Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ - Coggle…
บทที่ 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
วิวัฒนาการของกฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
พ.ศ.2466 ออกกฎหมายควบุมการให้บริการดูแลสุขภาพประชาชน "การบำบัดโรคทางยาและทางผ่าตัด การผดุงครรภ์ การช่างฟัน สัตวแพทย์ การปรุงยา การพยาบาล การนวดรักษาคนเจ็บป่วยใดๆ"
พ.ศ.2472 ตัดสาขาสัตวแพทย์ออก ให้กระทำต่อมนุษย์เท่านนั้น
พ.ศ.2480 ใช้ฉบับใหม่ "พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะพใศ.2549" แบ่งเป็นแผนโบราณ และ แผนปัจจุบัน "กิจการกระทำโดยตรงต่อร่างกายมนุษย์โดยบำบัด การตรวจ ป้องกันโรคในสาขาต่างๆ ได้แก่ เวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์"
พ.ศ.2518 เพิ่มสาขากายภาพบำบัดและเทคนิคการแพทย์
ประชุมพยาบาลแห่งชาติครั้งที่ 5 วันที่ 27-31 ต.ค.2518 นำแพทย์แผนปัจจุบันแยกจากการควบคุมพระราชบัญญัติชีพเวชกรรมพ.ศ.2511 และหาแนวทางจัดตั้งสภาการพยาบาล
พ.ศ.2528 ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528" บังคับใช้ 6 ก.ย.2528 เปลี่ยนชื่อ "ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์"
พ.ศ.2534 คณะกรรมการสภาการพยาบาลปรับปรุงสาระสำคัญ ได้แก่ คำนิยาม การกำหนดขอบเขต จำนวนกรรมการสภา การเลือกนายกสภา การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพทุก 5 ปี ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียม เสนอร่างผ่านสภา กระทั่ง "พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2)พ.ศ.2540.
ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 114 ตอนที่ 7ก วันที่ 23 ธ.ค.2540 บังคับใช้ 24ธ.ค.2540 ถึงปัจจุบัน
ความหมายและลักษณะของกฎหมายแพ่ง
กฎหมายแพ่ง: กำหนดสิทธิ หน้าที่ ความสำพันธ์ระหว่างบุคคล ให้เท่าเทียมกัน สามารถต่อรองตกลงภายใต้กฎหมาย
กฎหมายพาณิชย์:เกี่ยวกับการค้าขาย
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง: เกี่ยวกับวิธีการดำเนินพิจารณาพิพากษาคดี เช่น วิธีฟ้อง ศาลที่ฟ้อง
นิติกรรม
ความหมาย
ปพพ.มาตรา149 การทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและความสมัตรใจสู่การผูกสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
การกระทำบุคคลด้วยใจสมัครและถูกต้องตามกฎหมาย เกิดการเปลี่ยนแปลง โอน สงวน เช่น สัญญาจ้าง
องค์ประกอบ
1.ผู้กระทำต้องแสดงออกในฐานะที่เป็นเอกชน: แสดงฐานะเอกชนไม่ใช่พนักงานรัฐ
2.การกระทำโดยเจตนา:กระทำด้วยสมัตรใจ ให้บุคคลภายนอกรับรู้ โดยการแสดงเจตนาโดยชัดเจน เช่น การทำสัญญาจ้าง ส่ายหน้า และแสดงเจตนาโดยปริยาย เช่น การขึ้นรถเมย์แล้วยื่นเงินให้คนเก็บและรับตั๋วโดยสาร เกิดนิติกรรมซื้อขาย
3.การกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย: การกระทำให้บุคคลกระทำได้ชัดแจ้ง ถ้าพ้นวิสัยมนุษย์จะทำ ถือเป็นโมฆะ ผู้หย่อนความสามารถจะเป็นโมฆียะ เช่นผู้เยาว์ไม่บรรลุภาวะ
4.ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวสิทธิ: ผลของการกระทำชอบด้วยกฎหมายเกิดการเปลี่ยนแปลง โอน สงวน เช่น การรับของขวัญจากผู้ป่วยเพื่อตอบแทนน้ำใจ
ประเภท
1.นิติกรรมที่พิจารณาแบ่งตามจำนวนคู่กรณี
นิติกรรมฝ่ายเดียว: แสดงฝ่ายเดียวและมีผลผูกทางกฎหมาย เช่น พินัยกรรม
นิติกรรมหลายฝ่าย: บุคคล2ฝ่ายขึ้นไปยินยอมตามข้อตกลง มีเสนอและสนอง เกิดนิติกรรม เช่น สัญญาค้ำประกัน
2.นิติกรรมที่พิจารณาแบ่งตามการมีผลของนิติกรรม
ผู้แสดงมีชีวิต:ให้โดยเสน่หา สัญญาซื้อขาย
ผู้แสดงไม่มีชีวิต: พินัยกรรม
นิติกรรมที่พิจารณาแบ่งตามค่าตอบแทน
มีค่าตอบแทน: สัญญาจ้างงาน สัญญากู้ยืม
ไม่มีค่าตอบแทน: ให้โดยเสน่หา
ความสามารถของบุคคลในการให้การยินยอมรักษาพยาบาล
ความสามารถบุคคล:สภาพให้บุคคลมีสิทธิ ซึ่งบุคคลที่บรรลุนิติภาวะ ถือว่ามีวุฒิการตัดสินใจกระทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง ทางกลับกฎหมายคุ้มครองผู้หย่อนความสามารถเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ซึ่งบุคคลต้องมี "สภาพบุคคลหรือมีชีวิต"
บุคคล:สามารถมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
กฎหมายแพ่งแบ่ง 2 ประเภท
1.บุคคลธรรมดา:มนุษย์มีชีวิตรอดหลังการคลอดและสิ้นสุดเมื่อตาย
ตายโดยธรรมชาติ :การป่วย แก่ตาย แพ่งจะให้สิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สินแก่ทายาท ทางอาญาโทษของผู้ตายที่กระทำผิด ย่อมระงับไปเพราะความตาย
การสาบสูญ: บุคคลที่ไปจากภูมิลำเนาและไม่มีใครรู้ว่ามีชีวิตอยู่ติดต่อกัน5ปี เหตุการณ์ปกติ หรือ 2ปีมีเหตุอันตรายจากรบ สงคราม
2.นิติบุคคล: กฎหมายสมมติให้เป็นบุคคล เพื่อมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สมาคม มูลนิธี
ผู้หย่อนความสามารถ
1.ผู้เยาว์: บุคคลไม่บรรลุนิติภาวะ พ้นสภาพต้อง20ปีบริบูรณ์หรือชายและหญิง17ปีสมรสได้รับยินยอมผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้เยาว์ไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆโดยลำพังต้องยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ถ้าไม่ยินยอมเป็น"โมฆียะ"
ยกเว้นกรณี การรับของผู้ให้โดยเสน่หา การจดทะเบียนรับรองบุตรนอกสมรสต้อง15ปีขึ้นไป การดำรงชีพเช่นซื้ออาหาร การจำหน่ายทรัพย์สินทางการค้า
2.คนไร้ความสามารถ:คนวิกลจริตที่ผู้อนุบาลยื่นเรื่องต่อศาลและศาลมีคำสั่งเป็นคนไร้ความสามารถ ซึ่งไม่สามารถทำนิติกรรมได้จะเป็น"โมฆียะ"
3.คนเสมือนไร้ความสามารถ: บุคคลที่ไม่มีความสามารถจัดทำการงานโดยตนเองและศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งต้องไม่สามารถทำงานได้ จากเหตุบกพร่องกายพิการ จิตฟั่นเฟือน ประพฤติสุรุ่ยสุร่าย ติดสุรายาเมา บุคคลที่บกพร่องเมื่อผู้พิทักษ์ร้องขอต่อศาล ศาลจะไต่สวนและมีคำสั่ง
สามารถใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าที่ธรรมดาทั่วไป ยินรอบรับการรักษา ยกเว้นยิติกรรมบางประเภทเกี่ยวกับทรัพย์สิน ถ้าไม่รับการยินยอมจากผู้พิทักษ์ถือเป็น"โมฆียะ"
4.ลูกหนี้ที่ถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย เช่นการฟ้องร้อง การประนีประนอม
5.สามีภริยา:ต้องให้ความยินยอมกันและกันเป็นการทำนิติกรรมบางประเภท เช่น การซื้อขาย แลกเปลี่ยน
สภาพบังคับทางแพ่ง
โทษตามกฎหมายแพ่ง
1.โมฆะกรรม:ความเสียเปล่าของนิติกรรม ไม่สามารถฟ้องบังคับตามกฎหมาย
นิติกรรมมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้ง: สัญญาขายอาวุธเถื่อน
นิติกรรมไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามแบบกฎหมายกำหนด:การซื้อขายอสังหาต้องทำเป็นหนังสือ
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม: ทำสัญยาว่าจ้างอีกคนแต่อีกคนมาแทน ซึ่งเป็น"โมฆะ'
2.โมฆียกรรม: ทำนิติกรรมผลสมบูรณ์ในขณะกระทำ แต่สามารถบอกล้างโดยผู้เสียหายระยะเวลาที่กำหนด มีผลเป็นโมฆะแต่แรก
ความสามารถของบุคคล
การแสดงเจตนาโดยวิปริต โดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล การฉ้อโกง การข่มขู่
การบอกล้างต้องเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล ภายใน1ปีนับที่ให้สัตยาบันหรือไม่เกิน10ปีทำนิติกรรม
3.การบังคับชำระหนี้:การชำระเงิน ส่งมอบทรัพย์สิน หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ ขออำนาจศาลเพื่อชำระหนี้
4.การชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน
ราคาเป็นเงิน: ให้ค่าเสียหายต่อทัพย์สิน
ไม่คำนวณราคาเป็นเงินได้:หมิ่นประมาท เศร้า
ความรับผิดทางแพ่งที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
สาเหตุ
ความรับผิดชอบตามสัญญา
สัญญา: การกระทำบุคคล2ฝ่ายแสดงเจตนาด้วยใจสมัครและตกลงกัน เกิดผลผูกพันโดยชอบกฎหมาย เช่น การรับจ้างเฝ้าไข้
กรณีเด็กมารักษาฝีที่ปาก แพทย์สั่งกรีดหนอง แตาพยาบาลไปขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศและไม่เชื่อผู้ป่วยเด็ก ถือว่าความรับผิดตามสัญญา
ความรับผิดจากการละเมิด
การกระทำจงใจต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย จนเกิดอันตรายต่อผู้เสียหาย ผู้ละเมิดต้องรับผิดจากการกระทำ โดยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
การกระทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย: การประทุษกรรม การกระทำละเมิด
การกระทำโดยจงใจหรือประมาท
ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
บุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ :นายจ้าง ตัวการที่ให้กระทำ บิดามารดา ครูอาจารย์
อายุความ: ระยะเวลากฎหมายกำหนดให้บุคคลมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในระยะกำหนด เรียกร้องสิทธิใน1ปี
ตัวอย่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา๑๕ :สภาพบุคคลเริ่มแต่คลอดมีชีวิตจะมีสิทธิและสิ้นสุดเมื่อตาย
มาตรา๑๙ บุคคลพ้นผู้เยาวน์เมื่อ20ปี
มาตรา๒๐ ผู้เยาว์บรรลุภาวะเมื่อสมรส
มาตรา๒๑ ผู้เยาว์ทำนิติกรรมต้องรับความยินยอมผู้แทนโดยชอบธรรม
มาตรา๒๒ ผู้เยาว์ทำได้ใช้สิทธิบางอย่าง
มาตรา๒๓ ผู้เยาวน์ทำได้ เป็นการต้องการทำเฉพาะตัว
มาตรา๒๔ ผู้เยาว์ทำได้ในความจำเป็นดำรงชีวิต
มาตรา ๒๕ผู้เยาวน์ทำพินัยกรรมได้อายุ15ปี
มาตรา๒๖ ผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ผู้เยาว์จำหน่ายทรัพย์สินได้
มาตรา๒๗ ผู้แทนโดยชอบธรรมยินยอมให้ผู้เยาว์ประกอบธุรกิจการค้าได้
มาตรา๒๘ บุคคลวิกลจริตถ้ามีผู้พิทักษ์ร้องขอต่อศาลให้เป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้
มาตรา๒๙ การทำคนไร้ความสามารถทำเป็น โมฆียะ
มาตรา๓๑ ถ้าเหตุคนไร้ความสามารถสิ้นสุดแล้ว มาร้องขอต่อศาล ศาลจะเพิกถอน
มาตรา๓๒ บุคคลพิการหรือฟั่นเฟือน เมื่อคนร้องขอ ศาบจะสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
มาตรา๓๓ ร้องขอบุคคลไร้ความสามารถเราพวิกลจริต ถ้าพิจารณาว่าไม่วิกลจริต แต่จิตฟั่นเฟือน ศาลจะสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
มาตรา๓๔ คนเสมือนไร้ความสามารถต้องรับยินยอมของผู้พิทักษ์
มาตรา๓๖ ศาลสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถสิ้นสุดไป ให้นำบทบัญญัติมาตรา๓๑มาใช้
มาตรา๖๑ บุคคลไปจากภูมิลำเนาและไม่มีใครรู้ว่ามีชีวิตหรือไม่ เมื่อผู้มีส่วนได้เสีย ศาลจะสั่งเป็นบุคคลสาบสูญ
มาตรา๖๒ บุคคลศาลมีคำสั่งสาบสูญถือว่าถึงแก่ความตาย
มาตรา๖๓ บุคคลที่ศาลสั่งเป็นคนสาบสูญ พบว่ามีชีวิตอยู่ศาลจะสั่งถอน
มาตรา ๖๔ ศาลถอนคำสั่งคนสาบสูญ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา๖๕ นิติบุคคลมีขึ้นต้องอาศัยอำนาจแห่งประมวลกฎหมาย
มาตรา๖๖ นิติบุคคลมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติตามกฎหมาย
มาตรา๘๓ สมาคมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
มาตรา๑๒๒ มูลนิธิจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
มาตรา๑๔๙ นิติกรรม หมายถึง การใดๆทำลงโดยชอบกฎหมายและสมัครใจ
มาตรา๑๕๐ มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้ง การพ้นวิสัย เป็น โมฆะ
กฎหมายอาญาสำหรับพยาบาลและการกระทำความผิดที่พบบ่อย
ความหมายและวัตถุประสงค์
กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายมหาชน บัญญัติว่า การกระทำใดที่เป็นความผิดและกำหนดโทษอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืน
วัตถุประสงค์ เพื่อควบคุมความประพฤติของบุคคลในสังคมด้วยความเรียบร้อย คุ้มครองความปลอดภัย รักษาความสงบสุข
ประเภทของความรับผิดทางอาญา
ความผิดต่อแผ่นดิน: ความผิดสำคัญและร้ายแรง มีผลต่อผู้เสียหายและสังคม เช่น การลักทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร ความผิดผู้สียหายไม่ต้องฟ้อง อัยการจะดำเนินคดีแทนผู้เสียหาย
ความผิดต่อส่วนตัว: ความผิดไม่ร้ายแรง มีผลกระทบต่อผู้เสียหายฝ่ายเดียว เช่น ความผิดฉ้อโกง ความผิดจะฟ้องต่อพนักงานสอบสวน เพื่อทำการสอบสวนความผิด แล้วส่งเรื่องให้อัยการขึ้นต่อศาล
ลักษณะสำคัญของความรับผิดอาญา
1.ต้องมีบทบัญญัติความผิดและกำหนดโทษไว้โดยชัดแจ้ง
2.ต้องตีความเคร่งครัดตามตัวอักษร
3.ไม่มีผลย้อนหลังที่เป็นโทษ: ไม่มีผลในการเพิ่มโทษแก่บุคคล หากขณะกระทำยังไม่มีกฎหมายว่าผิด
หลักเกณฑ์ความรับผิดทางอาญา: บุคคลจะรับโทษเมื่อครบ5 ประการ
1.การกระทำ: การเคลื่อนไหวร่างกาย รู้้สึกนึกและอยู่ภายใต้การบังคับของจิตใจ
2.กฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษ
3.กระทำโดยเจตนา ประมาท หรือไม่เจตนา
4.เหตุยกเว้นความรับผิดทางอาญา: การกระทำของบุคคลที่เป็นความผิดทางอาญา หากกฎหมายระบุเหตุเพื่อยกเว้นความรับผิด ยกเว้นโทษ หรือลดหย่อนโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง
เหตุยกเว้นความรับผิด
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ผู้เสียหายยินยอมให้กระทำ
เหตุยกเว้นโทษ
กระทำด้วยความจำเป็น
การกระทำผิดเพราะความบกพร่องทางจิต
การกระทำผิดเพราะความบกพร่องทางจิต
การกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
การกระทำของเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี
การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
เหตุลดหย่อนโทษ
การกระทำความโดยไม่รู้ว่ากฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด
การกระทำโดยบันดาลโทสะ
เหตุอื่นๆในการลดหย่อนหรือบรรเทาโทษ
5.อายุความ: ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องฟ้องร้องผู้กระทำความผิด หรือนำตัวผู้กระทำความผิดมาที่ศาล เพื่อพิจารณาพิพากษาลงโทษภายในกำหนด
อายุความฟ้องคดีทั่วไป: ระยะเวลาของอายุความแปรตามอัตราโทษตามความคิด
อายุความฟ้องคดีความผิดอันยอมความได้: ความผิดฐานบุกรุกหรือหมิ่นประมาทกฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ใน3เดือนนับตั้งแต่วันรู้เรื่อง
โทษทางอาญา
1.โทษประหารชีวิต
2.โทษจำคุก
3.โทษกักขัง
4.โทษปรับ
5.โทษริบทรัพย์สิน
ลหุโทษ: ความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
การทำงานเพื่อบริการสังคม
1.ผู้นั้นกระทำความผิดและต้องโทษปรับ แต่ไม่มีเงินชำระค่าปรับ
2.ในคดีที่ศาลพิพากษาปรับไม่เกิน 200,000 บาทและผู้กระทำมีความประสงค์ขอทำงานเพื่อสังคม
3.ผู้ที่ถูกลงโทษโดยการทำงานบริการสังคม ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพนักงานคุมประพฤติ
4.ผู้ที่จะทำงานบริการสังคมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข
5.ให้ผู้ดูแลรายงานเกี่ยวกับการทำงานให้ศาลทราบ
ความรับผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการพยาบาล
1.ความประมาทในการประกอบวิชาชีพ
1.ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ
2.ใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์การแพทย์ไม่ถูกต้อง
3.ความบกพร่องด้านการสื่อสาร
4.ความบกพร่องด้านการบันทึก
5.ความบกพร่องด้านการประเมินและเฝ้าระวังอาการ
6.ความบกพร่องด้านการไม่พิทักษ์สิทธิของผู้ป่่วย
ความประมาทในการประกอบวิชาชีพกับการปฏิเสธการรักษา
1.ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายเล็กน้อยแก่ร่างกายหรือจิตใจ
2.ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
3.ประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงแก่ความตาย
2.การทอดทิ้งหรือละเลยผู้ป่วย
3.การเปิดเผยความลับของผู้ป่วย
ยกเว้น
1.เป็นข้อผูกพันหรือหน้าที่
2.โรคติดต่อร้ายแรงเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
3.กรณีที่ผู้ป่วยไม่อาจรับผิดชอบหรือตัดสินใจด้วยตนเอง
4.คำสั่งศาล
5.ผู้ป่วยรับรู้และยินยอมให้เปิดเผย
6.การรายงานการทุบตีทำร้ายร่างกายในครอบครัว
7.รายงานบาดแผลที่ผู้ป่วยมารักษา
แนวปฏิบัติในการรักษาความลับของผู้ป่วย
ไม่นำเรื่องของผู้ป่วยมาวิพากษ์วิจารณ์ให้บุคคลภายนอกได้ยิน ไม่วางแฟ้มประวัติปลายเตียง กรณีศึกษาไม่ควรใส่นามสกุลจริง ไม่บันทึกรายงานผู้ป่วยออกจากหอ ไม่เปิดเผยข้อมูล ระวังการพูดเกี่ยวกับการวินิจฉัย ส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่เป็นความลับ อภิปรายข้อมูลผู้ป่วยเฉพาะกับผู้ร่วมทีมสุขภาพ จัดเก็บรายงานผู้ป่วยไว้เป็นสัดส่วน มีนโยบายจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย จัดทำระเบียบการขอสำเนาเวชระเบียนของผู้ป่วยต่อบุคคลที่สาม
4.การปฏิเสธความช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายต่อชีวิต
5.ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร: การปลอมเอกสารและการทำหรือรับรองเอกสารเท็จ
ความผิดฐานปลอมเอกสาร
ความผิดฐานทำหรือรับรองเอกสารเท็จ
6.การทำให้หญิงแท้งลูก
การทำให้ตนเองแท้งลูก
การทำให้หญิงแท้งลูกโดยผู้เสียหายยินยอม
การทำให้หญิงแท้งลูกโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม
การพยายามทำให้หญิงแท้งลูก
การทำให้หญิงแท้งที่ถูกกฎหมาย
ต้องทำเนื่องจากสุขภาพหญิงตั้งครรภ์
หญิงตั้งครรภ์จากข่มขืนกระทำชำเรา
ประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง
มาตรา๒ บุคคลต้องรับโทษในทางอาญาเมื่อกระทำอันกฎหมายใช้ขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษ
มาตรา๑๘ โทษลงแก่ผู้กระทำความผิด ดังนี้ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน
มาตรา๑๙ ผู้ใดต้องประหารชีวิตให้ดำเนินวิธรฉีดยา
มาตรา๒๓ ผู้กระทำความผิดทีโทษจำคุก ไม่เกินสามเดือน
มาตรา๒๘ ผู้ใดต้องโทษปรับ ต้องชำระเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ในคำพากษาต่อศาล
มาตรา๒๙ ผู้ใดโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา จะต้องถูกยึดทรัพย์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เกี่ยวข้อง
มาตรา๓๙ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป กังนี้ ความตาย ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อคดีเลิกกันตามมาตร๓๗ มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด มีกฎหมายใช้ภายหลัง คดีขาดอายุความ มีกฎหมายยกเว้นโทษ
มาตรา๒๔๗ คดีจำเลยต้องประหารชีวิต ห้ามมิให้บังคับตามคำพิพากษา จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญยัติในประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอภัยโทษแล้ว