Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะขาดออกซิเจน (Birth asphyxia), นางสาวรัตติกาล สุขสาลี รหัสนักศึกษา…
ภาวะขาดออกซิเจน
(Birth asphyxia)
ภาวะที่ทารกแรกเกิดไม่สามารถหายใจได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ขาดสมดุลของการแลกเปลี่ยนก๊าซ
ทำให้มี Hypoxia,Hypercapnia และ Metabolic acidosis
กลไกการเกิด
:question:
การไหลเวียนเลือดทางสายสะดือ มีการหยุดไหลหรือไหลเวียนลดลง
ไม่มีการแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่รก เกิดจากรกแยกตัวออกจากมดลูก
มีการนำออกซิเจนหรือสารอาหารจากมารดาไปสู่ทารกผ่านทารกไม่เพียงพอ เช่น มารดาเป็นความดันโลหิตสูง
ปอดทารกขยายไม่เต็มที่และการไหลเวียนเลือดยังคงเป็นแบบทารกในครรภ์ไม่สามารถปรับเป็นทารกหลังคลอดได้และไม่พัฒนาเป็นแบบผู้ใหญ่
พยาธิสภาพ
:!!:
ปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดน้อยกว่า 40 mmHg.ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมอง หัวใจและต่อมหมวกไตลดลง อวัยวะอื่นๆก็มีเลือดไปเลี้ยงลดลงด้วย จะเริ่มเกิด การหายใจแบบขาดอากาศ (Gasping) ประมาณ1นาที ตามด้วยการหายใจไม่สม่ำเสมอและหัวใจเต้นช้าลง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจะหยุดหายใจเป็นครั้งแรก (Primary apnea) ถ้าไม่ช่วยคืนชีพทารกจะพยายามหายใจใหม่อีกครั้งแต่จะหายใจไม่สม่ำเสมอประมาณ4-5นาที แล้วหยุดหายใจ (Secondary apnea) เกิด Metabolic acidosis ทำให้ขาดออกซิเจนรุนแรงมากขึ้น ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขภายใน8นาทีหลังเกิดการขาดออกซิเจนทารกจะเสียชีวิต
อาการและอาการแสดง
:fire:
ระยะตั้งครรภ์หรือก่อนคลอด
ทารกเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ ต่อมาจะเคลื่อนไหวน้อยลงกว่าปกติ
FHS ในระยะแรกจะมากกว่า 160 ครั้ง/นาที ต่อมาจึงช้าลง
ระยะคลอด
พบขี้เทาปนน้ำคร่ำ
ระยะหลังคลอด
APGAR ต่ำกว่า7คะแนน
ปอด : ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงทำให้หลอดเลือดในปอดหดตัว ความดันในปอดสูงขึ้น เลือดไปเลี้ยงปอดลดลง ทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดเกิดภาวะ RDS ทารกที่คลอดครบกำหนดเกิดภาวะ PPHN
หัวใจและหลอดเลือด : ขาดออกซิเจนระยะแรกร่างกายจะส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง หัวใจและต่อมหมวกไต แต่ลดปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนอื่นๆ ส่งผลให้ หัวใจเต้นเร็ว ผิวซีด หายใจมี Gasping มี Metabolic acidosis อุณภูมิร่างกายต่ำ ความดันโลหิตต่ำ
ระบบประสาท : ถ้าขาดออกซิเจนนานทารกจะซึม หยุดหายใจบ่อย หัวใจเต้นช้าลง ม่านตาขยายกว้างไม่ตอบสนองต่อแสง ไม่มี Doll's eye movement และมักเสียชีวิต
ระบบทางเดินอาหาร : ลำไส้จะบีบตัวแรงชั่วคราว ทำให้ทารกถ่ายขี้เทาขณะอยู่ในครรภ์ จึงเสี่ยงต่อการสำลักขี้เทาเข้าปอด
การเปลี่ยนแปลงเมตาบอลิซึม : หลังจากการขาดออกซิเจน ทารกมักจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แคลเซียมต่ำและโปแตสเซียมสูง ทำให้ทารกซํกและเสียชีวิต
ระบบทางเดินปัสสาวะ : ทารกจะปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ถ่ายปัสสาวะเลย หรือถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด (hematuria)
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ :
ค่า arterial blood gas ผิดปกติ คือ PaCO2 > 80 mmHg, PaO2 < 40 mmHg, pH < 7.1
ระดับน้ำตาลในเลือด 30 mg%
ค่าของ calcium ในเลือดต่า กว่า 8 mg%
ค่าของ potassium ในเลือดสูง
Hypoxic ischemic encephalopathy (HIE)
สูญเสียกำลังกล้ามเนื้อ พบได้ในช่วงอายุ 2-3 ชม.แรก
ชัก มักเริ่มเห็นภายใน 12-24 ชม.เริ่มด้วยชักแบบ subtle seizure
ระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความรุนแรงในการขาดออกซิเจน
และช่วยทำให้คาดการณ์ได้ว่าทารกจะรอดชีวิตหรือไม่
การวินิจฉัย
:!?:
ประวัติการคลอด
การตรวจร่างกาย การประเมินคะแนน APGAR
จะพบการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ
สีผิว
อัตราการหายใจ เริ่มจากไม่สม่ำเสมอไปจนหยุดการหายใจ
การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
การตอบสนองเมื่อถูกกระตุ้น
อัตราการเต้นของหัวใจ
อาการและอาการแสดง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การรักษา
:star:
การให้ความอบอุ่น
ดูแลทารกภายใต้ radiant warmer
เช็ดผิวหนังทารกให้แห้งอย่างรวดเร็วด้วยผ้าแห้ง
วางทารกบนหน้าอกหรือหน้าท้องของมารดา skin to skin contact
clearing the airway
ใช้ลูกสูบยางแดงดูดสิ่งคัดหลั่ง ในปากก่อนแล้วจึงดูดในจมูก
tactile stimulation
การเช็ดตัวและดูดเมือกจากปากและจมูกสามารถกระตุ้นทารกให้หายใจได้อย่างดี
ถ้าทารกยังไม่ร้องหรือหายใจไม่เพียงพอ ให้ลูบบริเวณหลังหน้าอก ดีดส้นเท้าทารก
การให้ออกซิเจน
ในทารกที่มีตัวเขียว อัตราการเต้นของหัวใจช้า หรือมีอาการหายใจลำบาก
ให้ออกซิเจน 100% ที่ผ่านความชื้นและอ่น ผ่านทาง mask หรือท่อให้ออกซิเจน
การช่วยหายใจ (ventilation)
ข้อบ่งชี้
หยุดหายใจหรือหายใจแบบ gasping
อัตราการเต้นของหัวใจน้อยกวา่ 100 คร้ัง/นาที
เขียวขณะได้ออกซิเจน 100%
การใส่ท่อหลอดลมคอ
เมื่อต้องช่วยหายใจด้วยแรงดันบวกเป็นเวลานาน
เมื่อช่วยหายใจด้วย mask และ bag แล้วไม่ได้ผล
เมื่อต้องการดูดสิ่งคัดหลั่ง ในหลอดลมคอ กรณีที่มีขี้เทาปนเปื้อนน้าคร่ำ
เมื่อต้องการนวดหัวใจ
ทารกมีไส้เลื่อนกระบังลม หรือน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,000 กรัม
Chest compression มีข้อบ่งชี้ คืออตัราการเต้นของหัวใจทารกยังคงน้อยกว่า 60 คร้ัง/นาที
การให้ยา (medication)
Epineprine
สารเพิ่มปริมาตร(volume expanders)
Naloxone hydrochroride (Narcan)
การพยาบาล
:<3:
เตรียมทีมบุคลากร เครื่องมือให้ พร้อมก่อนคลอด
ในรายที่มารดามีภาวะเสี่ยงหรือมีอาการแสดงที่น่าสงสัยว่า จะเกิด asphyxia
ดูดสิ่งคัดหลั่ง ให้มากที่สุดก่อนคลอดลำตัว
เช็ดตัวทารกให้แห้งทันที หลังคลอดและห่อตัวรักษาความอบอุ่นของร่างกาย
เพื่อลดการใช้ออกซิเจน
สังเกตอาการขาดออกซิเจน เช่น ริมฝีปากและปลายมือปลายเท้าซีด
เขียว หายใจปีกจมูกบาน หายใจออกมีเสียงคราง หน้าอกบุ๋ม
หรืออาการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ
ดูแลให้ได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
และได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์
ดูแลให้ได้รับอาหารและสารน้า
ตามแผนการรักษาของแพทย์
ดูแลให้พักผ่อน
ดูแลความสะอาดของร่างกาย
ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารก
นางสาวรัตติกาล สุขสาลี รหัสนักศึกษา 601001101