Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พยาธิสรีรวิทยาระบบทางเดินอาหาร - Coggle Diagram
พยาธิสรีรวิทยาระบบทางเดินอาหาร
โครงสร้างของทางเดินอาหาร
ส่วนที่เป็นทางเดินอาหาร
ตับ
สร้างน้ำดี ซึ่งจำเป็นต่อการย่อยไขมัน
ปาก
ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารและคลุกเคล้ากับน้ำลายได้เป็นอาหารเคี้ยวแล้ว (bolus) ก่อนส่งเข้าสู่ทางเดินอาหาร
คอหอย
มีส่วนในการกลืนอาหาร
หลอดอาหาร
ส่งอาหารที่เคี้ยวแล้วจากคอไปยังกระเพาะอาหาร
ถุงน้ำดี
กักเก็บน้ำดีที่สร้างจากตับและที่ได้จากการรับประทานอาหาร
กระเพาะอาหาร
กักเก็บอาหารที่เคี้ยวแล้วไว้ด้วยการทำงานของน้ำหลั่งกระเพาะที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง
ตับอ่อน
สร้างน้ำหลั่งตับอ่อน ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการย่อยอาหาร
ลำไส้เล็กส่วนต้น
เป็นบริเวณที่อาหารถูกย่อยด้วยการทำงานของเอนไซม์ในลำไส้ น้ำหลั่งตับอ่อน และน้ำดี
ลำไส้ใหญ่
การย่อยและการดูดซึมสารอาหารไปสร้างเสริมเนื้อเยื่อสิ้นสุดลงที่ลำไส้ใหญ่ (colon)
ลำไส้เล็ก
ตลอดความยาวของลำไส้เล็ก สารอาหารจะถูกดูดซึมเข้าสู่เลือดเพื่อกระจายไปทั่วร่างกาย
ไส้ตรง
อยู่ส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่ มีหน้าที่เก็บกากอาหารที่ได้จากกระบวนการย่อยก่อนขับถ่ายออกเป็นอุจจาระ
ต่อมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ GIT
ต่อมน้ำลาย
ตับอ่อน / ตับ
โรคของช่องปาก
ความพิการแต่กำเนิด
Here Lip and Cleft palate : โรคปากแหว่งเพดานโหว่
สามารถเกิดได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาในช่วงเดือนที่2 และเดือนที่3 ของการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดความผิดพลาดในการสร้างอวัยวะ ได้แก่ ปากและเพดาน
ปากแหว่ง
เกิดที่ด้านบนชองริมฝีปากในลักษณะช่องว่างเล็กๆ หรือเว้าเล็กน้อย เรียกว่า ปากแหว่งไม่สมบูรณ์ หรือปากแหว่งบางส่วน
ถ้ารอยแยกนี้ต่อเนื่องไปถึงจมูกเรียกว่า ปากแหว่งสมบูรณ์ อาจเกิดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้
สาเหตุจากการเชื่อมของขากรรไกรบนและส่วนยื่นจมูกด้านใกล้กลาง เพื่อเป็นเพดาน ปากปฐมภูมิ ไม่สมบูรณ์
เพดานโหว่
เป็นภาวะที่เเผ่นกระดูกของกะโหลกศีรษะที่ประกอบเป็นเพดานแข็ง 2 แผ่นไม่เชื่อมต่อกัน
สาเหตุจากความบกพร่องของการเชื่อมของส่วนยื่นเพดานปากด้านข้าง ผนังกลางจมูก และ/หรือส่วนยื่นเพดานปากกลาง เพื่อเป็นเพดานปากทุติยภูมิ
ชนิดสมบูรณ์ คือ มีรอยแยกทั้งเพดานแข็งและเพดานอ่อน บางครั้งอาจมีที่ขากรรไกร
ชนิดไม่สมบูรณ์ คือ มีช่องอยู่ที่เพดานปาก
มักเป็นเพดานอ่อน
การอักเสบ
Gingivitis
Periodonitis
Dental caries
Recurrent herpes labialis
Aphthous ulcer
Oral candidiasis (Thrush)
ฟัน
เคลือบรากฟัน (cementum) : เป็นส่วนของเนื้อเยื่อ
ปริทันต์ที่อยู่ภายในรากฟัน ด้านหลังของเหงือก
เหงือก (gingiva) : เนื้อเยื่อหุ้มตัวฟันและกระดูกขากรรไกรไว้
เนื้อฟัน (dentine) : เป็นส่วนที่แข็งน้อยกว่าเคลือบฟัน มีความแข็งพอๆกับกระดูก
เคลือบฟัน (enamel) : เป็นส่วนที่แข็งที่สุดของฟัน มีส่วนประกอบของแคลเซียมและฟอสเฟต
โพรงประสาทฟัน (pulp) : เป็นที่อยู่ของเส้นเลือดที่นำอาหารมาหล่อเลี้ยงฟัน และนำของเสียออกจากฟัน มีเส้นประสาทรับความรู้สึกของฟัน
Gingivitis เศษอาหารหมักหมม หรือหินปูน พอกอยู่ที่ฟัน ทำให้ Bacteria เจริญได้ดี เกิดการอักเสบ
Periodonitis เป็นการอักเสบขvงเนื้อเยื่อที่อยู่รอบฟัน มักเกิดที่เหงือกก่อนแล้วลุกลามทำลาย tissue ถ้าอักเสบเรื้อรังอาจทำให้เกิดเหงือกกร่น (Gingival recession)
Dental caries รอยโรคทีมีการทำลายสาร enamel และ dentine
Recurrent herpes labialis เกิดจาก herpes simplex virus ระยะแรกเป็น vesicle ขนาดเล็กที่ mucocutaneous junction ของริมฝีปาก ต่อมาแตกเป็นแผล และอาจมี secondary inflection
Aphthous ulcer (Canker sore) เป็นแผลที่เกิดซ้ำในช่องปาก มักเป็นแผลตื้น แผลเดียว หรือหลายแผลพร้อมกน มักหายภายใน 1 สัปดาห์
Oral candidiasis (Thrush) เกิดจากเชื้อรา Candida albicans พบในเด็กเล็ก ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ / ได้รับยาปฏิชีวนะ
Tonsillitis
Acute tonsillitis
เกิดจากเชื้อ Streptococcus
พบ tonsil บวมโต มีexudate สีขาวคลุมอยู่ที่ผิว
ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ Peritonsilar abscess
Chronic hyperteophic tonsillitis
เกิดจากการอักเสบของ tonsil เป็นๆหายๆ
พบ tonsil มีขนาดใหญ่กว่า 2 ซม. เนื่องจากมี lymphoid hyperplasia
โรคของต่อมน้ำลาย
Mumps
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่ม ParamyXovirus
เป็นการอักเสบแบบ acute interstitial inflammation ติดต่อกันโดยทางน้ำลาย เสมหะ มักจะพบใน
เด็กอายุ 5-10 ปี
สำหรับผู้ชายอาจจะมีอัณฑะอักเสบ
(Orchitis)
ผู้หญิงอาจจะมีรังไข่อักเสบ
(Oophoritis)
อาจมีเยื่อหุ้มสมอมองและสมองอักเสบร่วมด้วย (Meningoencephalitis
โรคของหลอดอาหาร
ความพิการแต่กำเนิด
Esophageal atresia เป็นภาวะที่ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของหลอดอาหาร
Esophageal stenosis เป็นภาวะที่บางส่วนของหลอดอาหารตีบ
Achalasia
จำนวน myenteric ganglion cell ในผนังหลอดอาหารที่ทำหน้าที่ควบคุมการหดตัวเพื่อบีบไล่อาหารมีจำนวนลดลงหรือไม่มี
กลืนอาหารลำบากและสำลัก โดยเฉพาะเวลากลางคืน
หลอดอาหารส่วนบนจะมีผนังบางและโป่งออก
Esophageal varices
เลือดดำโป่งพองบริเวณหลอดอาหารส่วนล่าง
เป็นเส้นเลือดที่ท่ออาหาร esophagus ส่วนล่างเกิดการขยายตัว ทำให้เกิดผนังของเส้นเลือดบางลงง่ายต่อการฉีกขาดหรือแตก และมีเลือดออก
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเลือดออกคือ cirrhosis
หลอดเลือดดำมีลักษณะคดเคี้ยวจาก portal hypertension ทำให้เกิดแผลได้
Stomach
ความพิการแต่กำเนิด
Diaphragmatic hernia ทำให้พบส่วนที่เป็นทางเดินอาหารอยู่ในทรวงอกได้
Congenital pyloric stenosis
ความผิดปกติของกระเพาะอาหาร
Peptic ulcer
ภาวะที่เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกทำลาย และเกิดแผลบริเวณเยื่อบุกระเพาะอาหาร พบโรคนี้ได้ทุกเพศทุกวัย
ตำแหน่งที่พบได้ เช่น หลอดอาหารส่วนล่างกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้นที่ติดกับกระเพาะอาหาร
เกิดจากความเสียสมดุลระหว่างปริมาณกรดที่หลั่งในกระเพาะอาหารกับความต้านทานต่อกรด
โรคกระเพาะอาหารแบบเฉียบพลัน (Acute ulcer)
มีลักษณะเป็นแผลตื้นไม่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร
มักพบเป็นแผลหลายจุดเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และหายเองประมาณ 6 สัปดาห์
มักพบมากในผู้ป่วยหลังการผ่าตัดหรือมีโรคติดเชื้อรุนแรง
โรคกระเพาะอาหารแบบเรื้อรัง (Chronic peptic ulcer)
มีลักษณะเป็นแผลลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร
แผลมีลักษณะเรื้อรัง ขอบแผลนูนบวม เมื่อแผลหายจะเกิดรอยแผลเป็นแบ่งเป็น 2 ชนิด
แผลที่กระเพาะอาหาร (Gastric ulcer)
เป็นแผลที่พบได้ในทุกส่วนของกระเพาะอาหารทั้งส่วนกระเพาะอาหาร ฟันดัส ไพโรริก และแอนทรัม
สาเหตุมักพบเกิดจากความสามารถในการป้องกันกรดและเปปซินของกระเพาะอาหารลดลงทำให้เกิดแผลได้ง่าย
แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal ulcer)
เป็นชนิดที่มีแผลเกิดบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น
สาเหตุจากการหลั่งกรดที่มากขึ้น
มักพบในทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มีภาวะความเครียดสูงอารมณ์แปรปรวน และมีความวิตกกังวลมากรวมถึงพฤติกรรมการดื่มสุราและสูบบุหรี่
Peptic ulcer perforate
น้ำย่อยในกระเพาะมีฤทธิ์เป็นกรดเมื่อกระเพาะทะลุกรดในกระเพ ณ จะหลั่งออกมาในช่องท้องทำให้เยื่อบุช่องท้อง peritoneum อักเสบเรียกช่องท้องอักเสบ peritonitis
ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องอย่างมากหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
สาเหตุ
การติดเชื้อ Helicobacter pylori
การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID
Diverticular disease : โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ
การอักเสบของกระเปาะบริเวณเยื่อบุลำไส้ใหญ่ที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลันรุนแรง โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ทำได้เพียงควบคุมอาการด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกาย
Gastritis
เป็นการอักเสบของ gastric mucosa จากสารระคายเคืองและความบกพร่องกลไกป้องกัน
ชนิดกระเพาะอาหารอักเสบ
Acute gastritis
สาเหตุ ระคายเคืองจากอาหาร ยา แอลกอฮอล์ การติดเชื้อ
พยาธิสภาพเริ่มจากอาการเลือดคั่งและบวมของเยื่อบุกระเพาะอาหาร
อาจพบรอยโรคเรียก acute hemorrhagic erosive gastritis
Chronic gastritis
สาเหตุ : การทันกลับน้ำดี, การระคายเคืองเรื้อรัง
การดื่มเหล้า ยา ASA การติดเชื้อ Helicobacter pylori
รอยโรค : รอยแผลเป็นลุกลามเลือดออกแผลในกระเพาะ
โรคของลำไส้เล็ก
ความพิการแต่กำเนิด
Congenital atresia เป็นภาวะที่ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของลำไส้เล็ก
Congenital stenosis เป็นภาวะที่บางส่วนของลำไส้เล็กตีบ
Intussusception
เป็นภาวะที่ลำไส้เล็กส่วนต้นถูกกลืนโดยลำไส้เล็กส่วนปลาย
ส่วนที่กลืนเรียก intussuscipien ส่วนที่ถูกกลืนเรียก intussusceptum
พบในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย
สาเหตุ
ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุ บางรายพบว่า เกิดหลังการติดเชื้อของลำไส้ หรือจากความผิดปกติในผนังของลำไส้เล็กที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด เช่น ก้อนติ่งเนื้อ (Polyps) หรือกระพุ้งของลำไส้ (Meckel's diverticulum)
Intestinal adhesion
การติดกันของลำไส้ หรือการที่ลำไส้ติดกับอวัยวะส่วนอื่นทำให้มีการดึงรั้งลำไส้
Content ผ่านไม่สะดวกเป็นมาก ทำให้ลำไส้อุดตันได้
สาเหตุ
จากการอักเสบหรือภายหลังการผ่าตัดในช่องท้อง
Intestinal obstruction
ภาวะที่สิ่งต่างๆในลำไส้ ได้แก่ น้ำ อาหาร น้ำย่อยและของเหลวต่างๆในลำไส้ไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ตามปกติ จึงก่อให้เกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด ปวดท้องคลื่นไส้อาเจียน และไม่ผายลม
อาจเกิดจากลำไส้ไม่บีบตัวขับเคลื่อนสิ่งต่างๆในลำไส้ตามปกติเรียก“ ภาวะลำไส้อืด (Paralytic ileus) หรือ Non mechanical obstruction "
หรือเกิดจากช่องทางเดินในลำไส้ตีบแคบ หรืออุดตันทั้งหมดเรียก“ ลำไส้ตีบตัน (Mechanical obstruction)"
โรคของลำไส้ใหญ่
ความพิการแต่กำเนิด
Hirschsprung's disease or Congenital megacolon
มักพบในเพศชาย
พยาธิสภาพพบที่ rectum และ sigmoid colon ไม่มี ganglion cell ใน colon จึงไม่มี peristalsis ทำให้ content ผ่านไม่ได้
Colon ส่วนที่อยู่เหนือกว่ามีผนังหนาและพองออก
Imperforate anus
เกิดจากเนื้อเยื่อที่แยกระหว่าง rectum กับ Anus ที่ควรหายไปตั้งแต่ทารกในครรภ์อายุ 8 สัปดาห์ยังคงอยู่
เกิดภาวะลำไส้อุดตันได้
Diverticular disease
การที่ mucosa มีลักษณะคล้ายถุงยื่นเป็นสิ่งออกไปจาก muscle layer ของผนัง colon
มักพบในผู้สูงอายุ, รับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารน้อย, ไม่ออกกำลังกาย
Hemorrhoid : ริดสีดวงทวาร
เกิดจากการโตขึ้นของกลุ่มเส้นเลือดและเนื้อเยื่อบริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรงที่เรียกว่า hemorrhoidal tissue
สาเหตุ
เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดบริเวณนั้น
เกิดจากการเพิ่มความดันในหลอดเลือดดำนาน ๆ เกิดจากการเบ่งอุจจาระบ่อยๆ จากท้องผูก การยกของหนัก การยืนนาน ๆ รวมทั้งการตั้งครรภ์ ทำให้เลือดไหลกลับไม่สะดวก
hemorrhoidal tissue จะมีหน้าที่ป้องกันกล้ามเนื้อของทวารหนักรวมทั้งหูรูดระหว่างถ่ายอุจจาระและช่วยให้ทวารหนักปิดได้สนิทในขณะที่เราอยู่เฉย
โครงสร้างและสรีรวิทยาของตับ
หน้าที่ของตับ
สร้างและหลั่งน้ำดี
ควบคุมการสร้างและสลายคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และวิตามิน
มีการสลายและขับออกของฮอร์โมน
ทำการเปลี่ยนโครงสร้างและขับสารพิษและ
ยาออกจากร่างกาย
ความผิดปกติของตับ
Jaundice
ระดับ bilirubin ในเลือดสูงกว่าปกติสองเท่า
อาการ : ผิวหนัง ตา sclera เหลือง
สาเหตุ : มีการแตก RBC เพิ่มขึ้น
Ascites
ภาวะท้องมานเป็นการสะสมของเหลวในช่องท้อง โดยมีสาเหตุจากโรคตับเรื้อรัง มะเร็ง หัวใจขวาล้มเหลว
ตับอ่อนอักเสบ nephrotic syndrome
Portal hypertention : ภาวะความดันเลือดสูงในเส้นเลือดดำพอร์ตัล
การอุดตันที่เกิดในเส้นเลือดพอร์ตัล (Prehepatic block)
การอุดตันที่เกิดขึ้นในตับส่วน sinusoids (Intrahepatic sinusoidal block)
การอุดตันที่เกิดขึ้นในเส้นเลือดดำเฮปพาติก (Posthepatic block)
Hepatitis
เป็นการอักเสบของตับเกิดจากการติดเชื้อ virus หรือ reaction จากยาและสารเคมีมีการทำลาย parenchymal cell และมี transaminases (SGOT , SGPT) ปล่อยเข้ากระแสเลือด
Cirrhosis
เป็นความผิดปกติของตับที่เกิดจากการอักเสบมี fibrosis และมี nodular regeneration ทำให้มีความผิดปกติทั้งโครงสร้างและหน้าที่ของตับ
ตับรูปร่างบิดเบี้ยว คลำพบเป็นก้อนแข็ง ทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินน้ำดีเกิด portal hypertention
Disorders of the gall bladder : โรคในระบบทางเดินน้ำดี
การอุดตันและการอักเสบ
นิ่วในทางเดินน้ำดี (Gallstones)
นิ่วที่เกิดขึ้นและมีอยู่ในทางเดินน้ำดีอาจพบในถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดีก็ได้เรียก Cholelithiasis ประกอบด้วย
hepatolithiasis นิ่วที่เกิดในทางเดินน้ำดีภายในตับ มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบหลักมีสีน้ำตาลเรียก Brown pigment stones
Cholecystitis การอักเสบของถุงน้ำดีจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีก้อนนิ่วจะไปอุดตันท่อน้ำดี ส่งผลให้น้ำไหลออกจากถุงน้ำดีเข้าสู่ลำไส้ไม่ได้
Choledocholithiasis นิ่วที่เกิดในทางเดินน้ำดีร่วม เกิดจากการอักเสบของท่อน้ำดี (Cholangitis)
แบ่งเป็น 2 ชนิด
นิ่วที่ประกอบด้วยโคเลสเตอรอล (Cholesterol stones)
พบบ่อยประมาณ 80% ของนิ่วในถุงน้ำดีทั้งหมด
มีลักษณะแข็งเป็นก้อนสีขาวเหลืองหรือเขียว
เกิดจากการมี Cholesterol เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นในน้ำดี หรือการบีบตัวของกล้ามเนื้อในถุงน้ำดีมีสมรรถภาพไม่เพียงพอจึงไม่สามารถบีบสารออกได้หมด
สาเหตุและกลไกการเกิด
การเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนความเข้มข้นในน้ำดี
การไม่เคลื่อนที่ของน้ำดี
นิ่วที่ประกอบด้วยบิลิรูบิน (Pigment or bilirubin stones)
มีขนาดเล็กกว่าและมีสีคล้ำกว่าชนิดที่เกิดจากคอเลสเตอรอล
มักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็งหรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเลือด เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โรคโลหิตจางจากการขาดเอนไซม์ G6PD
สาเหตุและกลไกการเกิด
เกิดจากการมี unconjugated bilirubin เพิ่มมากขึ้นในน้ำดี เนื่องจากมีการทำลายเม็ดเลือดแดงมากผิดปกติหรือมีการอักเสบถุงน้ำดีและท่อน้ำดีเรื้อรัง
ความผิดปกติในหน้าที่ตับอ่อน
(Disorders of the pancreas)
ความผิดปกติของตับอ่อนมักแสดงอาการออกมาเมื่อความผิดปกตินั้นได้ลุกลามไปมากแล้ว
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute pancreatitis)
เกิดจากท่อในตับอ่อนได้รับบาดเจ็บหรือมีการแตกน้ำย่อยจากตับอ่อนจะย่อยเนื้อเยื่อตนเอง
การอุดตันทางเดินน้ำดีทำให้น้ำที่ไหลเข้าสู่ตับอ่อน
แอลกอฮอล์ทำให้ตับอ่อนหลั่น้ำย่อยมากขึ้นและทำให้ Oddi sphinctor หดเกร็ง
ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic pancreatitis)
มักมีความสัมพันธ์กับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รับประทานอาหารมัน ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงการอุดตันท่อในตับอ่อนเป็นเวลานาน
ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังจะมีลักษณะความผิดปกติของโครงสร้างและหน้าที่อย่างต่อเนื่องแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
Chronic calcifying pancreatitis มักพบในผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง
Chronic obstructive pancreatitis มีความสัมพันธ์กับการตีบของ Oddi sphinctor