Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาพยนต์สั้นเรื่อง A Beautiful Mind, นางสาว ปทุมพร หอมทวนลม ปี2B เลขที่ 44 …
ภาพยนต์สั้นเรื่อง A Beautiful Mind
ประวัติทั่วไป
ข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ป่วย ชื่อ นายจอห์น ฟอบส์ แนช จูเนียร์ (Mr.John Forbes Nash, Jr)
อายุ 24 ปี
เขื้อชาติอเมริกัน สัญชาติอเมริกัน
ประวัติครอบครัว
ภรรยา ชื่อ อลิเซีย และมีลูกด้วยกัน 1 คน
น้องสาว 1 คน
สัมพันธภาพในครอบครัว
ผู้ป่วยเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว เก็บตัว มีพฤติกรรมแปลกๆ
ผู้ป่วยมีความคิดหมกมุ่น เห็นภาพหลอนจนเกือบทำร้ายภรรยาและลูก
ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกต้องการมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา
สาเหตุ
ด้านพันธุกรรม
สารสื่อประสาทในสมอง
ด้านครอบครัว
ครอบครัวตำหนิ
สภาพครอบครัวไม่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
เป็นคนเก็บตัว ไม่มีเพื่อนสนิท
ไม่มีสัมพันธภาพกับผู้อื่น
สภาพแวดล้อมรอบตัว
ด้านจิตใจ
ความขัดแย้งภายในใจ
ความเครียด
ความสามารถในการปรับตัว
ประสบการณ์ในอดีต
โดนเพื่อนแกล้งเป็นประจำ
อาการและอาการแสดง
หวาดระแวง
คิดว่ามีคนจะเข้ามาทำร้าย
มีคนสะกดรอยตาม
ประสาทหลอน
หูแว่ว ได้ยินเสียงคนสั่งให้ทำตาม
คิดว่ามีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา
คิดว่ามีคนจะเข้ามาทำร้าย
ควบคุมตนเองไม่ได้
ทำร้ายตนเอง
ทำร้ายบุคคลรอบตัว
ไม่ชอบเข้าสังคม
ไม่มีพื่อน
ชอบอยู่คนเดียว
พฤติกรรม
เดินหลังค่อม
มองซ้าย มองขวา ตลอดเวลา
กระสับกระส่าย เดินไปเดินมา
พยายามโต้ตอบกับใครบางคน
เฉยเมย ไร้ความรู้สึก
พัฒนาการตามช่วงวัย
เรียนปริญญาเอก
พบว่าชาร์ลส์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิต
ให้กำลังใจและคอยอยู่เป็นเพื่อน
มีความโดดเด่นทางด้านการเรียนในระดับอัจฉริยะ
เริ่มมีความคิดหมกมุ่นและมีพฤติกรรมแปลกๆเพิ่มมากขึ้น
วัยเด็ก
ชอบเก็บตัว
ไม่ชอบกิจกรรมนันทนาการแต่มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และทำการทดลองด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 12 ปี
ไม่มีเพื่อนสนิทและมักมีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน
เรียนเก่ง
วัยรุ่น
สนใจทางด้านคณิตศาสตร์และมุ่งมั่นในการเรียน
มีบุคลิกที่ดูแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
เริ่มทำงาน
ชาร์ลส์อยู่ด้วยตลอดและเป็นเพื่อนคนเดียวที่สามารถพูดคุยได้
คาดการณ์โรคที่ผู้ป่วยเป็น
โรคจิตเภท (Schyzophrenia)
อาการ
อาการหลงผิด เช่น หวาดระแวง หลงผิดคิดว่าเรื่องต่างๆทีเกิดขึ้นรอบตัวเกี่ยวโยงกับตนเอง พบบ่อยคือมีอาการหวาดระแวง เชื่อว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง มีคนปองร้าย
อาการประสาทหลอน คือมีการรับรู้ทั้งๆที่ไม่มีสิ่งกระตุ้น รับรู้ทาง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส พบบ่อยเช่น ได้ยินเสียงแว่ว แต่ขณะได้ยินรู้สึกตัวดีตลอด ชนิดที่พบรองลงมาคือภาพหลอน อาจเห็นคนใกล้ชิด รวมถึงอาการหูแว่วร่วมด้วย
อาการด้านความคิด มีลักษณะเหตุผลแปลกๆ ไม่เหมาะสมตนเองเข้าใจคนเดียว แสดงออกมาโดยผ่านการพูดสนทนา อาจพูดจาไม่ต่อเนื่อง หรือการตอบไม่ตรงคำถาม ทำให้ฟังไม่เข้าใจ
อาการด้านพฤติกรรมจะเห็นได้อย่างชัดเจน จากความหลงผิด ประสาทหลอน หรือความคิดเเปลกๆ บางรายเก็บตัวมากขึ้น กลางคืนไม่นอน ชอบเดินไปเดินมาทำท่าแปลกๆ บางคนควบคุมตนเองไม่ได้ ทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว พฤติกรรมก้าวร้าว
อาการด้านลบ ผู้ป่วยขาดในสิ่งที่ควรจะมีในคนทั่วๆไป ได้แก่ ไม่อยากได้ไม่อยากดี อารมณ์เฉยเมย พูดน้อยยหรือไม่ค่อยพูด ไม่สนใจคบหากับใคร เวลาพูดคุยจะรู้สึกเฉยๆ ไม่แสดงท่าทีหรือความรู้สึก อาจจะมียิ้มบ้าง
การรักษา
การรักษาด้วยไฟฟ้า
ใช้กระแสไฟฟ้าผ่านบริเวณศีรษะในปริมาณน้อยๆ เพื่อให้เกิดการชักเหมือนกับโรคลมชัก กระแสไฟฟ้ามีขนาดต่ำมาก ไม่มีอันตรายต่อสมอง
ยารักษาโรคจิต
ระยะควบคุมอาการ รักษาในช่วงอาการกำเริบ เป้าหมายคือให้อาการสงบโดยเร็ว ทำให้กลางคืนนอนหลับได้ อารมณ์หงุดหงิดลดลง อาการกระสับกระส่ายดีขึ้น อาการข้างเคียงทำให้ มือสั่น ทำอะไรช้าลง หรือปวดเกร็งกล้ามเนื้อ
ระยะให้ยาต่อเนื่อง หลังอาการสงบต้องรับประทานยาต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การดูแลรักษาด้านจิตใจและสังคม
การให้คำแนะนำแก่ครอบครัว ให้ความรู้แก่ญาติและคนในครอบครัว เกี่ยวกับโรคและปัญหาต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่ญาติควรปฏิบัติต่อผู้ป่วย
กลุ่มบำบัด จัดกิจกรรมกลุ่มระหว่างผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่งเาริมให้ผู้ป่วยมีเพื่อน มีคนเข้าใจ ไม่โดดเดี่ยว มีการช่วยเหลือการแก้ปัญหาและให้คำแนะนำ
การช่วยเหลือด้านจิตใจ ให้คำแนะนำให้สามารถปฏิบัติได้ หาวิธีแก้ปัญหาในแบบอื่นๆที่พอทำได้
นิเวศน์บำบัด จัดสภาพสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลเพื่อช่วยส่งเสริมขบวนการรักษา ประกอบด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในหอพักเพื่อส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองของผู้ป่วย
ประเด็นที่สงสัย
พัฒนาการในวัยเด็กส่งผลกระทบหรือไม่
คิดว่ามีการส่งผลเนื่องจากผู้ป่วยชอบอยู่คนเดียวและไม่เข้าสังคมกับเพื่อนมาตั้งแต่ยังเด็ก พอเริ่มโตผู้ป่วยเริ่มมีบุคลิกที่เปลี่ยนไป แตกต่างจากผู้อื่น โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ผู้ป่วยรายนี้สมควรได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือควรได้รับการรักษาที่บ้านโดยคนในครอบครัว
คิดว่าควรได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการหมกมุ่น ประสาทหลอน เห็นคนที่จะเข้ามาทำร้าย ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการคุ้มคลั่งและทำร้ายภรรยากับลูก หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัวและผู้อื่นได้
กฎหมายพระราชบัญญัติ
มาตราที่ 18 การรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า ให้กระทำได้ในกรณีที่ผู้ป่วยให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรและต้องรับทราบถึงเหตุผลความจำเป็น ความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน ประโยชน์ของการบำบัด แต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือความจำเป็น การรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้าต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการสถานบำบัดการรักษา
มาตราที่ 17 การบำบัดรักษาโดยการผูกมัดร่างกาย การกักบริเวณ หรือแยกผู้ป่วยจะกระทำไม่ได้ เว้นแต่เป็นความจำเป็นเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยเอง บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บำบัดการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพ
นางสาว ปทุมพร หอมทวนลม ปี2B เลขที่ 44
รหัสนักศึกษา 613601152