ยังอยู่ในสภาพรู้สึกตัว ( Consciousness )
ความผิดปกติที่มาจากโครงสร้างของสมองถูกรบกวน
แอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติดต่างๆ
ผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น Mescaline, Psilocybin
โรคทางกาย เช่น โรคพาร์กินสัน เนื้องอก
การพักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนหลับไม่เพียงพอในช่วงระยะเวลาหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลานาน
การวินิจฉัย
Electroencephalography หรือ EEG
เป็นการวัดกิจกรรมการทำงานของสมองโดยการบันทึกคลื่นไฟฟ้าและแสดงออกมาในรูปแบบกราฟ
การรักษา
การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคแก่ผู้ป่วย ให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป ขึ้นกับตัวผู้ป่วยและลักษณะของโรค
ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เช่น จอตาเสื่อม ต้อกระจก หรือต้อหิน ควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ หรือผู้ป่วยที่มีเนื้องอกอาจได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีหรือผ่าตัด
รักษาด้วยยา
ยาต้านชัก (Antiseizure) เพื่อรักษาโรคลมชัก
ยาทริปแทน (Triptans) หรือยาเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta Blocker) สำหรับผู้ที่เป็นไมเกรน
หลอนเกิดขึ้นจากอาการถอนสุราที่รุนแรง อาจใช้ยาชะลอระบบประสาท
ชนิดของ Hallucination
Auditory hallucination
หูแว่ว ได้ยินเสียงต่างๆ
Olfactory hallucination
ได้กลิ่นแปลกๆ
Visual hallucination
เห็นภาพหลอนเช่น เห็นคนกำลังมาจะทำร้ายตน
Gustatory hallucination
ลิ้นได้รับรสแปลกๆ เช่น รสโลหะ
Tactile hallucination
รู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่ตอมตามผิวหนัง
การพยาบาล
3.ยอมรับสถานการณ์ของผู้ป่วย ไม่ปฏิเสธ หรือตำหนิสิ่งที่ผู้ป่วยเล่าให้ฟัง
4.รับฟังสิ่งที่ผู้ป่วยพยายามบอกเล่า พยายามสนองตอบโดยเน้นที่สถานการณ์จริงและการให้ข้อเท็จจริงเมื่อมีโอกาส
2.คอยดูแลช่วยเหลือป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุหรืออาการหวาดกลัวขณะที่ผู้ป่วยมีอาการ
5.หากิจกรรมให้ผู้ป่วยทำเพื่อลดอาการครุ่นคิด วิตกกังวล ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดอาการได้
1.ประเมินอาการและระัดับความรุนแรง พิจารณาว่าเกิดขึ้นเมื่อไร มีลักษณะอย่างไร
เป็นความผิดปกติทางการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยไม่มีสิ่งเร้ามากระตุ้นจากภายนอก
ภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบ
เป็นโรควิตกกังวลและโรคย้ำคิดย้ำทำ
มีภาวะซึมเศร้า
แยกตัวออกจากสังคม มีพฤติกรรมก้าวร้าว ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
ไม่สามารถทำงานหรือเรียนหนังสือได้ตามปกติ
อาจกระตุ้นให้เกิดความกลัวหรืออาการหวาดระแวงได้
เกิดปัญหาทางด้านการเงินและด้านกฎหมาย และอาจกลายเป็นคนเร่ร่อน
Delusions
ชนิดของ Delusions
Jealous type
หลงผิดว่าคู่ของตนนอกใจ
Pdrsecutory type
หลงผิดว่าถูกปองร้าย
Grandiose type
ลงผิดว่ามีความสามารถเกินความเป็นจริง มีอำนาจ
Somatic type
หลงผิดว่าร่างกายมีความผิดปกติหรือป่วยเป็นโรคบางอย่าง เช่น มะเร็ง
Erotomanic type
หลงผิดว่าบุคคลอื่นหลงรักตนหรือเป็นคู่รักของตน
การรักษา
จิตบำบัด
การบำบัดเพื่อช่วยปรับทัศนคติต่อสิ่งแวดล้อมและการมีปฏิสัมพันธ์ (Cognitive Behavioral Therapy: CBT)
การบัดบัดแบบครอบครัว
การบำบัดส่วนบุคคล
การเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือตนเอง
มักใช้ยาและให้ผู้ป่วยเข้ารับการทำจิตบำบัดควบคู่กัน
การรักษาด้วยยา
ยากล่อมประสาท
ยาต้านเศร้า
ยาระงับอาการทางจิต
สาเหตุของโรคหลงผิด
สมองทำงานผิดปกติ
ความเครียด
ในปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
แอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติดต่างๆ
ความผิดปกติของความคิด มีความเชื่ออย่างสนิทใจ ในเรื่องที่ไม่เป็นความจริงและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เหตุผล
ภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบ
อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับประเภทของอาการ สถานการณ์ในชีวิตของผู้ป่วย
อาจเกิดภาวะซึมเศร้า
อาจนำไปสู่พฤติกรรมที่รุนแรง
การป้องกัน
เรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียด เพื่อให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย
หมั่นสังเกตอาการและความผิดปกติทั้งของตนเองและบุคคลใกล้ตัว ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ รวมถึงไม่ใช้สารเสพติดทุกชนิด
หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการของโรคนี้หรือสงสัยว่าอาจมีความผิดปกติทางจิตเกิดขึ้น ควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาทันที
การพยาบาล
4.ยอมรับพฤติกรรม ไม่ตำหนิโต้แย้งหรือปฏิเสธพฤติกรรมหลงผิดของผู้ป่วย
ให้ผู้ที่มีอาการหลงผิดระบายความรู้สึกความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่หลงผิดพยาบาลใช้การสนทนา การปฏิสัมพันธ์ และสัมพันธภาพเพื่อการบำบัดโดยเน้นให้ผู้ป่วยรู้สึกและยอมรับว่าตนเกิดอาการหลงผิดจริง
เสนอตัวเป็นเพื่อนคอยดูแลช่วยเหลือเมื่อผู้ป่วยมีอาการ โดยเฉพาะผู้ที่หลงผิดว่าตนจะได้รับอันตรายจนเกิดอุบัติเหตุ ระมัดระวังอันตรายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ป่วย ในขณะที่มีอาการหลงผิด และพยายามหนีจากสภาพการณ์ที่หลงผิด
6.จัดสถานการณ์ให้ผู้ที่หลงผิดได้เรียนรู้สถานการณ์จริงด้วยตนเอง เช่น การจัดกิจกรรมกลุ่ม
2.ดูแลให้ผู้ที่มีอาการหลงผิดได้รับความปลอภัยจากอาการหลงผิดทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
7.ลดอาการหลงผิดโดยหากิจกรรมให้ผู้ป่วยทำเพื่อดึงความคิดของผู้ป่วยให้อยู่ที่กิจกรรมและอยู่กับความจริง
1.ประเมินอาการ และระดับความรุนแรง
พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551
มีสาระสำคัญคือ การนำบุคคลที่มีภาวะอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษาให้ได้รับการบำบัดรักษา ภาวะอันตรายที่กล่าวถึงคือ อันตรายที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติทางจิต ที่แสดงออกมาทางพฤติกรรม อารมณ์ ความคิดหลงผิดหรือพฤติกรรมที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น เช่น เมื่อมีผู้ป่วยทางจิตมีพฤติกรรมอาละวาด ทำร้ายคนรอบข้าง ผู้ที่พบเห็นสามารถแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ให้ดำเนินการพาบุคคลนั้นไปยังโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานบำบัด เพื่อให้บุคคลผู้นั้นได้เข้ารับการรักษาอาการทางจิต หรือพฤติกรรมผิดปกตินั้นในโรงพยาบาล แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่ยินยอมเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็ตาม กล่าวโดยสรุปคือ พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ เน้นการบังคับรักษาผู้ป่วยทางจิต แม้ผู้ป่วยจะไม่ยินยอม ถือเป็นการให้ความคุ้มครองเจ้าพนักงานตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เอาตัวผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล โดยไม่ถือว่าเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด
ประวัติ
ประวัติด้านครอบครัว
ภรรยา 1 คน ชื่อ อลิเซีย มีบุตร 1 คน
มีน้องสาว 1 คน
สัมพันธภาพในครอบครัว
มีพฤติกรรมแปลก
คิดหมกมุ่น
เก็บตัว
ข้อมูลส่วนบุคคล
อายุ 24 ปี
เชื้อชาติอเมริกัน สัญชาติอเมริกัน
ชื่อ นาย จอห์น ฟอบส์ แนช จูเนียร์ (Mr.John Forbes Nash,Jr.)
อาการและอาการแสดงจากกรณีศึกษา
ประสาทหลอน
คิดว่ามีคนปองร้าย
หูแว่ว ได้ยินเสียงคนสั่งให้ทำตาม
เห็นภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของโดยไม่มี
สิ่งเหล่านั้นอยู่จริง
ความจำเพื่อใช้งาน (working memory) บกพร่อง คือ ความสามารถในการจดจำข้อมูลเฉพาะหน้าลดลง
หวาดระแวง
คิดว่ามีคนปองร้าย
คิดว่ามีคนสะกดรอยตาม
ไม่เข้าสังคม
ชอบอยู่คนเดียว
ไม่มีเพื่อนสนิท
ควบคุมตนเองไม่ได้
ทำร้ายตนเอง และผู้อื่น
สาเหตุ
ด้านครอบครัว
ครอบครัวตำหนิ
ด้านสังคม
ความกดดันจากสภาพแวดล้อมที่มีคนเก่งรอบตัว
เก็บตัว ไม่มีเพื่อนสนิท
ไม่มีสัมพันธภาพกับผู้อื่น
ความต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม
การแข่งขันทางการศึกษาค่อนข้างสูง
ด้านพันธุกรรม
สารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ
ด้านจิตใจ
ความเครียด
ความสามารถในการปรับตัว
ความขัดแย้งภายในจิตใจ
ประสบการณ์ในอดีต
โรคจิตเภท (schizophrenia)
เกณฑ์วินิจฉัย DSM-5
มีอาการต่อไปนี้ตั้งแต่2 อาการขึ้นไปนาน1 เดือน
โดยอย่างน้อยต้องมีอาการในข้อ 1-3 อยู่1 อาการ
อาการประสาทหลอน
การพูดอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน
อาการหลงผิด
พฤติกรรมที่ไม่มีระเบียบแบบแผนเคลื่อนไหวมากเกินไป น้อยเกินไป หรือแปลกประหลาด (catatonic behavior)
อาการด้านลบ เช่น สีหน้าทื่อ เฉยเมย แยกตัวจากคนอื่น
ระดับความสามารถในด้านสำคัญๆ เช่น ด้านการทำงาน การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น หรือการดูแลตนเอง
ลดลงไปจากเดิมอย่างชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งด้าน
การรักษา
Electroconvulsive therapy:ECT
เป็นการรักษาด้วยไฟฟ้า
โดยทั่วไปจะใช้ในกรณีผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา โดยใช้ ECT ร่วมไปด้วย
Insulin coma therapy
การรักษาโดยการฉีด Insulin ให้ผู้ป่วยหมดสติ (Hypoglycemia Coma) แล้วแก้ให้ฟื้นด้วยกลูโคส
ซึ่่งในปัจจุบันไม่มีการรักษาด้วยวิธีนี้แล้ว
Family support
ความเข้าใจและกำลังใจที่ดีจากคนในครอบครัว จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
ยา Clozapine
ระยะเวลาที่ยาในเลือดขึ้นสูงสุด โดยเฉลี่ย 2.5 ชม. (ช่วงตั้งแต่ 1 - 6 ชม. ) ระดับยาจะอยู่ในระดับคงที่จะใช้เวลา 8 -10 วัน
กลไกการออกฤทธิ์ คือ เปลี่ยนแปลงการทำงานของสารเคมีในสมองหรือปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง
ระดับยาสูงสุดในเลือด ความเข้มข้นของยาที่สภาวะคงที่โดยเฉลี่ย คือ 319 ng/L ( อยู่ในช่วง 102 - 771 ng/L )
ระยะเวลาที่ออกฤทธิ์ (duration) 4 - 12 ชม.
มักรักษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคจิตเภทที่อาการไม่ดีขึ้น เพื่อลดอัตราการทำร้ายตนเอง
ผลข้างเคียง
การปรับสายตาทำได้ยาก ทำให้มองภาพได้ไม่ชัด
มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการหัวใจเต้นเร็ว และเต้นไม่สม่ำเสมอ (tachycardia) คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลง ความดันเลือดต่ำขณะยืน (orthostatic hypotension) มีอาการมึนงง หรือ เป็นลม
ง่วงซึม กระสับกระส่าย ไข้สูง เม็ดเลือดขาวต่ำ
อาการจากกรณีศึกษา
หูแว่ว ได้ยินเสียงคนสั่งให้ทำตาม
ความจำเพื่อใช้งาน (working memory) บกพร่อง คือ ความสามารถในการจดจำข้อมูลเฉพาะหน้าลดลง
คิดว่ามีคนปองร้าย คิดว่ามีคนสะกดรอยตาม
เห็นภาพคน สัตว์ หรือสิ่งของโดยไม่มี
สิ่งเหล่านั้นอยู่จริง
พร่องกิจวัตร พฤติกรรมถดถอย
การพยาบาล
3.จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม มีบรรยากาศผ่อนคลาย อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นมุมอับเพื่อช่วยลดภาวะเครียดของผู้ป่วยลง
4.ใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกออกมากระตุ้นให้หาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยจัดสถานที่ให้มีความเป็นส่วนตัว เพื่อให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกและเป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างพยาบาลและผู้ป่วย
ประเมินระดับความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายจากภาวะซึมเศร้าหรืออาการทางจิตเช่น หลงผิด หวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย
6.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษาและเฝ้าระวังอาการข้างเคียงของยา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างต่อเนื่อง
กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกลุ่มบำบัดเพื่อสนับสนุนการคิดเชิงบวกลดอาการซึมเศร้า/แยกตัวเอง
7.ให้คำแนะนำและกำลังใจแก่ญาติ/ผู้ดูแลในการดูแลอย่างใกล้ชิด และประเมินสัมพันธภาพของญาติและครอบครัว
1.สร้างสัมพันธภาพด้วยการพูดคุยที่นุ่มนวล เป็นมิตรและอบอุ่น แสดงการยอมรับผู้ป่วย มีความอดทนในการรับฟัง เพื่อสร้างความไว้วางใจ ให้ความร่วมมือและยอมรับการเจ็บป่วย
นางสาวธนพร รูปทรง เลขที่ 31 ห้อง2A รหัสนักศึกษา 613601032