Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท, นางสาวณัฐนรี ธีรวันอุชุกร รุ่น 36/1…
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท
ปัญหาทางระบบประสาทในเด็กที่พบอาการชัก
โรคไข้สมองอักเสบ (Japanese encephalitis)
การตรวจวินิจฉัย
การวินิจฉัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือตรวจหา IgM antibody เฉพาะต่อไวรัสเจอีในน้ำไขสันหลังและในเลือด
ตรวจแยกเชื้อไวรัส เจอี จากเลือดหรือน้ำไขสันหลัง
การรักษา
ถ้ามีเสมหะมากอาจต้องทำ tracheostomy บางครั้งจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
ให้ยสลดไข้ ลดอาการบวมของสมอง ระงับอาการชัก ดูแลทางเดินหายใจให้โล่งโดยการดูดเสมหะบ่อยๆ
อาการและอาการแสดง
บางรายอาจมีอาการเกร็งชักกระตุกด้วย อาจมีอาการหายใจไม่สม่ำเสมอ
ในรายที่เป็นรุนแรงมากจะถึงแก่กรรมประมาณวนที่ 7-9 ของโรค ถ้าพ้นระยะนี้แล้วจะผ่านเข้าระยะฟื้นตัวและมักจะมีความพิการเหลืออยู่
เริ่มด้วยมีไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ต่อไปอาการปวดศีรษะจะมากขึ้น มีอาการอาเจียน ง่วงซึมจนไม่รู้สึกตัว
การป้องกัน
ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง
ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 2-4 wk แล้วฉีดครั้งที่ 3 หลังจากฉีด
ไม่ควรเลี้ยงหมูในบริเวณใกล้บ้านที่อยู่อาศัย
เข็มที่ 2 ได้ 1 ปี ควรจะเริ่มให้วัคซีนนี้พร้อมกับการให้ booster dose DTP และ OPV
หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัด ยุงนี้จะกัดเวลาพลบค่ำ
โรคลมชัก (Epilepsy)
ลักษณะอาการชัก 2 ชนิด
ไม่มีความผิดปกติในระบบประสาท
Generalized seizure
Primary generalized epilepsy
Partial seizure ชักกระตุกเฉพาะที่
มีความผิดปกติในระบบประสาท
Secondary generalized epilepsy
สาเหตุการชัก
Developmental and degenerative disorders
โรคติดเชื้อของสมอง
พันธุกรรม
รอยโรคในสมองที่ทำให้เซลล์ประสาทหลั่งคลื่นไฟฟ้าสมองผิดปกติ
ได้รับอันตรายจากการคลอด
Metabolic และ Toxic etiologies
คำแนะนำสำคัญสำหรับผู้ปกครอง
มาตรวจตามนัดเพื่อแพทย์ประเมินอาการและปรับระดับยากันชักให้เหมาะสม
ห้ามหยุดยาเอง แนะนำวิธีการป้องกันอุบัติเหตุขณะชัก
ให้เด็กรับประทานยากันชักต่อเนื่องทุกวันนานอย่างน้อย 2 ปี
การรักษา
รักษาโดยการใช้ยาระงับอาการชักและยาป้องกันการชักซ้ำ
รักษาด้วยอาหาร Ketogenic diet คือการจัดอาหารสัดส่วนที่มีปริมาณไขมันสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนต่ำ
รักษาตามสาเหตุที่วินิจฉัยได้ เช่น ป่าตัดเอารอยโรคที่สมองออก
การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า
ชักจากไข้สูง (Febrile convulsion)
ชนิดของการชักจากไข้สูง
Primary febrile convulsion (ไม่มีความผิดปกติของสมอง)
Secondary febrile convulsion (มีความผิดปกติของสมอง)
การรักษา
ระยะที่กำลังมีอาการชัก
กรณีที่มีการชักเกิน 5 นาที ต้องทำให้หยุดชักเร็วที่สุด โดยใช้ยาระงับอาการชัก เช้น diazepam ทางหลอดเลือดดำหรือทางทวารหนัก
ให้ยาลดไข้ ร่วมกับ เช่น ตัวลดไข้ (เน้นขณะชักห้ามให้ยาชนิดรับประทาน)
ระยะหลังชัก
ซักประวัติตรวจร่างกายโดยละเอียด ให้ยาป้องกันการชัก รับประทานทุกวันนาน 1-2 ปี เช่น Phenobarbital , Depakine
หลักการพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการชัก
ช่วยแพทย์ในการเตรียมตรวจและส่งตรวจทางห้องปฎิบัติการ
ให้การพยาบาลผู้ป่วยด้วยความนุ่มนวลและจัดสิ้งแวดล้อมรอบเตียงให้เงียบและอากาศถ่ายเทได้สะดวก
ดูแลให้ได้รับยาระงับอาการชักตรงตามแผนการรักษาในรายที่มีอาการชักนาน
ดูแลให้ได้รับออกซิเจนตรงตามแผนการรักษาใรายที่หายใจขัด เขียว
ดูแลให้ได้รับยากันชัก ยาคลายกล้ามเนื้อตรงตามแผนการรักษา
ภายหลังให้การพยาบาลยกไม้กั้นเตียงขึ้นทุกครั้ง
ถ้าผู้ป่วยมีไข้สูง ให้เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น เพื่อให้ไข้ลด
สังเกตและบันทึกลักษณะการชักและระดับความรู้สึกตัวขณะชัก
เตรียมไม้กดลิ้นไว้ที่โต๊ะข้างเตียงในรายที่มีอาการชักเกร็ง
วัดและบันทึกสัญญาณชีพ อย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมง
ขณะชักให้งดอาหาร น้ำ ทางปาก
ทำทางเดินหายใจให้โล่ง โดยการดูดเสมหะ
จัดให้ผู้ป่วยนอนราบตะแคงหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยสำลักเสมหะ น้ำลาย
ชักจากการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมองหรือเนื้อสมอง
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)
สาเหตุ
เชื้อแบคทีเรีย
เชื้อไวรัส
พยาธิ
เชื้อรา
Cerebrospinal fluid test
Glucose 50-75 mg/dl (ครึ่งหนึ่งของน้ำตาลในเลือด)
Protein 14-45 mg/dl
White cell count ไม่พบ
อาการและอาการแสดง
ปวดศีรษะมาก ซึมลง กระหม่อมโป่งตึง อาเจียน ชัก
อาการแสดงของการระคายเคืองชองเยื่อหุ้มสมอง
Kerning's sign ได้ผลบวก
Brudzinski's sign ได้ผลบวก
คอแข็ง (Stiffness of neck)
อาการที่แสดงว่ามีการติดเชื้อ เช่น มีไข้
Red cells ไม่พบ
การป้องกัน ควรฉีดวัคซีน เช่น Hib vaccine , JE vaccine , BCG
Pressure เด็กโต = 110-150 mmH2O
การรักษา
การรักษาเฉพาะ
ให้ยาปฎิชีวนะที่สอดคล้องกับผลการเพาะเชื้อน้ำไขสันหลังที่เป็นสาเหตุ
การรักษาตามอาการ
ให้ยาลดไข้ ให้ยานอนหลับ ให้ยากันชัก ให้ยาลดอาการบวมของสมอง ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ รักษาภาวะไม่สมดุลย์สารน้ำและอิเล็คโทรลัยท์อาจต้องเจาะคอหรือใช้เครื่องช่วยหายใจในรายที่มีปัญหาการหายใจหรือหมดสติ
การให้คำแนะนำ
แนะนำวิธีการปฎิบัติเมื่อผู้ป่วยมีไข้
แนะนำวิธีการปฎิบัติเมื่อผู้ป่วยเกิดอาการชัก
ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะโรค
แนะนำการดูแลให้ยากันชักและผลข้างเคียงของยา
สมองอักเสบ (Encephalitis)
อาการและอาการแสดง
ปวดบริเวณต้นคอ คอแข็ง (Stiffness of neck)
ซึมลงจนถึงขั้นโคม่าได้ภายใน 24-72 ชั่วโมง
ไข้สูง ปวดศีรษะ
ชัก มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
การหายใจไม่สม่ำเสมอ
กระสับกรัส่าย อารมณ์ผันแปร เพ้อ คลั่ง อาละวาด
การรักษา
ให้ออกซิเจน เจาะคอหรือใช้เครื่องช่วยหายใจ
การให้ยาระงับชัก ลดอาการบวมของสมอง นอนหลับ ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
รักษาสมดุลของปริมาณน้ำเข้า-ออกของร่างกาย
สาเหตุ
เชื้อรา
เชือปรสิต
เชื้อแบคทีเรีย
ปฎิกิริยาต่อวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันโรคไอกรนหรือวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
เชื้อไวรัส
กลุ่มอาการดาวน์ (Down's Syndrome)
บิดามารดาของผู้ป่วยจะมีโครโมโซมปกติ
การรักษา
การรักษาโรคทางกายอื่นๆที่มีการร่วมด้วย คือ โรคหัวใจ ระบบทางเดินอาหารอุดกั้น ภาวะฮัยโปไทรอยด์และอื่นๆ
การให้คำปรึกษาคำแนะนำด้านพันธุกรรม
การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัยตั้งแต่อายุยังน้อย (early stimulation)
โอกาสเสี่ยงจะสูงขึ้น ถ้ามารดามีอายุมากกว่า 30 ปี และจะสูงขึ้นชัดเจนมากถ้าอายุมากกว่า 35 ปี
อาการและอาการแสดง
ปากอ้าและลิ้นมักจะยื่นออกและมีรอยแตกที่ลิ้น
มือกว้างและสั้น มักจะมี simisn crease
brush field spot
นิ้วก้อยโค้งงอ (clinodactyly)
หูติดอยู่ต่ำ
ร่างกายเจริญเติบโตช้า
คอสั้นและผิวหนังด้านหลังของคอค่อนข้างมากและนิ่ม
ความผิดปกติเกี่ยวกับตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ตาเข สายตาสั้น
หัวแบนกว้าง
หัวใจพิการแต่กำเนิด
กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก
การติดเชื้อ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจเกิดง่ายกว่าเด็กทั่วไป
เป็นความผิดปกติทางโครโมโซมคู่ที่ 21
Spina bifida
การรักษา
การผ่าตัดเย็บปิดถุงที่ยื่นออกมา
มีกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงจากการกดเบียดเส้นประสาทไขสันหลัง
การพยาบาล
สอนผู้ปกครองในการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย
สังเกตอาการอ่อนแรงของแขนขา การควบคุมการขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ
ทำ Passive Exercise ให้ผู้ป่วย
การพยาบาลหลังผ่าตัด
มีโอกาสติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดได้ง่ายจากการปนเปื้อนอุจจาระปัสสาวะ
การพยาบาล
ดูแลทำความสะอาดแผล
ดูแลให้ยา Antibiotic / check V/S
จัดท่านอนตะแคงหรือคว่ำ ไม่นุ้งผ้าอ้อม
การวินิจฉัย
มารดามีประวัติติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ การตรวจทางห้องปฎิบัติการพบ Alphafetoprotien ในน้ำคร่ำสูง
การตรวจร่างกายทารกพบความผิดปกติ
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
การพยาบาล
เฝ้าระวังและสังเกตภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ แผลติดเชื้อและHydrocephalus
วัดเส้นรอบศีรษะทุกวันเพื่อประเมินภาวะ Hydrocephalus
ตรวจสัญญาณชีพ อาจทุก 2-4 hr
บริหารแขนขา / เปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ
อาจเกิดการติดเชื้อเนื่องจากถุงน้ำแตก
การพยาบาล
ดูแลถุงน้ำให้ชุ่มชื่น ระวังไม่ให้เกิดแผล
หมั่นตรวจสอบการฉีกขาด รั่ว
ไม่นุ่งผ้าอ้อม
จัดท่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
ประเมินการติดเชื้อ
อาจมีการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะเนื่องจากการคั่งของน้ำปัสสาวะ
การพยาบาล
ทำความสะอาดทุกครั้งหลังขับถ่าย
ให้ยา Antibiotic ตามแผนการรักษา
ทำ Crede'manuever ทุก 2-4 hr
โรคสมองพิการ (Cerebral Palsy)
อาการและอาการแสดง
การเคลื่อนไหวกับสมดุลของร่างกายมีความผิดปกติ ถ้าสมองส่วนที่เสียนั้นควบคุมการทรงตัว
ภาวะปัญญาอ่อนตั้งแต่ขนาดน้อยถึงมาก พูดไม่ชัดเจน
ลักษณะอ่อนปวกเปียก
อาจหายใจช้า พัฒนาการช้า
การเคี้ยว,การกลืน,การดูด
การรักษา
การให้ early stimulation เพื่อให้สมองส่วนต่างๆที่ไม่มีความเสียหายได้พัฒนา
การแก้ไขความผิดปกติขิงการรับรู้ที่สำคัญ
การทำกายภาพบำบัดของกล้ามเนื้อแขน ขาหรือลำตัว
การแก้ไขความผิดปกติของระบบประสาทส่วนอื่น
การให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ diazepam,baclofen
การให้คำแนะนำผู้ปกครองในการดูแลเด็กในชีวิตประจำวันและส่งเสริมให้เด็กฝึกทักษะการใช้ส่วนต่างๆของร่างกาย
สาเหตุ
ระยะคลอด เป็นสาเหตุของสมองพิการร้อยละ 30 ได้แก่ สมองขาดออกซิเจน ได้รับอันตรายขากการคลอด
ระยะหลังคลอด เป็นสาเหตุของสมองพิการร้อยละ 5 ได้แก่ การได้รับการกระทบกระเทือนศีรษะ ตัวเหลืองเมื่อแรกเกิด
ระยะก่อนคลอด ได้แก่ การมีเลือดออกทางช่องคลอดของมารดาช่วงระหว่างการตั้งครรภ์เดือนที่ 6-9 มารดาขณะตั้งครรภ์ขาดสารอาหาร
การพยาบาล
เสี่ยงต่อพัฒนาการช้ากว่าวัย/มีพัฒนาการช้ากว่าวัยเนื่องจากความบกพร่องของระบบประสาท
เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บเนื่องจากความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว/ระบบประสาท
ได้รับสารอาหารน้อยกว่าความต้องการของร่างกายเนื่องจากปัญหาการรับประทานอาหาร
บิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็กขาดความรู้ในการดูแลเด็ก
คนที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวเนื่องจากความผิดปกติในการทำงานของสมองทำให้ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆอย่างเป็นปกติได้ โดยเกิดขึ้นก่อนอายุ 8 ปี
Guillain Barre's Syndrome
อาการและอาการแสดง
Motor กล้ามเนื่ออ่อนแรง (Flaccid motor paralysis) ทั้งสองข้างสมดุลกัน อาการอัมพาตใน GBS จะเริ่มต้นที่ขา เดินลำบากและจะลุกลามขึ้นที่แขนและลำตัวด้านบน
อาการของประสาทสมอง โดยเฉพาะส่วนใบหน้า ประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facaial nerve) พบความผิดปกติบ่อยที่สุด มีอัมพาตของหน้า ปิดตาและปากไม่สนิท
Sensation เริ่มมีอาการเหน็บชา เจ็บและปวดโดยเฉพาะปลายขา ไหล่ สะโพกและโคนขา อาการอาจเริ่มด้วยการคล้ายเป็นตะคริวที่ส่วนปลาย
อาการลุกลามของประสาทอัตโนมัติ ส่วน medulla oblongata ที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะสำคัญและเส้นประสาท vagus
หัวใจเต้นช้าหรือเร็ว
หน้าแดง
ความดันโลหิตไม่คงที่
เหงื่อออก ปัสสาวะคั่ง
การเต้นของหัวใจผิดจังหวะ
ท้องอืดจาก paralytic ileus
การรักษา
การรักษาด้วย Intravenous Immunglobulin (IVIG)
การรักษาแต่เนิ่นๆ ภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากเริ่มมีอาการครั้วแรกจะสามารถช่วยชีวิตได้เร็วขึ้น
การรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา (Plasma Exchange หรือ Plasmapheresis)
สาเหตุ
เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ โดยมีการสร้างแอนติบอดีย์ต่อ Myelin sheath ของเส้นประสาทไขสันหลัง
วินิจฉัยการพยาบาล
เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารจากไม่สามารถช่วยตนเองจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างสมบูรณ์
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการไม่เคลื่อนไหวจากกล้ามเนื้ออ่านแรงทำให้สูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง
เสี่ยงต่อการเกิดการหายใจไม่เพียงพอจากกล้ามเนื้อช่วยหายใจอ่อนแรงอย่างเฉียบพลัน
ผู้ป่วยและญาติกลัว วิตกกังวล ท้อแท้กับอาการของโรคที่เป็นจากการขาดความรู็และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการปฎิบัติตัวตลอดจนการฟื้นฟูสภาพ
กลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการบวมอักเสบของระบบประสาทส่วนปลายหลายๆเส้นอย่างเฉียบพลัน (Ployradiculoneuropathy) ที่เกิดขึ้นหลังจากมีการติดเชื้อในร่างกาย
หลักการพยาบาลในระยะเฉียบพลันและต่อเนื่อง
ติดตามประเมินการเคลื่อนไหว กำลังของกล้ามเนื้อ การรับรู้สัมผัสสภาวะของmotor sensory และ cranial nerve ช่วยฟื้นฟูสภาพ Observe อาการแทรกซ้อนจากการกำจัดการเคลื่อนไหว
ดูแลปัญหาการขาดสารอาหารเนื่องจากผู้ป่วยจะมีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องการพลังงานในการหย่าเครื่องช่วยหายใจ ทำให้ได้รับอาหารไม่เพียงพอ
ให้ออกซิเจน ถ้ามีถาวการณ์หายใจไม่พอจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจพร้อมเครื่องช่วยหายใจ
สังเกตอาการปวดตามกล้ามเนื้อ
Check V/S โดยเฉพาะ RR ต้องมีการตรวจวัด Vital capacity ' tidal volume หรือ minute volume
ประคับประคองด้านจิตใจ ส่งเสริมการมองโลกในแง่ดีสำหรับผู้ป่วย
ภาวะที่มีการคั่งของน้ำไขสันหลังในกะโหลกศีรษะบริเวณเวนติดเคิล (ventricle) ของสมองและ subarachnoid space มากกว่าปกติ
อาการและอาการแสดง
ตาทั้ง 2 ข้างกรอกลงข้างล่าง setting-sun sign
ตาพล่ามัว เห็นภาพซ้อน (diplopia)
อาการแสดงความดันในกะโหลกศีรษะสูง (signs of increase intracranial pressure)
รีเฟลกซ์และ tone ของขา 2 ข้างไวกว่าปกติ (hyperactive reflex)
เสียงเคาะกะโหลกเหมือนหม้อแตก (macewensige Cracked pot sound)
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
หนังศีรษะบางและมองเห็นหลอดเลือดดำที่บริเวณในหน้าหรือศีรษะโป่งตึงเห็นชัดมากกว่าปกติ (enlargement & engorgement of scalp vein)
เด็กเล็กที่กระหม่อมยังไม่เปิดพบว่ากระหม่อมหน้าโป่งตึงกว่าปกติ (Fontanelle bulging)
พัฒนาการทั่วไปช้ากว่าปกติ (delay developement)
ศีรษะโต / หัวบาตร (cranium enlargement)
การเจริญเติบโตและพัฒนาการช้าสติปัญญาต่ำกว่าปกติหรือปัญญาอ่อน (mental retardation)
การพยาบาลก่อนผ่าตัด
อาจเกิดความดันในกะโหลกศีรษะสูงจากการคั่งของน้ำไขสันหลัง
การพยาบาล
วัดเส้นรอบศีรษะทุกวันเวลาเดียวกัน
จัดท่านอนศีรษะสู. 15-30 องศา
ประเมินอาการความดันในกระโหลกศีรษะสูง
สาเหตุภาวะน้ำคั่งโพรงสมอง
การอุดกั้นการไหลเวียนของน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง
ความผิดปกติในการดูดซึมน้ำไขสันหลัง
การสร้างหรือการผลิตน้ำไขสันหลังมากผิดปกติ
สาเหตุ
Obstruction of the flow of CSF
Defective absorption of CSF
Overproduction of CSF
การพยาบาลหลังผ่าตัด
ปัญหาและภาวะแทรกซ้อนภายหลังทำผ่าตัดสายระบาย
การอุดตันของสายระบายน้ำในโพรงสมอง
ภาวะโพรงสมองตีบแคบ
การทำงานผิดปกติของสายระบายน้ำในโพรงสมอง
ภาวะเลือดออกในศีรษะเนื่องจากการผ่าตัด
การติดเชื้อของสายระบายน้ำในโพรงสมอง
เกิดแผลเป็นที่สมอง
การรักษา
ผ่าตัดรักษาตามสาเหตุ
ผ่าตัดเปลี่ยนทางเดินน้ำไขสันหลัง (Shunt)
Ventriculo-peritoneal Shunt (V-P Shunt)
การให้ยาลดการสร้างน้ำไขสันหลัง (Diamox)
อาจเกิดแผลกดทับบริเวณศีรษะ
การพยาบาล
รักษาความสะอาดของผิวหนัง
จัดปูที่นอนให้เรียบตึง
เปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ
จัดให้นอนบนที่นอนนุ่มๆ ใช้หมอนนุ่มรองศีรษะไหล่
ตรวขสอบประเมินการเกิดแผลกดทับสม่ำเสมอ
นางสาวณัฐนรี ธีรวันอุชุกร รุ่น 36/1 รหัสนักศึกษา 612001039 เลขที่ 38