Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
3.8 การพยาบาลด้านจิตสังคมสำหรับผู้ประสบสาธารณภัย - Coggle Diagram
3.8 การพยาบาลด้านจิตสังคมสำหรับผู้ประสบสาธารณภัย
การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological first Aid: PFA)
3.วิธีการเรียกขวัญคืนสติลดความเจ็บปวดทางใจเสริมสร้างทักษะ (Skill: S)
A.การฝึกกำหนดลมหายใจ(Breathing Exercise)
ให้เกิดความผ่อนคลายทางอารมณ์ ลดอาการใจสั่น หายใจถี่เเรง
B.การสัมผัส (Touching skill)
สัมผัสทางกาย เช่น เเตะบ่า เเตะมือ บีบนวดเบาๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสม เพศ วัย สังคมเเละวัฒนธรรมทำให้รู้สึกอบอุ่น รู้สึกปลอดภัย
C.ทักษะการ Grounding
ช่วยให้ผู้ประสบเหตุการณ์วิกฤตที่มีความท่วมท้นกับมาอยู่กัยบความเป็นจริงเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสิ่งเเวดล้อม
D.การนวดสัมผัสเเละการกดจุดคลายเครียด
การนวดเป็นการลดความเครีย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้ว ยังสร้างเสริมความรู้สึกอบอุ่น มั่นคงปลอดภัย เน้นการสื่อสารผ่านการสัมผัสเพื่อดึงสติกลับคืนมา และต้องประเมินการใช้ทักาะตามความเหมาะสม
E.การลดความเจ็บปวดทางใจ
1.การฟังอย่างใส่ใจ (Active Listening)
2.การสะท้อนความรู้สึก
3.การเงียบ
4.การทวนซ้ำ
F.การเสริมสร้างทักษะ
การเสริมสร้าง Coping Skills ช่วยลดความกังวลปฏิกิริยาที่เป็นทุกข์ ช่วยเเก้ไขสถานการณ์ ช่วยผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้าย ประกอบด้วย การคุยเพทื่อเป็นกำลังใจพักผ่อนเพียงพอทำกิจกรรมที่มีความสุขหลีกเลี่ยงความหมกมุ่นเเละอื่นๆ
2.วิธีการประเมินผู้ได้รับผลกระทบ (Assessment: A)
B.การประเมินสภาพจิตใจ
ผู้ประสบวิกฤติอยู่ในภาวะช็อกเเละปฏิเสธ
สับสน มึนงง หลงลืม จำอะไรไม่ได้ ความคิดเเตกกระจาย
ทักษะการช่วยเหลือ
การดูเเลทางกาย โดยให้อยู่ในสถานที่สงบรู้สึกปลอดภัย เตรียมน้ำ ยาดม
ให้นั่งหรือนอนราบ คลายเสื้อผ้า กรณีที่เป็นลม หรือหายใจไม่ออก
การดูเเลทางจิตใจได้ระบายความรู้สึก ใช้เทคนิคการสัมผัสตามความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นความปลอดภัย ฝึกกำหนดลมหายใจเพื่อคลายความเครียด
การช่วยเหลือทางสังคม สอบถามความต้องการเร่งด่วนให้ความช่วยเหลือตามความต้องการอย่างเร่งรีบ เช่น การโทรศัพท์ติดต่อยาก
ผู้ประสบวิกฤติอยู่ในภาวะโกรธ
ตะโกน ด่าทอ กำมือ ขบกราม เกร็ง ตาขวาง กระวนกระวาย กล่าวโทษผู้อื่น ทักษะการช่วยเหลือ
การดูเเลทางกาย ให้อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ดูเเลอย่างใกล้ชิด ไม่ลุกเข้าไป เว้นระยะห่างที่เหมาะสมต้องมีท่าทีสงบ ยอมรับพฤติกรรมที่เเสดงออกมาของผู้ประสบภาวะวิกฤต
การดูเเลทางใจให้ระบายความรู้สึกโดยใช้ทักษะฟังอย่างตั้งใจเเละพูดสะท้อนอารมณ์เพื่อตอบสนองความต้องการทางจิตใจ สังคมที่สามารถตอบสนองให้ได้
ผู้ประสบวิกฤติอยู่ในภาวะต่อรอง
พูดซ้ำๆหรือพูดคาดคั้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ยอมรับความจริงคาดหวังปาฏิหาริย์ บนบานศาลกล่าว ทักษะการช่วยเหลือ
อดทน รับฟัง ไม่เเสดงอาการท่าทางเบื่อหน่าย
ตอบสนองความต้องการในสิ่งที่สามารถให้ได้
การให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่เป็นจริงตามความเหมาะสม
ทักษะการประเมินอารมณ์ความรู้สึกเเละทักษะการบอกข่าวร้าย
ผู้ประสบวิกฤติอยู่ในภาวะเสียใจ
ร้องไห้ คร่ำครวญ ซึมเศร้า คอตก เเยกตัว นั่งเงียบ โทษตัวเอง หมดเรียวเเรง หรือหายใจไม่ออก ทักษะการช่วยเหลือ
การช่วยเหลือทางกายทำได้โดยหาผ้าเช็ดหน้า น้ำเย็น ผ้าเย็น ในรายที่มีอาการหายใจไม่ออกใช้การฝึกหายใจเเบบ Breathing Exercise หรือใช้การสัมผัส เช่น การนวดผ่อนคลาย การรับฟัง พูดให้กำลังใจ หาสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิต
การประเมินภาวะฆ่าตัวตาย
ประเมินหาสัณญาณของภาวะ/ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
ตัวชี้วัดที่บงบอกว่าผู้ประสบภาวะได้รับการตอบสนองความต้องการที่ได้จากการประเมิน
1.รับฟังมากขึ้น ยอมรับข้อมูล
2.อารมณ์สงบ
3.ลดเงื่อนไขในการต่อรองลง ยอมรับความจริงมากขึ้น
4.ยอมรับความจริงมีอารมณ์สงบลง อาจมีการหดหู่ ท้อเเท้ ไม่มีกำลังใจ เข้าสู่การเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าได้
A.การประเมินการตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย
มีอาการอ่อนเพลียควรจัดหาน้ำดื่มให้หาอาหารให้รับประทาน
ถ้าเป็นลมควรจัดหายาดมแอมโมเนีย ผ้าเย็นเช็ดหน้าเเละเเขน
ได้รับการบาดเจ็บทางด้านร่างกายก็ต้องบรรเทาความเจ็บปวดด้วยการให้ยา
อยู่ในสิ่งเเวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เช่น มีเศษเเก้วตกอยู่ให้เคลื่อนย้ายผู้ประสบภาวะวิกฤตไปอยู่ในที่ปลอดภัย
C.ประเมินความต้องการทางสังคม
ต้องการพบญาติ หรือครอบครัวให้ติดต่อประสานโดยการโทรศัพท์
ไร้ญาติขาดมิตร ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน หน่อยงานให้ความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัย สถานสงเคราะห์ มูลนิธิเพื่อหาที่พักพิงชั่วคราว
ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินทุนการศึกษา ให้ติดต่อหน่วยงาน เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ป้องกันเเละบรรเทาสาธารณภัยประจำจังหวัด ศูนย์เยียวยาจัวหวัด/อำเภอ
1.วิธีการสร้างสัมพันธภาพเเละการเข้าถึงจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ (Engagement:E)
A.การสังเกตภาษาท่าทางเเละพฤติกรรม
Nonverbal ได้เเก่ สีหน้า เเววตา ท่าทาง การเคลื่อนไหวของร่างกาย
Verbal ได้เเก่ พูดสับสนฟังไม่รู้เรื่อง ด่าทอ ร้องขอความช่วยเหลือ พูดซ้ำไปซ้ำมา พูดวกวน
B.การสร้างสัมพันธภาพ
ผู้ให้ความช่วยเหลือควรมีท่าทีสงบนิ่ง มีการเเนะนำตัวเอง มีการมองหน้าสบตา รับฟังด้วยท่าทีที่สงบให้กำลังใจ การพยักหน้า การสัมผัส ซึ่งการเเสดงออกของผู้ให้การช่วยเหลือควรเหมาะสมกับเหตุการณ์อารมณ์ความรู้สึก เเละสภาพสังคม วัฒนธรรม ศาสนา ของผู้ประสบการณ์วิกฤต
C.การสื่อสาร
ควรเริ่มพูดคุยเบื้องต้นเมื่อผู้ประสบเหตุการณ์วิกฤตมีความพร้อม เช่น เริ่มสบตา มีท่าทีที่ผ่อนคลาย มีสติรู้ตัว รู้ว่ารอบตัวเขาเป็นสถานที่ใดโดยเน้นถึงความรู้สึกขณะนั้น เช่น ถามว่า"ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง"เพื่อให้พูดระบายความรู็สึกเเต่ไม่ควรซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
4.วิธีการให้สุขภาพจิตศึกษาเเละข้อมูลที่จำเป็น (Education)
ต.1 การตรวจสอบความต้องการ
ไถ่ถามถึงข้อมูลเเละตรวจสอบความต้องการที่จำเป็นเเละเร่งด่วน ใช้วิธีสอบถามเพื่อสำรวจเรื่องความต้องการสนับสนุนในด้านเศรษฐกิจ การเงิน อาชีพ ปัญหาภายในครอบครัวที่ต้องการช่วยเหลือ
ต.2 เติมเต็มความรู้
ให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นจากความเครียด เเละผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งบอกวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเครียด เเหล่งช่วยเหลือต่างๆทั้งภาครัฐเเละเอกชน
ต.3 ติดตามต่อเนื่อง
ร่วมกันวางเเผนเเละหาเเนวทางในการรับการช่วยเหลือต่างๆเพิ่มเติม ควรมีการพูดคุยวางเเผนร่วมกันระหว่างผู้ให้การช่วยเหลือ เเละผู้ประสบภาวะวิกฤต ในด้านการดูเเลติดตามอย่างต่อเนื่องโดยการนัดหมาย การโทรศัพท์ติดต่อผลเเละการเยี่ยมบ้าน
การเตรียมตัวเพื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
2.ระยะวิกฤตเเละฉุกเฉิน (ภายใน 72 ชั่วโมงเเรกหลังเกิดเหตุ - 2 สัปดาห์)
B.ระยะฉุกเฉิน (72 ชม.-2 สัปดาห์)
สามารถสำรวจข้อมูลของสถานการณ์ ความต้องการได้จัดเจนมากขึ้น เพื่อวางเเผนในการให้ความช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการผู้ประสบภาวะวิกฤต
ระยะนี้ทั้งผู้สูญเสียหรือผู้รอดชีวิตจะบอกโลกให้เเง่ดี การช่วยเหลือจะหลั่งไหลเข้ามา ผู้ประสบภาวะวิกฤตเกิดกำลังใจ ครอบครัวเเละชุมชนจะสามารถฟื้นตัวได้
ประเมินคัดกรองเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงในเเต่ละวัยเเละนำมาวางเเผนในการช่วยเหลือที่ถูกต้องรวมถึงมีการจัดลำดับความต้องการอย่างเร่งด่วนเเละต่อเนื่อง
กลุ่มเป้าหมายจะพิจารณาตามความรุนแรง 6 กลุ่ม คือ
กลุ่มผู้สูญเสียบุคคลในครอบครัว/ทรัพย์สิน
กลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษาทางจิตเวช หรือ ใช้สารเสพติด
กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบหลังประสบภาวะวิกฤติ
กลุ่มผู้สูงอายุเเละเด็ก
กลุ่มผู้พิการเเละเจ็บป่วยเรื้อรัง
กลุ่มผู้ที่ต้องการบริการด้านสุขภาพจิต
มีขั้นตอน ดังนี้
1.เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต ทีมMCATT เข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภาวะวิกฤตในพื้นที่เสี่ยงร่วมกับทีมให้การช่วยเหลือทางกาย ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมของทีม รับทราบบทบาทหน้าที่ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เเบบประเมิน/คัดกรอง ทบทวนความรู้
2.คัดกรองเเละค้นหากลุ่มเสี่ยงตอบปัญหาสุขภาพจิตโดยใช้เวชระเบียบสำหรับผู้ประสบภาวะวิกฤต/ภัยพิบัติ(ผู้ใหญ่เเละเด็ก)เเละให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจ
3.สำรวจความต้องการช่วยเหลือทั้งด้านร่างกายเเละจิตใจเเละให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ
4.กรณีพบความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ให้จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยงเเละวางเเผนการติดตามต่อเนื่อง
5.สรุปรายงานสถานการณ์เบื้องต้นพร้อมทะเบียนกลุ่มเสี่ยง
A.ระยะวิกฤต ( ภายใน 72 ชม.เเรกหลังเกิดเหตุ)
ระยะนี้จะมีการตื่นตัวทางสรีระเเละพฤติกรรมมีพลังอย่างมากเพื่อให้รอดชีวิต เกิดความเครียดหวาดผวา หวาดกลัว ช็อก วิตกกังวล สับสน ผู้ประสบภาวะจะช่วยเหลือซึ่งกันเเละกัน
มีผู้คนจำนวนมากให้การช่วยเหลืออย่างไม่มีระบบ/ระบบการช่วยเหลือจะมุ่งให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า เน้นการช่วยเหลือตามสภาพความเป็นจริงทั้งด้านร่างกายความต้องการพื้นฐาน เช่น ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ของใช้ที่จำเป็น
ระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญต้องให้การปฐมพยาบาลด้านจิตใจเเก้ผู้ประสบภาวะวิกฤต (PFA)เเละให้การช่วยเหลือที่ตรงตามความต้องการ
1.ระยะการเตรียมการ
การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตต่างๆอย่างทันท่วงทีจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งระดับบุคคล องค์กรเเละชุมชนจะครอบคลุมตั้งเเต่การรับนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัด/นายเเพทย์สาธารณสุขจังหวัดจัดเตรียมโครงสร้างการดำเนินงานช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตเเละเเผนการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต
การจัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต ผู้ประสบภาวะวิกฤต/ศูนย์วิกฤตสุขภาพจิต(MCC)/ทีมMCATT (ระดับจังหวัดเเละระดับอำเภอ)เพื่อปฏิบัติให้การช่วยเหลือเยียวยาโดยจะมีการพัฒนาความรู้ทักษะของบุคลากรโดยการฝึกอบรมเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภาวะวิกฤต(Intervention)
การให้การปฐมพยาบาลทางจิตใจ(Psychological first Aid: PFA)
การช่วยเหลือทางจิตใจเเละสังคมในภาวะวิกฤต(Crisis Intervention)
การบำบัดทางพฤติกรรมความคิด(Cognitive Behavior Therapy: CBT)
การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตตามเเบบ Satir
การเตรียมความพร้อมของชุมชนเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤต
การให้ความรู้เรื่องภัยพิบัติเเก่ชุมชน
การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดภัยพิบัติ
ระบบการเตือนภัย
หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือมีการซ้อมเเผนการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต