Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลสตรีที่มีภาวะโรคร่วมกับการตั้งครรภ์ - Coggle Diagram
การพยาบาลสตรีที่มีภาวะโรคร่วมกับการตั้งครรภ์
โรคเบาหวาน
เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus, GDM)
ตรวจพบครั้งแรกระหว่างการตั้งครรภ์
เบาหวานก่อนตั้งครรภ์ (Pregestational diabetes mellitus, Overt Diabetes mellitus)
หญิงตั้งครรภ์ที่ทราบว่าเป็นเบาหวานก่อนการตั้งครรภ์ ก่อนอายุครรภ์ 24 สัปดาห์
พยาธิสภาพ
เป็นภาวะที่ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอกับความจำเป็นในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต จึงทำให้กลูโคสไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้จึงยังคงอยู่ในกระแสเลือด เซลล์ของร่างกายจึงขาดพลังงาน เซลล์จึงoxidize ไขมันและโปรตีนในเนื้อเยื่อเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทน ทำให้เกิดการสูญเสียไขมันและเนื้อเยื่อของร่างกาย เสียสมดุลของ nitrogen เนื่องจากมีการแตกทำลายของโปรตีนเกิดภาวะ ketosis จากการเผาผลาญไขมันความเข้มข้นของกลูโคสในเลือดสูงจึงเกิดแรงดัน osmotic ดึงเอาน้ำจากเซลล์เข้าไปในเลือดเซลล์จึงขาดน้ำ ระดับของกลูโคสในเลือดที่สูงขึ้นนี้จะค่อยๆถูกขับออก มาทางปัสสาวะจึงเกิดภาวะ glycosuria และ osmotic pressure ของกลูโคสในปัสสาวะจะป้องกันการดูดกลับของน้ำเข้าไปใน tubule ของไตเป็นสาเหตุของการขาดน้ำภายนอกเซลล์
ผลกระทบของโรคเบาหวาน
ผลของการตั้งครรภ์ต่อโรคเบาหวาน
ความต้องการอินซูลินไม่แน่นอน
การตั้งครรภ์ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากขึ้น
การเกิดภาวะ diabetic ketoacidosis ได้ง่าย
ผลต่อมารดา
การเสียเลือดหลังคลอด (Postpartum hemorrhage)
การคลอดยาก (dystocia)
น้ำคร่ำมากกว่าปกติ (Polyhydramnios)
การคลอดก่อนกำหนด (Preterm birth)
การติดเชื้อ (Infection)
ความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ (Pregnancy induced hypertension: PIH)
Diabetic nephropathy
Diabetic retinopathy
ผลต่อทารก
การแท้ง (Abortion)
ความพิการแต่กำเนิด (Malformation)
ทารกตายในครรภ์หรือตายคลอด (Fetal death or Stillbirth)
ทารกมีขนาดใหญ่กว่าปกติ (Macrosomia)
ทารกในครรภ์เกิดการชะงักงันของการเจริญเติบโต (Intrauterine growth restriction: IUGR)
การจำแนกชนิดของเบาหวานขณะตั้งครรภ์
Overt DM
Type I diabetes or Insulin dependent diabetes mellitus (IDDM)
Type II diabetes or Noninsulin dependent diabetes mellitus (NIDDM)
GDM
GDM A-1
GDM A-2
การวินิจฉัยเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์
การคัดกรองขณะตั้งครรภ์
อายุมากกว่า 35 ปี
มีภาวะอ้วนโดยถือตามดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 27 kg/m2
ประวัติโรคเบาหวานในครอบครัวชัดเจน
มีประวัติ GDM ในอดีต
ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ
ประวัติการคลอดผิดปกติ
การตรวจวินิจฉัยเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์โดยการตรวจ Oral Glucose Tolerance Test (OGTT)
Class A1 หรือ glucose intolerance FBS ปกติ แต่มีค่าผิดปกติ 2 ใน 3 ค่าของค่าที่ 1,2,3
ชั่วโมงหลังรับประทานกลูโคส
Class A2 หรือ overt DM ถ้าค่า FBS ผิดปกติ (ตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง)
ในกรณีตรวจพบความผิดปกติเพียง 1 ค่า ของ 100 กรัม-OGTT แนะนำให้ตรวจซ้ำอีก 1 เดือน
ในบางกรณีอาจให้การวินิจฉัย GDM ได้โดยไม่จำเป็นต้องตรวจ 100 กรัม- OGTT ถ้า FBS > 126 มก./ดล. Random plasma glucose > 200 มก./ดล. หรือ 50 กรัม- GCT > 200 มก./ดล.
แนวทางคัดกรองตามแนวของ The International Association of Diabetes and Pregnancy Study Group (IADPSG)
"1 step screening" รับประทานกลูโคส 75 กรัมและตรวจระดับน้ำตาล (plasma glucose) 3 ครั้ง คือ ก่อนอาหาร และหลังรับประทานกลูโคสที่ 1 และ 2 ชั่วโมง
Fasting 92 mg/dl 1 ชั่วโมง(1 hr-PPG) 180 mg/dl 2 ชั่วโมง(2 hr-PPG) 153 mg/dl
การดูแลรักษา
1 การดูแลก่อนตั้งครรภ์
การให้คำปรึกษาก่อนการตั้งครรภ์
สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
การเสริมวิตามิน วิตามินที่แนะนำคือ กรดโฟลิก
การประเมินพยาธิสภาพต่างๆของหญิงตั้งครรภ์
การควบคุมระดับกลูโคสให้อยู่ในเกณฑ์
การออกกำลังกาย
การดูแลในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
ควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่
การควบคุมอาหาร
การให้โฟลิก
ส่งปรึกษาจักษุแพทย์
การดูแลในไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์
ความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้น
อัลตราซาวด์เมื่ออายุครรภ์ 18-20 สัปดาห์ และ 24 สัปดาห์
การดูแลในไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์
นัดตรวจครรภ์ทุกสัปดาห์
อัลตราซาวด์ในช่วงอายุครรภ์ 32 สัปดาห์
การดูแลในระยะเจ็บครรภ์และการคลอด
ให้ Intermediated acting insulin ก่อนนอน
งด insulin มื้อเช้าไปก่อน
เริ่มต้นสารน้ำเป็น normal saline ก่อน
ตรวจระดับน้ำตาลทุก 1 ชั่วโมง
ให้ regular insulin 1.25 unit/hr เมื่อระดับน้ำตาลสูงกว่า 100 mg/dl
การดูแลในระยะหลังคลอด
การให้นมบุตร
การคุมกำเนิด
2 การดูแลขณะตั้งครรภ์
การควบคุมอาหาร
การออกกำลังกาย
การรักษาด้วยอินซูลิน
การติดตามสุขภาพทารกในครรภ์
การกำหนดเวลาคลอด (Timing of delivery)
3 การดูแลขณะคลอด
งดอาหารและงดอินซูลินที่ฉีดทั้งหมด
ให้ 5% Dextrose in half strength normal saline
ติดตามระดับกลูโคสทุกชั่วโมง
4 การดูแลหลังคลอด
การดูแลทารกแรกคลอด
การเลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดา
การคุมกำเนิด
การพยาบาล
การซักประวัติ
ภาวะของโรค
ประวัติจากอาการและอาการแสดง
ข้อมูลที่เป็นปัจจัยเสี่ยง
การตรวจร่างกาย
น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม
พบผื่นคันตามร่างกาย
มีอาการตกขาวหรืออาการที่แสดงถึงการติดเชื้อในช่องคลอด
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ
การตรวจหาระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด
การเจาะเลือดเพื่อหาระดับ gycosylated hemoglobin (Hb A1C)
การตรวจหาความคงทนต่อกลูโคส
โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
UTI
เชื้อแบคทีเรียที่พบในปัสสาวะจะต้องมีปริมาณอย่างน้อย 100,000แบคทีเรียต่อมิลลิลิตร
สาเหตุ
จากการมีเพศสัมพันธุ์
ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น
่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
ภาวะแทรกซ้อน
Premature labor
Abortion
Septic shock
Low birth weight
Chronic pyelonephritis
Anemia
Hypertension
รกลอกตัวก่อนกำหนด
Asymptomatic bacterial
การรักษาพยาบาล
ทำความสะอาดหลังจากปัสสาวะหรืออุจจาระทุกครั้ง
ดื่มน้ำมากๆ 2,000-3,000 cc./day
รับประทานวิตามินซีทุกวัน
ส่งตรวจ Urine culture
สังเกตการณ์ดิ้นของเด็กทารก
Symptomatic bacteriuria
Cystitis
อาการและการแสดง
ปัสสาวะแสบขัด (dysuria)
ตรวจพบ White blood cell และ Red blood cell
ปัสสาวะขุ่น (turbid urine)
Pyelonephritis
อาการและอาการแสดง
ปัสสาวะขุ่น (turbid urine)
ปวดบั้นเอว
มีไข้สูง หนาวสั่น
โรคไทรอยด์ผิดปกติ
สาเหตุ
โรคเกรฟ (Graves)
โรคพลัมเมอร์ (Plummer’s disease หรือ Toxic multinodular goiter)
เนื้องอกเป็นพิษ (Toxic adenoma หรือ multinodular toxic goiter)
อาการและอาการแสดง
ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้น
อัตราการเต้นของหัวใจเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ เกิน 100 ครั้ง/นาที
น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น
มีอาการหิวบ่อยหรือกินจุ
ตาโปน (exophthalmos)
ผลกระทบ
ต่อมารดา
ความดันโลหิตสูงร่วมกับการตั้งครรภ์ หรือหัวใจล้มเหลว
รกลอกตัวก่อนกำหนด
แท้งและคลอดก่อนกำหนด
ต่อทารก
พิการแต่กำเนิด
มีโอกาสเป็นต่อมไทรอยด์เป็นพิษแต่กำเนิด
เจริญเติบโตช้าในครรภ์
ทารกมีโอกาสเกิดภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด
แนวทางการรักษา
รักษาด้วยยา PTU
การผ่าตัด
การใช้สารรังสี (radioactive iodine)
การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
อธิบายให้หญิงตั้งครรภ์และครอบครัวทราบเกี่ยวกับโรคที่เป็น
แนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอันตรายและภาวะแทรกซ้อน
ระยะคลอด
จัดให้นอนพักบนเตียงในท่าศีรษะสูง
ประเมินความก้าวหน้าของการคลอด
ประเมินสภาพของทารกในครรภ
ตรวจชีพจร และการหายใจทุก 10 นาท
ฟังเสียงหัวใจทารกทุก 5 นาที
หลังคลอด
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก
ให้พักผ่อน
แนะนำเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว
การประเมินสภาพของทารกแรกเกิด
โรคหืด
อาการและอาการแสดง
อาการไอเรื้อรัง (มากกว่า 8 สัปดาห์)
่เกิดในช่วง 24 -36 สัปดาห์
หายใจลำบากหรือแน่นหน้าอก
หายใจมีเสียง wheezing
หายใจเร็วมากกว่า 35 ครั้ง/นาที
ชีพจรเร็วมากกว่า 120 ครั้ง/นาที
การวินิจฉัย
จะได้ยินเสียง wheezing หรือ rhonchi ที่ปอดทั้ง2ข้าง
ตรวจเสมหะยอมเชื้อ
ตรวจเอกซ์เรย์ทรวงอก
ผลของโรคต่อการตั้งครรภ์
ด้านมารดา
ตกเลือด
เสียชีวิตจากการจับหืด (asthmatic attack)
ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (preeclampsia)
ด้านทารก
คลอดก่อนกกำหนด
คลอดน้ำหนักตัวนอย (low birth weight)
เจริญเติบโตช้าในครรภ์
การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
ตรวจวัดความดันโลหิต
ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ
ติดตามการนับและบันทึกลูกดิ้น
ระยะคลอด
จัดทานอนศีรษะสูง
ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษา
ประเมินลักษณะการหายใจ
ส่งเสริมการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา
วัณโรคปอด
อาการและอาการแสดง
ระยะแรกจะไอแห้งๆต่อมาจึงมีเสมหะลักษณะเป็นมูกปนหนอง
ไอมักจะเรื้อรังนากว่า 3 สัปดาห์
อ่อนเพลีย
เบื่ออาหาร
การวินิจฉัย
การตรวจ Tuberculin skin test
เอกซ์เรย์ปอด
การตรวจย้อมหาเชื้อวัณโรค (acid fast bacilli staining)
การเพาะเชื้อ (culture for mycobacterium tuberculosis)
การตรวจหาสารพันธุกรรมที่เชื้อวัณโรค (PCR หรือ polymerase chain reaction)
ผลของโรคต่อการตั้งครรภ์
ต่อมารดา
คลอดก่อนกำหนด
ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ
แท้ง
ต่อทารก
การเสียชีวิตในครรภ์
การคลอดก่อนกำหนด
พร่องออกซิเจนแต่กำเนิด
การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
แนะนำรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง
ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
แนะนำรับประทานยาตามแผนการรักษาของแพทย์
ระยะคลอด
ดูแลให้อยู่ในห้องแยก
ดูแลให้ได้รับสารน้ำและยาตามแผนการรักษาของแพทย
ประเมินสุขภาพทารกในครรภ์และความก้าวหน้าของการคลอด
ระยะหลังคลอด
แยกทารกออกจากมารดา
ทารกแรกเกิดควรได้รับการตรวจ Tuberculin skin test
ทารกได้รับการฉีด BCG