Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ - Coggle Diagram
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
Cell structure and Funtion
Cytoplasm
Ectopasm
อยู่ด้านนอกติดเยื่อหุ้มเซลล์ ลักษณะบางใส
Endoplasm
อยู่ด้านใน ใกล้นิวเคลียส มีสีเข้มกว่า
แบ่งไซโตพลาสซึมตามองค์ประกอบได้
Cytosol / Inclusion
เป็นส่วนที่ไม่มีชีวิต ลักษณะกึ่งเหลวกึ่งแข็ง
อยู่ในรูปของ Colloid
Organelle
Non-membrane bounded organelle
Ribosome
สังเคราะห์โปรตีน พบทั้งเซลล์ยูคาริโอดและโปรคาริโอด
ประกอบด้วย ribosome RNA และ โปรตีนโดยแยกออกเป็น2 subunit คือ
หน่วยใหญ่และเล็ก
มีหน่วยวัดคือ Svedberg
ไรโบโซมของเซลล์โปรคาริโอตมีขนาด 70 s ประกอบด้วยหน่วยย่อย50s & 30s
ยูคาริโอตมีไรโบโซมขนาด 80 s
ในการสังเคราะห์โปรตีนบางครั้งไรโบโซมจะอยู่รวมกันจำนวนมาก
เรียกว่า Polysome
cytoskeleton
เป็นเส้นใยโปรตีนที่เชื่อมเป็นร่างแหเพื่อค้ำจุนรูปร่างของเซลล์
Microfilament
เกิดจากโปรตีน Actin จำนวน 2 สายบิดพันเป็นเกลียว
มีหน้าที่เกี่ยวกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ การเกิด Microvilli
และให้เซลล์คงรูปร่าง
Microtubule
มีลักษณะเป็นท่อรูปทรงกระบอกกลวงเกิดจากโปรตีน Tubulin เป็นองค์ประกอบของ Spindle fiber
เป็นโครงสร้างของ Cilia & Flagellum (9+2)
เป็นที่ยึดเกาะและเคลื่อนที่ของออร์แกเนลล์
Intermediate filament
เกิดได้จากโปรตีนหลายชนิด ประกอบเป็นเส้นใย 4 สายจำนวน 8 ชุด
พันบิดเป็นเกลียว
ทำให้เกิดรูปร่างและค้ำจุนเซลล์เสริมความแข็งแรงในเซลล์ผิวหนังและทำให้เกิดการสร้าง-สลาย Nuclear membrane
centriole
ประกอบด้วย Microtubule เรียงเป็น 9 กลุ่มแต่ละกลุ่มมี 3
อันตรงกลางไม่มีเขียนสูตรโครงสร้างได้ 9 + 0
รูปทรงกระบอกไม่พบในเซลล์พืช มักพบอยู่ใกล้นิวเคลียส
แบ่งตัวเป็น 2 แท่งตั้งฉากกันจะสังเคราะห์ไมโครทิวบูลได้
เรียกระยะนี้ว่า Centrosome
มีหน้าที่สร้าง spindle fiber ควบคุมการเคลื่อนที่ของโครโมโซมขณะเซลล์แบ่งตัว
เป็น Basal body ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว
membrane bounded organelle
Endoplasmic reticulum
มีลักษณะเป็นถุงแบนพับไปมาส่วนของท่อติดกับเยื่อหุ้มนิวเคลียส
smooth endoplasmic reticulum
เป็นท่อกลมขดไปมาไม่มีไรโบโซมเกาะ พบมากในเซลล์ที่มีหน้าที่กำจัดสารพิษ นอกจากนี้ยังสังเคราะห์ Lipid และในเซลล์กล้ามเนื้อมีหน้าที่พิเศษคือสะสมและปลดปล่อยแคลเซียมไอออน
Rough endoplasmic reticulum
เป็นท่อแบนขดไปมามีไรโบโซมเกาะทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีน
โดยไรโบโซมแล้วบรรจุใส่ vesicle
lysosome
เป็นถุง รูปร่างกลมรี ภายในมีเอนไซม์หลายชนิดอยู่โดยเฉพาะเอนไซม์กลุ่ม Hydrolase
พบในสัตว์อาจพบในพืชบางชนิด มีหน้าที่ย่อยสลายองค์ประกอบที่มาจากภายนอกเซลล์
Primary lysosome
เกิดมาจาก Golgi body
secondary lysosome
เกิดจากไรโซโซมปฐมภูมิรวมตัวกับ vacuole
-หากรวมตัวกับ food vacuole เรียกว่า Heterophagy
-หากรวมตัวกับ Autophagosome เรียกว่า autophagy / autosis
residual body
ส่วนที่เหลือหลังจากการย่อยจะขับถ่ายออกนอกเซลล์ แต่บางเซลล์อาจมีการสะสมทำให้เกิดการแก่ของเซลล์
peroxisome
คล้ายไลโซโซมแต่สามารถแบ่งตัวเองได้ ภายในประกอบด้วยเอนไซม์หลายชนิดพบมากในตับไต หน้าที่คือสร้างเอนไซม์ catalase แล้วมาย่อย Hydrogen peroxide ให้กลายเป็นน้ำและออกซิเจน
vacuole
ในพืชจะมีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ แบ่งออกเป็น
food vacuole
ทำหน้าที่บรรจุอาหารที่รับเข้ามาเพื่อทำการย่อยสลายต่อไป พบในเซลล์ของโพรทิสต์บางชนิดและเซลล์เม็ดเลือดขาวของคน
contractile vacuole
ทำหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำภายในเซลล์ พบในเซลล์ของโพรทิสต์บางชนิด
Central vacuole
ทำหน้าที่สะสมสารบางชนิด พบเฉพาะในพืช
Golgi complex
รูปร่างคล้ายชามเรียกว่า cisterna โครงสร้างคล้าย SER แต่ไม่อยู่ติดนิวเคลียสมีหน้าที่รับสารที่ RER สร้างแล้วนำมาทำให้เข้มข้นก่อนนำเรียงออกนอกเซลล์
นอกจากนี้ยังมีหน้าที่พิเศษอื่นๆได้แก่ การสร้าง Acrosome ซึ่งอยู่ที่หัวของสเปิร์ม การสร้างเข็มพิษของไฮดราและกระพรุน การสร้างเอนไซม์ในพืชและสัตว์
mitochondria
แหล่งพลังงานของเซลล์ เยื่อหุ้มชั้นนอกเรียบ เยื่อหุ้มชั้นในจะขับเข้าไปเป็นรอยหยัก ภายในบรรจุของเหลวเรียก Matrix
plastid
พบเฉพาะในพืช
Chromoplast
มีรงควัตถุสีต่างๆพบในพืชที่มีอายุมาก เปลือกของผลไม้ กลีบดอก
Leucoplast
เป็นพลาสติดไม่มีสีในรากและลำต้น
Chloroplast
มีรงควัตถุสีเขียวพบตามส่วนที่มีสีเขียว เป็นแหล่งเกิดปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง
Nucleus
chromatin
เป็นเส้นใย ย้อมสีติด มีหน้าที่ควบคุมกิจกรรมต่างๆและควบคุมการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
nucleolus
มีลักษณะเป็นก้อนอนุภาคหนาทึบและย้อมติดสีเข้มที่สุด
ที่มีกิจกรรมสูงจะมีขนาดใหญ่ส่วนในเซลล์ที่มีกิจกรรมต่ำจะมีขนาดเล็ก
ทำหน้าที่สังเคราะห์ RNA ชนิดต่างๆ
nuclear membrane
-เยื่อหุ้ม 2 ชั้น Outer membrane เชื่อมรวมกับ RER
-inner membrane อยู่ติดกับของเหลว
-มีรูเรียกว่า Nuclear pore
เป็นก้อนทึบแสงอยู่บริเวณกลางเซลล์ เป็นที่อยู่ของ
สารพันธุกรรมทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์
Type of cell
Prokaryotic cell
เซลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส สารพันธุกรรมชื่อ Nuclegoid
เช่น แบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
Eukaryotic cell
เซลล์ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส เช่น โพรโทซัว ฟังไจ พืช สัตว์
Cell structure and Funtion
โพรโทพลาสซึม
นิวเคลียส
ไซโทพลาสซึม
ส่วนห่อหุ้ม
cell membrane
ประกอบด้วย Phospholipid และ Protein เป็นหลัก
มีสาย Carbohydrate เกาะด้านนอก และ Cytoskeleton ด้านใน
เคลื่อนที่แนวระนาบได้ เรียกว่า Fluid mosaic model
Phospholipid
ส่วนหัว
มีขั้ว(ชอบน้ำ)
ส่วนหาง
ไม่มีขั้ว(ไม่ชอบน้ำ)
เรียงตัว2ชั้น โดยหันส่วนหางเข้าหากัน
มีส่วนประกอบของ Phospholipid ทำให้เยื่อหุ้มสามารถหลุดออกและเชื่อมกันได้ ทำให้เกิดการสร้าง Vesicle นำไปใช้โดยการลำเลียงสาร
เข้า-ออกเซลล์
โปรตีนกระจายตัวแทรกตามส่วนต่างๆ
ของโมเลกุล Phospholipid
Transport protein ทำหน้าที่ลำเลียงสาร
Receptor protein รับสารนอกเซลล์ที่มากระตุ้นแล้วส่งสัญญาณไปในเซลล์
Enzymatic protein ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาในเซลล์
ทำหน้าที่ควบคุมการเข้า-ออกขอลสาร
ห่อหุ้มให้เซลล์คงรูป
รับสัมผัสสาร
มีความต่างศักย์ไฟฟ้า
cell wall
เป็นสารเคลือบเซลล์ ไม่พบในสัตว์
เป็นส่วนที่ไม่มีชีวิตของเซลล์(no activity)
ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให่เซลล์ องค์ประกอบคือ Cellulose
จำแนกเป็น
Middle lamella
ผนังเซลล์ที่สร้างเป็นลำดับแรกหลังจากการ
เกิดแผ่นกั้นเซลล์ ประกอบด้วย Pectin
Primary cell wall
ถัดจาก Middle lamella มีcellulose เป็นหลัก
Secondary cell wall พบในเซลล์พืชบางชนิด
ประกอบด้วย cellulose & Lignin
บางบริเวณของผนังเซลล์ จะมีสายไซโทพลาสซึม(Plasmodesmata)
เชื่อมระหว่าง2เซลล์ที่อยู่ติดกัน เกิดในช่วงการสร้างผนังเซลล์
องค์ประกอบที่ต่างกันของเวลล์แต่ละชนิด
Diatom มี silica
สาหร่ายสีแดง มี Agar
Fungi มี chitin
แบคทีเรียและสาหร่ายเขียวแกมน้ำเงิน มี Peptidoglycan
Glycocalyx
พบในสัตว์ ทำหน้าที่รับรู้ระหว่างเซลล์ข้างเคียง
ถ้าสูญเสียการรับรู้จะทำให้เวลล์แบ่งตัวไม่หยุดยั้ง
ทำให้เกิดเนื้องอกและมะเร็งได้
เป็นได้ทั้ง Glycoprotein และ Glycolipid