Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
5.6 โรคติดเชื้อร่วมกับการตั้งครรภ์ - Coggle Diagram
5.6 โรคติดเชื้อร่วมกับการตั้งครรภ์
ซิฟิลิส
(Syphilis)
การวินิจฉัย
อาการและอาการแสดง
Secondary syphilis
ทั่วตัว ผ่ามือผ่าเท้า ไข้ ปวดตามข้อ ข้ออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโต ผมร่วง
Latent syphilis
ไม่แสดงอาการ
Primary syphilis
หลังรับเชื้อ 10-90 วัน แผลริมแข็ง มีตุ่มแดง
Tertiary or late syphilis :
ทำลายอวัยวะภายในเช่น หัวใจ และหลอดเลือดสมอง ตาบอด
ภาวะแทรกซ้อน
ทารกบวมน้ำ
ทารกตาบอด
ทารกในครรภ์โตช้า
การคลอดก่อนกำหนด
เสี่ยงต่อการแท้งหลังอายุครรภ์ 4 เดือน
Congenital syphilis
ระยะแรก
ระยะหลัง
พบอายุมากกว่า 2 ปี แก้วตาอักเสบ (interstitial keratitis) ฟันหน้ามีรอยแหว่งเว้า คล้ายจอบ (Hutchinson’s teeth) หูหนวก จมูกยุบ หน้าผากนูน กระดูกขาโค้งงอดผิดรูป
พบตั้งแต่คลอดถึง 1 ปี น้ำหนักตัวน้อย ตับม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต ผิวหนังฝ่า มือฝ่าเท้าพองและลอก น้ำมูกมาก เสียงแหลม “wimberger ’s sign” ปลายส่วนบนกระดูก tibia กร่อนทั้งสองข้าง
ส่งตรวจน้ำไขสันหลัง
การตรวจเลือด
FTA-ABS(Fluorescent Treponemal Antibody Absorption Test)
การตรวจ VDRL หรือ RPR
การรักษา
การพยาบาล
ระยะคลอด
หลัก Universal precaution ป้องกันการติดเชื้อ โดยดูดเมือกออกจากปากและจมูกโดยเร็วเจาะเลือดจากสายสะดือทารก เพื่อส่งตรวจการติดเชื้อซิฟิลิส
ระยะหลังคลอด
ระยะหลังคลอด สามารถให้นมได้ตามปกติ ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสทารก แนะนำรับประทานยาและกลับมาตามนัดติดตามผลการรักษา ให้คำแนะนำการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
ระยะตั้งครรภ์
:pencil2: แนะนำมาฝากครรภ์ตามนัดและติดตามผลการรักษาเมื่อครบ 6 และ 12 เดือน
:pencil2: แนะนำรักษาความสะอาดและป้องกนัการแพร่กระจายเชื้อ
:pencil2: หากมีการติดเชื้อดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
:pencil2: แนะนำพาสามีมาตรวจคัดกรอง
:pencil2: ส่งคัดกรอง VDRL ครั้งแรกที่มาฝากครรภ์และตรวจซ้ำ เมื่ออายุครรภ์ 28-32 สัปดาห์ หรือ ห่างกันอย่างน้อย 3 เดือน
:pencil2: ดูแลด้านจิตใจ
:pencil2: อธิบายความสำคัญของการคัดกรองความเสี่ยงของโรคผลต่อทารกในครรภ์
2.การรักษาระยะปลาย
อาจลดอาการปวดโดยผสม 1% Lidocaine 0.5-1 ml
1.การรักษาระยะต้น
ให้ยา Benzathine penicillin G 2.4 mU IM ครั้งเดียว แบ่งฉีดที่สะโพก ข้างละ 1.2 mU
อาจลดอาการปวดโดยผสม 1% Lidocaine 0.5-1 ml
ให้ยา Benzathine penicillin G 2.4 mU IM สัปดาห์ละครั้ง นาน 3 สัปดาห์ แบ่งฉีดที่สะโพก ข้างละ 1.2 mU
Treponema pallidum
:star: มีการอักเสบของปลายหลอดเลือดเล็ก ๆ
:star: เกิดการอุดตันของรูหลอดเลือด ผิวหนังขาดเลือดตายและเกิดแผล
:star: แพร่กระจายผ่านระบบหลอดเลือดและน้ำเหลือง
:star: แพร่ผ่านรกโดยตรง และ
ขณะคลอดทางช่องคลอดที่มีรอยโรค
:star: เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางรอยฉีกขาดของผนังช่องคลอด
โรคเอดส์ในหญิงตั้งครรภ์
(Acquired immunedefiency syndrome)
การวินิจฉัย
อาการและอาการแสดง
การรักษา
การพยาบาล
ระยะคลอด
หลีกเลี่ยงการทำให้ถุงน้ำแตกหรือรั่วทำคลอด โดยยึดหลัก Universal precaution
จัดให้ผู้คลอดอยู่ในห้องแยกป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
ระยะหลังคลอด
2.แนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
3.งดให้นมบุตร เพราะทารกอาจติดเชื้อจากแม่ทางน้ำนมได้
1.จัดให้อยู่ในห้องแยก
4.ทารกหลังคลอด ให้ NPV 2 มก./กก. ทันที และให้ AZT 2 มก./กก./วัน และติดตามการติดเชื้อในทารกหลังคลอด 12-18 เดือน
ระยะตั้งครรภ์
ตรวจหาระดับ CD4 ถ้าต่ำกว่า 400 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร อาจพิจารณาให้ prophylaxis pneumocystis carinii pneumonia (PCP)
แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
ดูแลให้ยาตามแผนการรักษา (แนวทางการให้ยา)
การให้ยาต้านไวรัสระหว่างเจ็บครรภ์คลอด
การให้ยาต้านไวรัสหลังคลอด
1.ให้ยาหลังคลอดต่อทุกราย
:pencil2: CD4 < 500 cells / mm 3
:pencil2: คู่มีผลเลือดลบหรือไม่ทราบผลเลือด
:pencil2: มีการติดเชื้อร่วม เช่น วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ บี ไวรัสตับอักเสบ ซี
2.การให้ยาต้านไวรัสในทารกแรกเกิด
:pencil2: AZT ขนาด 4 mg/kg/dose ทุก 12 ชม. ให้นานต่อเนื่อง 4 สัปดาห์
1.ให้เพิ่ม AZT 300 mg ทุก 3 ชม. หรือ AZT 600 mg คร้ังเดียวไม่ว่าจะใช้ยาสูตรใด
2.หากคลอดโดยการผ่าตัด ให้กินยาก่อนเริ่มผ่าตัดอย่างน้อย 4 ชม.
3.ในรายที่ viral load น้อยกว่า 50 copies/ml
ไม่ต้องให้ยาระหว่างเจ็บครรภ์คลอด
4.หลีกเลี่ยงการให้ยา Methergine เนื่องจากจะ ทำให้เกิด severe vasoconstriction ได้
กลุ่มที่ 3
กลุ่มที่ 2
กลุ่มที่ 1
เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการทางคลินิกการตรวจ Elisa ให้ผลบวก
เป็นกลุ่มอาการคล้ายเอดส์ คือไข ้ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย ผื่นตามตัว ปวดศีรษะ เจ็บคอ ผล CD4 ต่ำกว่า 500-200 cm3
เป็นกลุ่มอาการที่มีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ คือ มีไข้สูงฉับพลัน ไข้ต่ำๆ นานกว่า 2-3 เดือน ปวดศีรษะ เจ็บคอ คลื่นไส้อาเจียน ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วไป ท้องเดินเรื้อรัง น้ำหนักลด อาจตรวจพบเยื่อหุ้มมสมองอักเสบชนิด ไร้เชื้อร่วมด้วย
การซักประวัติ
การตรวจร่างกาย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจยืนยันด้วยการตรวจ confirmatory test เช่น Western Blot (WB) และ Immunofluorescent assay (IFA) ถ้าให้ผลบวกเป็นการแน่นอนว่าผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์
การตรวจคัดกรองโรคเอดส์คือการทดสอบที่เรียกว่า Enzyme–linked Immunosorbent assay (ELISA)
มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต น้ำหนักลด เป็นต้น
เช่น ร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน อาการทางคลินิก
:star:“การตรวจพบปฏิกิริยาทางน้ำเหลืองต่อเชื้อ HIV (Human immunodeficiency Virus) เป็นบวก” :star:
การติดต่อ
3.ทางกระแสเลือด จากการรับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดที่มีเชื้อเอดส์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
2.จากมารดาสู่ทารก(vertical transmission) โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการรักษา ทารกในครรภ์จะมีโอกาสติดเชื้อ 15- 25%
1.การมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงมากที่สุด คือ การร่วมเพศทางทวารหนัก
หูดหงอนไก่
(Condyloma accuminata and pregnancy)
หูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อ ไวรัส Human papilloma virus (HPV) ชนิดที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ ส่วนใหญ่เป็น type 6 และ 11
การวินิจฉัย
อาการและอาการแสดง
คล้ายดอกกระหล่ำ
ตกขาวมีกลิ่นเหม็นและคัน
ก้อนสีชมพูนุ่ม ผิวขรุขระ มีสะเกด
หูดขึ้นรอบๆ ทวารหนัก และในทวารหนัก
การรักษา
จี้ไฟฟ้า แสงเลเซอร์
จี้ด้วย trichloroacetic acid
การซักประวัติ
ปัจจัยเสี่ยง ประวัติการสัมผัสผู้ติดเชื้อ อาการและอาการแสดงของการติดเชื้อ
การตรวจร่างกาย
สังเกตเห็นรอยโรค ซึ่งเป็นติ่งเนื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก รอบทวารหนัก ปากช่องคลอด ซึ่งสามารถช่วยประเมินสภาพได้ค่อนข้างแน่ชัด
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
โดยทำ pap smear พบการเปลี่ยนแปลงที่เซลล์เป็น koilocytosis (halo cell)
การพยาบาล
3.แนะนำส่งเสริมสุขภาพตนเองให้แข็งแรง
4.เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
2.แนะนำการรักษาความสะอาดของอวยัวะเพศ หลีกเลี่ยงการอับชื้นบริเวณอวัยวะสืบพันธ์
5.การออกกำลังกายที่พอเหมาะ การลดภาวะเครียด และสังเกตการติดเชื้อซ้ำ
1.ดูแลให้ได้รับการรักษาตามแผนการรักษา เช่น จี้ด้วย trichloroacetic acid หรือ laser surgery
โรคเริมที่อวัยวะเพศ
(Genital herpes simplex infection)
อาการและอาการแสดง
ภาวะแทรกซ้อน
การวินิจฉัย
การรักษา
การพยาบาล
ระยะหลังคลอด
สามารถให้นมได้ตามปกติ ล้างมือก่อน
และหลังสัมผัสทารก
ระยะคลอด
เน้นการใช้หลัก Universal precaution
และหลีกเลี่ยงการทำหัตถการ
ระยะตั้งครรภ์
ดูแลการให้ยาต้านไวรัสตามแผนการรักษา
ลดความไม่สุขสบาย จากการปวดแสบปวดร้อน
หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ขณะมีแผล ควรใช้ถุงยางอนามัย
แนะนำการดูแลแผลให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ
ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ 0.9% หรือสารละลาย zinc sulphate 0.25-1% วันละ 2-3 ครั้ง แนะนำเกี่ยวกับการนั่งแช่ก้นด้วยน้ำอุ่น
การให้ยา antiviral drug เช่น acyclovir, valacyclovir และ famciclovir
กรณีที่มี Herpes lesion ควรได้รับการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง เพื่อหลีกเลี่ยง
ไม่ให้ทารกได้รับเชื้อจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งในช่องคลอด
ควรให้ยาปฏิชีวนะและดูแลแผลให้สะอาด ในรายที่ติดเชื้อแผลไม่สะอาด
:pen: การตรวจร่างกาย
สังเกตเห็นตุ่มน้ำใส แตกจะเป็นแผลอักเสบ มีอาการปวดแสบปวดร้อนมาก ขอบแผลกดเจ็บและค่อนข้างแข็ง ลักษณะตกขาว
:pen: การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
:!: การเพาะเชื้อ (culture) โดยใช้ของเหลวที่ได้จากตุ่มใสที่แตกออกมา หรือ การขูดเอา จากก้นแผล จะพบ multinucleated giant cell
:!!: เซลล์วิทยา (cytology) โดยวิธี Tzancksmear ขูดเนื้อเยื่อบริเวณก้นแผล แล้วย้อมสี Wright หรือ Giemsa เพื่อดู multinucleated giant cells
:pen: การซักประวัติปัจจัยเสี่ยงประวัติการสัมผัสผู้ติดเชื้อ
ซึม
ตุ่มใสๆ
ตาอักเสบ
ตับม้ามโต
หนาวสั่น
ไข้
Vesicles ที่ผิวหนังของอวัยวะเพศ
อาการปวดแสบปวดร้อนมาก
ไข้ ปวดเมื่อยตัว
ต่อมน้ำเหลืองโต และอ่อนเพลีย
การติดเชื้อ Herpes simplex virus (HSV)
:check: HSV type 1 เกิดเริมที่ปาก
(Orolabial herpes infection)
:check: HSV type 2 เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศ และทวารหนัก (anogenital herpes infection)