Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษาที่ 2 ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental abruption),…
กรณีศึกษาที่ 2
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental abruption)
ความหมาย
รกลอกตัวก่อนกำหนดหมายถึง ภาวะที่มีการลอกตัวของรกที่เกาะในตำแหน่งปกติ มีการคลอดตัวก่อนคลอด หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์จนถึงก่อนทารกคลอด รกอาจลอกตัวเพียงบางส่วน หรือ ลอกตัวทั้งหมด ซึ่งพบได้ 1 ใน 200 คน
อาการ
อาการปวดท้องมาก
มีเลือดออกทางช่องคลอด
ท้องแข็ง
คลำส่วนของทารกในครรภ์ไม่ได้
ฟัง FHS ไม่ได้
การตรวจ และการตรวจพิเศษ
1.การตรวจร่างกาย เช่น อาการแสดงชีพ อาการแสดงของช็อก
2.ฟังเสียงหัวใจทารกไม่ได้ มีภาวะทารกขาดออกซิเจน (fetal distress) และพบทารกตายในครรภ์
3.การตรวจภายใน คลำไม่พบรก ถุงน้ำคร่ำตึง ในบางรายเมื่อเจาะถุงน้ำคร่ำอาจพบน้ำคร่ำมีเลือดปน การตรวจรกหลังคลอด จะพบมีเลือดคั่งหลังรก (retroplacental clot) และรอยถูกกดบริเวณรกด้านแม่
4.การตรวจพิเศษ ได้แก่ การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงนั้นบางรายก็มีประโยชน์น้อย เนื่องจากในกรณีที่ไม่ พบเลือดคั่งหลังรก ก็ไม่สามารถวินิจฉัยภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดได้แต่อาจช่วยได้ในบางรายโดยเฉพาะรายที่มี เลือดคั่งหลังรกมากก็จะสามารถวินิจฉัยได้ไม่ยากแต่ในรายที่มีเลือดคั่งหลังรกไม่มากนักจะมีผลลบลวง
วัตถุประสงค์ทางการพยาบาล
เพื่อป้องกันภาวะช็อกจากการเสียเลือด
เกณฑ์การพยาบาล
1.หญิงตั้งครรภ์ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะช็อกได้แก่ กระสับกระส่าย สับสน ตัวเย็น ใจสั่น เหงื่อออก ปัสสาวะออกน้อย 30 cc/kg/hr.
2.สัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ได้แก่ T = 36.5-37.4 oC , PR = 60-100 /min
RR = 16-24 /min , BP = 90/60 -140/90 mmHg.
3.ปริมาณเลือดที่ออกไม่เกิน 500 cc.
4.ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการค่า Hb (14-18 mg/dL), Hct ( 41-51 %) และ Plt (140,000-400,000 cell/mm3) อยู่ในเกณฑ์ปกติ
การพยาบาล
1.อธิบายให้หญิงตั้งครรภ์และครอบครัวทราบถึงพยาธิสภาพภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น แผนการรักษา การปฏิบัติตัวที่เหมาะสม
2.ในรายที่เลือดออกมากควรให้ absolute bed rest โดยจัดให้นอนท่าตะแคงซ้ายและควรให้ทำกิจกรรมเท่าที่จำเป็น
3.ดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำและดูแลให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ หรือในกรณีที่เสียเลือดมากดูแลให้ได้รับเลือดตามแผนการรักษาของแพทย์
ประเมินสัญญาณชีพ อาการและอาการแสดงของภาวะช็อก และบันทึกปริมาณสารน้ำที่เข้าและออกในร่างกาย
5.กรณีภาวะช็อกให้ปฏิบัติดังนี้
5.1 รายงานแพทย์ทันที
5.2 จัดท่าให้นอนราบไม่หนุนหมอนและตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง
5.3 ปรับให้สารน้ำหรือเลือดให้เร็วขึ้น
6.งดการตรวจทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก งดการสวนอุจาระ
7.เจาะเลือดส่งตรวจหาระดับความเข้มข้นของเลือด หมู่เลือด การนับเม็ดเลือด เกล็ดเลือด PT,PTT และอื่น ๆ ตามแผนการรักษาของแพทย์
8.เตรียมช่วยคลอดทางช่องคลอด หรือผ่าตัดคลอดตามธรรมชาติ
9.ให้หญิงตั้งครรภ์ใส่ผ้าอนามัยไว้และสังเกตปริมาณ ลักษณะ กลิ่น สีของเลือดที่ออกมาจากช่องคลอด
10.ประเมินเสียง FHS ทุก 1 ชั่วโมง หรือ mornitor EFM
11.ประคับประคองจิตใจสตรีตั้งครรภ์และครอบครัว
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
เสี่ยงต่อภาวะช็อกจากการเสียเลือดเนื่องจากมดลูกมีการหดรัดตัวถี่