Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Preterm twin B 35+4 wk/us with mild respiratory distress syndrome with Low…
Preterm twin B 35+4 wk/us with mild respiratory distress syndrome with Low birth weight infant
ทารกครรภ์แฝด (คนที่ 2)GA 35+4 wks. by U/S คลอดโดยวิธีผ่าตัดทางหน้าท้อง คลอดวันที่ 21 เมษายน 2560 ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ น้ำหนักตัวแรกคลอด 1,814 กรัม OM=33 cms., OF=31 cms., SOB=29.5 cms. รูปร่างเล็กและมีน้ำหนักตัวน้อย หลังคลอดทารกหายใจเหนื่อย มี Positive Pressure Ventilation (PPV) 30 sec หายใจไม่สม่ำเสมอ น้ำหนักแรกคลอด 1,814 กรัม Cesarean section newborn GA 35+4 wks. Apgar’s score 5-8 On Nasal Continuous Positive Airway Pressure (CPAP) 6 cmH2O จึงได้ admit ที่หอผู้ป่วย NICU
สภาพเมื่อเริ่มดูแล
ทารกเพศชาย อายุ 1 วัน PCA 35+5 wks. ผิวหนังบาง สีชมพู ผมสั้นดำ ลืมตาเองได้ หายใจเองได้ ขยับแขนขาได้ On Orogastric tube for feeding BM/PF3 (20 cal/oz) 4 ml × 8 feed รับ feed ได้หมด มี content เหลือ 1 cc ท้องอืดเล็กน้อย ฟัง Bowel sound ได้ 5 ครั้ง/นาที น้ำหนักปัจจุบัน 1,754 กรัม ถ่ายปัสสาวะได้เอง Urine ออก ปริมาณ 42 cc ตลอดเวรเช้า Scrotum ยังไม่ลงถุงไม่ครบ ยังไม่ถ่ายอุจจาระ keep warm in radiant warmer set 36.5 องศาเซลเซียส temp 36.5 องศาเซลเซียส
ระบบทางเดินหายใจ
Respiratory Distress Syndrome (RDS)
ภาวะกลุ่มอาการหายใจลำบาก จะปรากฎอาการภายใน 6 ชั่วโมงหลังคลอด
ทารกคลอดก่อนกำหนด ปอดยังไม่สมบูรณ์ มีการสร้างสารลดแรงตึงผิวในปอดได้ช้า เมื่อขาดสารลดแรงตึงผิว จะทำให้ความยึดหยุ่นของปอดลดลง ทารกต้องใช้แรงในการหายใจแต่ละครั้งมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากกว่าที่ได้รับจากการหายใจ
อาการ
มี Positive Pressure Ventilation (PPV) 30 sec
มี subcostal retraction
หลังคลอดทารกหายใจเหนื่อย
การรักษา
keep warm in radiant warmer set 36.5 องศาเซลเซียส temp 36.5 องศาเซลเซียส
ให้ออกซิเจน โดย On Nasal Continuous Positive Airway Pressure (CPAP) 6 cmH2O
ได้รับยา Ampicillin (10dose) 18 mg IV q 12 hr.
ยา Gentamicin (4 MKD) 7 mg IV drip q 24 hr.
ยา Erythromycin 10 ml×dose 18 mg oral q 8 hr×2 day
ข้อวินิจฉัย
เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน เนื่องจากขาดสารลดแรงตึงผิวในปอด จากภาวะคลอดก่อนกำหนด
การวางแผนการพยาบาล
1.สังเกตอาการและอาการแสดงที่ผิดปกติของภาวะพร่องออกซิเจน ได้แก่ หายใจตื้นสั้น หน้าอกบุ๋ม หรือมีการหดรั้งกล้ามเนื้ออื่นๆเพื่อช่วยในการหายใจ กระสับกระส่าย ร้องกวน ซึม และ ปลายมือปลายเท้าเขียว เป็นต้น
2.ประเมินสัญญาณชีพทุกๆ 4 ชั่วโมง
3.จัดท่านอนศีรษะสูง 15-30 องศา
4.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษาของแพทย์
On HHHFNC 6 LPM SpO2 Keep sat 90-94 %
ติดตามผล lab Hb, Hct
ระบบทางเดินอาหาร
การทำงานของตับยังไม่สมบูรณ์
เกิดภาวะตัวเหลือง เกิดจากสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ในเลือดสูงกว่าปกติ
เม็ดเลือดแดงจะถูกทำลายที่ตับและม้าม เมื่อเม็ดเลือดแดงแตก สารสีเหลืองบิลิรูบินในเลือดจะถูกปล่อยออกมา
แต่ตับของทารกยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้การขับถ่ายสารสีเหลืองออกจากร่างกายไม่ดี
ทำให้สารBilirubinคั่งค้างในร่างกาย
อาการ
ทารกไม่ตัวเหลือง แต่จากลตรวจทางห้องปฏิบัติการ คือ Microbilirubin วันที่ 23 เมษายน 2560 7.9 mg/dl High
วันที่ 25 เมษายน 2560 8.8 mg/dl High
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
มีภาวะบิลิรูบินในเลือดสูง เนื่องจากการทำงานของตับยังไม่สมบูรณ์
การพยาบาล
1.สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะบิลิรูบินในเลือดสูง ได้แก่ ซึมลง ไม่ดูดนม ร้องเสียงแหลม แขน ขาอ่อนแรง มีไข้ ร้องกวนมาก ตัวเกร็งแข็ง และชักเกร็ง เป็นต้น
2.ประเมินสัญญาณชีพทุกๆ 4 ชั่วโมง
3.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยวิธีการส่องไฟตามแผนการรักษาของแพทย์
ชั่งนํ้าหนักตัวทารกทุกวัน และ ดูแลให้ทารกได้รับนม ทุก 2-3 ชั่วโมง หรือ PF3 (20 cal/oz) 4 ml× 8 feeds ตามความต้องการของทารก และอุ้มทารกเรอหลังให้นมเสร็จทุกครั้ง
ติดตามผล lab Microbilirubin ค่าปกติ <7mg/dl และ ทุก 4 ชั่วโมงหลังส่องไฟและทุก 24 ชั่วโมงจนว่าระดับบิลิรูบินในเลือดปกติ
การรักษา
On Phototherapy
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการ On Phototherapy ได้แก่ มีสีผิวคล้ำ ถ่ายเหลว มีภาวะเสียน้ำ อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ มีผื่นแดงขึ้น และภาวะตาบอด เป็นต้น
การพยาบาล
1.สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะแทรกซ้อนจากการ On Phototherapy ได้แก่ สีผิวคล้ำ ถ่ายเหลว มีภาวะเสียน้ำ อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ มีผื่นแดงขึ้น และภาวะตาบอด เป็นต้น
2.ประเมินสัญญาณชีพทุกๆ 4 ชั่วโมง
3.การพยาบาลภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ดังนี้
ถ่ายเหลว เป็นอาการชั่วคราว จะดีขึ้นเมื่อหยุดการรักษา
มีภาวะเสียน้ำ เช่น ดูแลให้ทารกได้รับนมอย่างเพียงพอ
มีผื่นแดงขึ้นตามตัวชั่วคราว ให้ใช้แผ่นพลาสติกครอบที่ตัวเด็ก เพื่อป้องกันการระคายเคืองจากแสงอุลตร้าไวโอเลต
อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ เช่น เปิดพัดลมระบายอากาศ
ภาวะตาบอด เช่น ปิดตาทารกให้มิดชิดเพื่อป้องกัน retinal damage ปิดตาด้วยแผ่นปิดตา ที่มีแผ่นทึบแสงกั้นอยู่ในแผ่นและ ปิดไฟก่อนเปิดผ้าปิดตาทุกครั้ง
ติดตามผล lab Microbilirubin ค่าปกติ <7mg/dl โดยเจาะเลือดหาระดับบิลิรูบินในเลือด 4 ชั่วโมงหลังส่องไฟและทุก 24 ชั่วโมงจนกว่าระดับบิลิรูบินในเลือดปกติ
ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย 1,814 g
การย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจาการสร้างเอนไซม์ที่จำเป็นในการย่อยเละการดูดซึมบางตัวยังไม่สมบูรณ์
Lactase ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ทำให้ทารกมีอาการท้องอืด
อาการ
น้ำหนักปัจจุบัน 1,754 g
ตัวเล็ก
สังเกต ผู้ป่วย On Orogastric tube for feeding BM/PF3 (20 cal/oz) 4 ml × 8 feed
การรักษา
20% Ihtralipid 14 ml vein 0.7 ml/hr. × 20 hr. , 10 % TPN vein 5.6 ml/hr ., BM/PF3 (20 cal/oz) 4 ml× 8 feeds
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล เสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากระบบทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ จากภาวะคลอดก่อนกำหนด
การพยาบาล
4.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์และสังเกตผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
Multivitamin D 0.5 ml oral OD ผลข้างเคียง ปัสสาวะบ่อย อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว มีอาการบวมใบหน้า ลิ้น คอ เป็นต้น
vitamin E 0.5 ml oral OD ผลข้างเคียง มีอาการบวม ผื่นคัน ท้องเสีย เลือดกำเดาไหล เป็นต้น
2.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารตามแผนการรักษาของแพทย์
20% Ihtralipid 14 ml vein 0.7 ml/hr. × 20 hr. , 10 % TPN vein 5.6 ml/hr ., BM/PF3 (20 cal/oz) 4 ml× 8 feeds
2.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารตามแผนการรักษาของแพทย์
4.ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวกับการเผาผลาญสารอาหาร ได้แก่ BUN, Creatinine, Na, K, Cl
CO2, Albumin, Total protein, Globulin, Bilirubin
3.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารตามแผนการรักษาของแพทย์
20% Ihtralipid 14 ml vein 0.7 ml/hr. × 20 hr. , 10 % TPN vein 5.6 ml/hr ., BM/PF3 (20 cal/oz) 4 ml× 8 feeds
ควรชั่งน้ำหนักทารกวันละครั้ง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทารกแรกเกิด - 3 เดือน ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 30 กรัม/วัน
1.ประเมินอาการของภาวะขาดสารอาหาร คือ แขนขาลีบ, ตัวซีด, อ่อนเพลีย, น้ำหนักตัวลดหรือไม่เพิ่ม, ผมร่วง, ตัวซีด มีปัญหาด้านการหายใจ, ติดเชื้อ เป็นต้น
ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อที่ใช้ในการดูดไม่แข็งแรง
จึงใช้เวลาในการดูดนมนาน
ศูนย์ควบคุมความร้อนในสมองส่วน Hypothalamus ยังไม่เจริญเต็มที่
ระบบการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
ไขมันสีน้ำตาล (Brown Fat) น้อย
ยังไม่สามารถผลิตความร้อนผ
ผิวหนังบาง
อาการ
ผิวหนังเย็น
การรักษา
keep warm in radiant warmer set 36.5 องศาเซลเซียส
ข้อวินิฉัยทางการพยาบาล
เสี่ยงต่อการเกิดHypothermiaและHyperthermia เนื่องจากการควบคุมอุณหภูมิยังไม่สมบูรณ์
การพยาบาล
การพยาบาลอุณหภูมิของร่างกายสูง
สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะอุณหภูมิของร่างกายสูง ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่า 37.4 องศาเซลเซียล ร้องไม่หยุด เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง หายใจเร็ว แรง หรือหยุดหายใจ เป็นต้น
ประเมินสัญญาณชีพทุกๆ 4 ชั่วโมง
เมื่อผู้ป่วยมีอุณหภูมิร่างกายสูง ควรได้รับการเช็ดตัวลดไข้
keep warm in radiant warmer set 36.5 องศาเซลเซียส
การพยาบาลอุณหภูมิของร่างกายต่ำ
สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะอุณหภูมิของร่างกายต่ำ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายที่ต่ำกว่า 36.5 oC อาการซึมลง หัวใจเต้นช้าลง หายใจช้าลง ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเขียว แขนขาเย็น เป็นต้น
ประเมินสัญญาณชีพทุกๆ 4 ชั่วโมง
keep warm in radiant warmer set 36.5 องศาเซลเซียส
การสูญเสียความร้อนเป็น 4 ทาง
4.1.การนำความร้อน เช่น อุ่นวัตถุที่สัมผัสทารก
4.2.การพาความร้อน เช่น จัดวาง radiant ให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีกระแสลมพัด
4.3 .การระเหยของน้ำ เช่น เปลี่ยนผ้าอ้อมทันที เมื่อเปียกชื้น
4.4 การแผ่รังสี เช่น หลีกเลี่ยงการวาง radiant ใกล้ผนังเย็น
ระบบภูมิต้านทาน
กลไกการป้องกันการติดเชื้อที่ไม่สมบูรณ์
ชั้นผิวหนัง (epidermis) ยังบอบบางทำให้ชั้นผิวหนังถูกทำลายเกิดแผลจึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
IgG, IgM ยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพและภูมิคุ้มกันชนิด
IgG ที่ได้รับจากมารดามีน้อย
อาการ
ผู้ป่วยไม่มีอาการและอาการแสดงการติดเชื้อ แต่ผู้ป่วยมีผิวบาง คลอดก่อนกำหนด จึงควรเฝ้าระวังการติดเชื้อ
การรักษา
ผู้ป่วยได้รับยา Ampicillin (100 dose) 18 mg IV q 12 hr, Gentamicin (4 MKD) 7 mg IV drip q 24 hr. , Erythromycin 10 ml × dose 18 mg oral q 8 hr×2 day
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
เสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากการคลอดภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์จากการก่อนกำหนด
การพยาบาล
ให้การพยาบาลโดยใช้หลักปฏิบัติstandard precaution เช่น การล้างมือ การสวมถุงมือ การใช้หน้ากกาอนามัย การดูแลสิ่งแวดล้อม อุปรณ์เครื่องมือให้สะอาดเสมอเป็นต้น
4.ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์และติดตาม สังเกตผลเคียงหลังจากได้รับยา ได้แก่ Ampicillin (100 dose) 18 mg IV q 12 hr., Gentamicin (4 MKD) 7 mg IV drip q 24 hr., Erythromycin 10 ml × dose 18 mg oral q 8 hr×2 day
2.ประเมินสัญญาณชีพทุกๆ 4 ชั่วโมง
ดูแลความสะอาดร่างกายของทารก และเช็ดสะดื้อทารกด้วยทุกครั้ง หลังอาบน้ำ
1.สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะติดเชื้อ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูง ซึม ตัวเย็น ชีพจรเต้นเร็ว หายใจเร็ว ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นต้น
6.ดูแลให้ได้รับอาหารและนมที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ได้แก่ BM/PF3 (20 cal/oz) 4 ml× 8 feeds
7.ติดตามผล CBC ได้แก่ WBC, NE, LY, MO, EO, BA
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ส่งเสริมสัมพันธ์ภาพระหว่าบิดามารดากับบุตร เนื่องจากทารกคลอดก่อนกำหนด
การพยาบาล
สร้างสัมพันธภาพกับบิดามารดาของผู้ป่วย
อธิบายให้บิดามารดาผุ้ป่วย เกี่ยวกับการดำเนินของโรค อาการ การรักษา การให้บิดา มารดาเข้าเยี่ยมทารก และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการดูแล เช่น การให้นม การอาบน้ำทารก การเปลี่ยนผ้าอ้อม
ส่งเสริมให้บิดา มารดา พุดคุยโต้ตอบกับทารก
ส่งเสริมให้บิดามารดา สัมผัสทารก โดยการอุ้ม กอด ลูบ ทารกบ่อยๆ
เปิดโอกาสให้บิดา มารดา พูดระบายความรู้สึก
และซักถามคำถามที่สงสัย
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ส่งเสริมพัฒนาการทารกคลอดก่อนกำหนด
การพยาบาล
ประเมินสื่อสัญญาณทารก (Infant cues) สามารถประเมินได้ดังนี้
1.1 ทารกที่มีภาวะเครียด เช่น แสดงอาการเกร็ง แขนขาเหยียด แอ่นหลัง ตัวสั่น เคลื่อนไหวไม่เป็นจังหวะ นิ่วหน้า ขมวดคิ้ว เป็นต้น
1.2 หากทารกผ่อนคลาย แสดงสื่อสัญญาณว่าอยากมีปฎิสัมพันธ์ ควรพูดคุยกับทารกด้วยเสียงที่นุ่มนวล มองสบตา และอุ้มสัมผัสโยกตัวไปมา
การพัฒนาการเคลื่อนไหว
2.1. จัดท่านอน
2.2 การนวด
2.3 การสัมผัส การโอบกอด ลูบคลำ และจับทารกเคลื่อนไหว
2.4 การใช้เสียง การพูดคุยกับทารก
การส่งเสริมด้านภาษา
3.1 ขณะให้การพยาบาล ควรพูดคุยกับทารก ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และนุ่มนวล
4.ส่งเสริมด้านการมองเห็นที่เหมาะสม
4.1 การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการดูแล
4.2 ปิดหลอดไฟที่ไม่ได้ใช้ ไม่ควรให้ตาของทารกสัมผัสกับแสงโดยตรง
4.3 ควรส่งเสริมแบบแผนการหลับและตื่นของทารก
กระตุ้นความสามารถในการดูดกลืนของทารก
นางสาวศิริวิมล ฝ่ายเทศ เลขที่ 57 ปี 3 ห้อง 2 รหัส601216812