Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลด้านจิตสังคมสำหรับผู้ประสบสาธารณภัย - Coggle Diagram
การพยาบาลด้านจิตสังคมสำหรับผู้ประสบสาธารณภัย
การเตรียมตัวเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ต้องเตรียมความพร้อมทั้งระดับบุคคล องค์กรและชุมชน ในระยะเตรียมการนี้จะครอบคลุมตั้งแต่
รับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัด/นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด
จัดเตรียมโครงสร้างดำเนินงานช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤตและแผนงานดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต
จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต ผู้ประสบภาวะวิกฤต / ศูนย์วิกฤต(MCC) / ทีมMCATT(ระดับจังหวัดและอำเภอ)
จัดเตรียมทีมเพื่อปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต โดยจะมีการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรโดยการฝึกอบรมเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต
เตรียมบุคลากรเรื่องการใช้แบบประเมิน / แบบคัดกรองภาวะสุขภาพจิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เตรียมบุคลากรให้เรียนรู้ในเรื่องของวัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ และหลักคำสอนทางศาสนา
เตรียมความพร้อมของชุมชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤต เช่น การให้ความรู้เรื่องภัยพิบัติ การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดภัยพิบัติ ระบบการเตือนภัย หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ
ซ้อมแผนการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤต เพื่อประเมินความพร้อมเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ
ทบทวนบทบาทหน้าที่ทีม MCATT
การปฐมพยาบาลด้านจิตใจด้วยหลัก EASE
E=Engagement วิธีการสร้างสัมพันธภาพและการเข้าถึงจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ
การสังเกตภาษากาย
เช่น สีหน้า แววตา ท่าทาง การเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น กำมือ ลุกลี้ลุุกลน เอามือกุมศีรษะหรือปิดหน้า
การสังเกตภาษาพูด
เช่น พูดสับสนฟังไม่รู้เรื่อง ด่าทอ ร้องขอความช่วยเหลือ
การสร้างสัมพันธภาพ
ควรมีท่าทีที่สงบนิ่ง ช่วยเหลืออย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์อารมณ์ความรู้สึกและสภาพสังคม วัฒนธรรม ศาสนาของผู้ประสบเหตุการณ์วิกฤต
การสื่อสาาร
ควรเริ่มพูดคุยเบื้องต้นเมื่อผู้ประสบเหตุการณ์มีความพร้อม เช่น เริ่มสบตามีท่าทีที่ผ่อนคลาย การสื่อสารจะเน้นถึงความรู้สึกขณะนั้น
A= Assessment วิธีการประเมินผู้ได้รับผลกระทบ
ประเมินความต้องการทางด้านร่างกาย
เช่น มีการบาดเจ็บ เป็นลม หรืออ่อนเพลีย ดูสภาพแวดล้อมว่าปลอดภัยหรือไม่
ประเมินสภาพจิตใจ
ควรดูผู้ประสบภาวะวิกฤตอยู่ในภาวะช็อกและปฏิเสธ อยู่ในภาวะโกรธ ภาวะต่อรอง ภาวะฆ่าตัวตาย ควรเข้าไปช่วยเหลือทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม ในแต่ละภาวะให้เหมาะสม
ประเมินความต้องการทางสังคม
ควรประเมินดูว่าผู้ประสบภาวะวิกฤตต้องการพบญาติ ครอบครัว หรือไร้ญาติขาดมิตร หรือต้องการความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ให้ประสานหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือโดยตรง
S= Skill วิธีเรียกขวัญคืนสติลดความเจ็บปวดทางใจเสริมสร้างทักษะ
การฝึกกำหนดลมหายใจ
ลดอาการสั่น หายใจถี่แรง
การสัมผัส
เช่น แตะบ่า แตะมือ บีบนวดเบาๆ โดยคำนึงถึงเพศ วัย สังคมและวัฒนธรรม
ทักษะการ Grounding
ช่วยเหลือให้ผู้ประสบภาวะวิกฤตให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง
การนวดสัมผัส
เป็นการลดความเครียด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัย
การลดความเจ็บปวดทางใจ
ใช้ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ การสะท้อนความรู้สึก การเงียบ การทวนซ้ำ
การเสริมสร้างทักษะ
เสริมสร้างทักษะ Coping skills สามารถช่วยลดปฏิกิริยาที่เป็นทุกข์อื่นๆ
กิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง
เช่น ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ใช้สารเสพติด ทำกิจกรรมที่เสี่ยงและใช้ความเร็วอื่นๆ
E= Education วิธีการให้สุขภาพจิตศึกษา
ต.1 ตรวจสอบความต้องการ
โดยถามความต้องการช่วยเหลือที่จำเป็นเร่งด่วน ใช้วิธีสอบถามเพื่อสำรวจในเรื่องความต้องการการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ การเงิน อาชีพ ปํญหาภายในครอบครัว
ต.2 เติมเต็มความรู้
ให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นจากความเครียด บอกวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเครียด บอกแหล่งช่วยเหลือต่างๆทั้งรัฐและเอกชน
ต.3 ติดตามต่อเนื่อง
ควรมีการพูดคุยวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ให้การช่วยกับผู้ประสบภาวะวิกฤต ติดตามโดยการนัดหมายที่สถานบริการสาธารณสุข การโทรศัพท์ตามผล และการเยี่ยมบ้าน