Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การผลิตและสำรวจปิโตรเลียม - Coggle Diagram
การผลิตและสำรวจปิโตรเลียม
เชื้อเพลิงซากดึกดําบรรพ์
ถ่านหิน เป็นหินตะกอน มีสีน้ำตาลถึงสีดำ ติดไฟได้ เกิดจากการสะสมตัวของซากพืชเป็นปริมาณมากในบริเวณที่ลุ่ม ที่มีน้ำขังนิ่งอยู่ตลอดเวลาและมีปริมาณก๊าซออกซิเจนน้อย ซากพืชที่สะสมอยู่ในบริเวณดังกล่าวจะถูกแบคทีเรียและเชื้อราเปลี่ยนสภาพเป็นอินทรีวัตถุ ซึ่งถ่านหินแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ตามสมบัติและสัดส่วนองค์ประกอบของคาร์บอนโดยเรียงลำดับปริมาณคาร์บอนในถ่านหินจากน้อยไปมากได้ดังนี้ คือ พีต ลิกไนต์ ซับบิทูมินัส บิทูมินัส และแอนทราไซต์
.หินน้ำมัน เป็นหินตะกอนเนื้อละเอียดมีลักษณะคล้ายหินดินดาน มีลักษณะการเรียงตัวเป็นชั้นบางๆ มีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีน้ำตาลเข้ม มีลักษณะแข็งแรงเหนียว หินน้ำมันเกิดจากการแปรสภาพของซากพืชโดยเฉพาะพวกตัวสาหร่ายและซากสัตว์ที่สะสมอยู่ในหินตะกอนเป็นเวลานาน หินน้ำมันมีสารประกอบอินทรีย์ ที่เรียกว่า เคอโรเจน แหล่งหินน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทย พบอยู่ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน หินน้ำมันสามารถนำมาใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า และนำมาสกัดด้วยความร้อนจะได้น้ำมันหิน ที่มีลักษณะเหมือนน้ำมันดิบ
ปิโตรเลียม เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดจากซากพืชและสัตว์ที่สะสมทับถมปนอยู่กับตะกอนดินทั้งบนบกและในทะเลเมื่อหลายหลานปีก่อน ภายใต้สภาวะที่ก๊าซออกซิเจนน้อย ซากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะถูกแบคทีเรียและเชื้อราเปลี่ยนสภาพเป็นอินทรีย์วัตถุ เมื่อเวลาผ่านไปบริเวณดังกล่าวจะค่อยๆ ทรุดตัวหรือจมลงภายใต้ผิวโลกลึกมากขึ้น และจากแรงที่กดดันที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้อินทรีย์วัตถุแปรสภาพเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
ปิโตรเลียม
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีธาตุเป็นองค์ประกอบหลัก คือ คาร์บอน และไฮโดรเจน โดยอาจมีธาตุอื่น เช่น กํามะถัน ออกซิเจน ไนโตรเจน ปนอยู่ด้วย ปิโตรเลียมเป็นได้ทั้งของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของปิโตรเลียมเอง พลังงานความร้อน และความกดดันตามสภาพแวดล้อมที่ปิโตรเลียมสะสมตัวอยู่
ปิโตรเลียมแบ่งตามสถานะในธรรมชาติได้ 2 ชนิด
1.น้ำมันดิบ (Crude Oil) มีสถานะตามธรรมชาติเป็นของเหลว ประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดระเหยง่ายเป็นส่วนใหญ่ แบ่งเป็น 3 ชนิด ตามคุณสมบัติ และชนิดของไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบอยู่
1.น้ำมันดิบฐานพาราฟิน
2.น้ำมันดิบฐานแนฟทีน
3.น้ำมันดิบฐานผสม น้ำมันดิบทั้ง 3 ชนิด เมื่อนํามากลั่นแล้ว จะให้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ก๊าซธรรมชาติ เป็นปิโตรเลียมที่อยู่ในสถานะก๊าซที่สภาพแวดล้อมบรรยากาศ
2.ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) จะประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในปริมาณร้อยละ 95 ขึ้นไป ส่วนที่เหลือจะเป็น ไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ปนอยู่เพียงเล็กน้อย ไฮโดรคาร์บอนในก๊าซธรรมชาติ จัดอยู่ในอนุกรมพาราฟิน มีคุณสมบัติอิ่มตัวและไม่เปลี่ยนแปลงทางเคมีในสภาวะปกติ ก๊าซธรรมชาติมีองค์ประกอบส่วนใหญ่คือ มีเทน (CH4) ซึ่งมีน้ำหนักเบาที่สุด และจุดเดือดต่ำที่สุดเป็นส่วนประกอบถึงประมาณร้อยละ 70 ขึ้นไป
การสำรวจปิโตรเลียม
1.การขุดเจาะหลุมเพื่อเก็บตัวอย่างหิน (Core Drilling) เป็นวิธีการที่อาศัยการขุดเจาะและเก็บตัวอย่างหินในหลุมเจาะขึ้นมาจากหลุมเจาะหลาย ๆ หลุมในบริเวณที่ทำการศึกษา และอาศัยการศึกษาตัวอย่างของหินจากหลุมเจาะ รวมทั้งระดับที่แน่นอนของตัวอย่างหิน ก็จะสามารถเปรียบเทียบชนิดของชั้นหิน และโครงสร้างของชั้นหินในบริเวณที่ศึกษาได้
2.การสำรวจโดยคลื่นสั่นสะเทือน (Seismic Prospecting) เป็นวิธีการที่อาศัยความรู้และหลักการของคลื่นไหวสะเทือนโดยอาศัยวัตถุระเบิด สำรวจโดยการขุดเจาะหลุมตื้นประมาณ 50 เมตร เพื่อใช้เป็นจุดระเบิด เมื่อจุดระเบิดขึ้น จะก่อให้เกิดคลื่นไหวสะเทือนวิ่งผ่านลงไปในชั้นหินและเกิดการสะท้อนกลับขึ้นมาสู่ผิวดิน และคำนวณหาความลึกที่คลื่นไหวสะเทือนนี้เดินทางได้ จากนั้นก็จะสามารถทราบโครงสร้างทางธรณีข้างล่างได้
3.การสำรวจโดยความโน้มถ่วง (Gravity Prospecting) เป็นวิธีการที่อาศัยความแตกต่างกันของค่าความถ่วงจำเพาะของหินชนิดต่าง ๆ ภายใต้เปลือกโลก ถ้าชั้นหินวางตัวอยู่ในแนวระนาบ จะสามารถวัดค่าความโน้มถ่วงที่คงที่ได้ แต่หากชั้นหินการเอียงเท ค่าของความโน้มถ่วงที่วัดได้จะแปรผันไปกับการวางตัวหรือโครงสร้างของชั้นหินนั้น ซึ่งก็จะทำให้ทราบลักษณะการวางตัวและโครงสร้างของชั้นหินนั้นได้จากการแปลผลข้อมูลที่ได้มา
การผลิตปิโตรเลียม
เมื่อแยกเอา น้ำ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และสารปนเปื้อนอื่น ๆ ออกจากน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ น้ำมันดิบจะถูกส่งผ่านไปยังสถานีแยกปิโตรเลียมเพื่อแปรสภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปชนิดต่าง ๆ ที่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ
แหล่งผลิตปิโตรเลียม
ที่ค้นพบแล้วทั่วโลกในปัจจุบันมีประมาณ30000แหล่ง ซึ่งกระจายอยู่ทั้งบนบกและในทะเล แหล่งปิโตรเลียมที่สำคัญของโลก ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน อิรัก คูเวต กาตาร์ อาหรับ
ในกลุ่มประเทศแถบทะเลแครีบเบียน เช่น
เวเนซุเอลา โคลัมเบีย เม็กซิโก เป็นต้น