Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
A beautiful mind :<3:, อ้างอิง : กันต์ธีร์ อนันตพงศ์.(2558)…
A beautiful mind :<3:
-
-
:silhouettes: สาเหตุ
-
สาเหตุที่โรคกำเริบ
-
:check: ความเครียด ปัจจุบันมองว่า ความเครียด
หรือ สาเหตุด้านจิตใจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรค
แต่เป็นปัจจัยที่ทำให้โรคนี้หายช้า หรือกำเริบ
:smiley: ประวัติทั่วไป
-
-
ประวัติการเจ็บป่วย
2 ปีก่อนมาโรงพยาบาล หลังจบปริญญาเอกทางด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และเข้าทำงานเป็นนักคณิตศาสตร์ที่วีลเลอร์แลปส์
เขาถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกาเรียกตัวไปช่วยถอดรหัสทางการทหารจากนั้นมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงกลาโหม มาติดต่อให้เขาทำงานเป็นสายลับคอยถอดรหัสทางการทหารจากนิตยสาร
-
ผู้ป่วยกลัวถูกทำร้ายมากแต่พยายามเก็บเป็นความลับไม่ให้ใครรู้เนื่องจากเขาทำงานเป็นสายลับ แม้กระทั่งภรรยาก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน
1 วันก่อนมาโรงพยาบาล เขาเห็นกลุ่มคนสะกดรอยตามเขาไปถึงที่ทำงาน เขารู้สึกกลัวมากจึงวิ่งหนีจนกระทั่งถูกนำส่งโรงพยาบาล
พัฒนาการตามช่วงวัย
วัยรุ่น
มุ่งมั่นในการเรียนจนจบปริญญาโททางด้านคณิตศาสตร์ด้วยอายุเพียง 20 ปี
ในระหว่างนั้นผู้ป่วยเริ่มมีบุคลิกที่ดูแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
-
-
-
-
-
ควรได้รับการดูแล
สร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ โดยความไว้วางใจของผู้ป่วยที่มีจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีในการรักษา
เฝ้าระวังการทำร้ายตนเองและผู้อื่นที่เกิดจากอาการหลงผิด โดยสังเกตจากท่าทางของผู้ป่วยเช่น การมีทำท่าทีไม่เป็นมิตร การมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยจัดสิ่งแวดล้อมที่สงบ ปลอดภัย ลดสิ่งกระตุ้นผู้ป่วยถ้าผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของ ตนเองได้ด้วยการเตือนด้วยวาจา พิจารณาการจำกัดพฤติกรรมตามความเหมาะสม
-
-
-
-
ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่นเพื่อลดอาการหมกมุ่นกับอาการหลงผิด เพื่อฝึกการสร้างสัมพันธภาพที่มีแบบแผนกับบุคคลอื่น
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยารักษาอาการทางจิต (Antipsychotic drugs) ตามแผนการรักษาเพราะยารักษาอาการทางจิต จะช่วยลดระดับสารชีวเคมีในสมอง
กรดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT) ตามแผนการรักษา พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการข้ำงเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาด้วยไฟฟ้ำ
หากผู้ป่วยหวาดระแวงมากจนทำให้เกิดการพร่องสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในช่วงแรกที่มีอาการหวาดระแวงมากร่วมกับมีการควบคุมอารมณ์ของตนเองที่ไม่ดีให้ผู้ป่วยเริ่มสร้ำงสัมพันธภาพแบบหนึ่งต่อหนึ่งก่อน
-
-
-
-
-
-
(Baldwin, 2016; Sadock et al., 2015)
(สมภพ เรืองตระกูล, 2556; Sadock et al. 2015,
Weinberger & Harrison, 2011)
(Castle & Buckley,
2015; Sadock et al. 2015)
(Lieberman et al., 2011;
Weinberger & Harrison, 2011)
(Gray & Bjorklund, 2014; Schulz et al., 2016)
-
-
-
(World Health Organization: WHO,2016)
โรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติในด้านบุคลิกภาพ ความคิด การรับรู้ การแสดงอารมณ์ไม่เหมาะสม แต่สภาพความรู้สึกตัวและความสามารถทางสติปัญญายังคงปกติ แม้ว่าจะมีการสูญเสียการรับรู้ไปบ้าง
-
-
-