Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบการพยาบาลเจ้าของไข้โรงพยาบาลรามาธิบดี - Coggle Diagram
ระบบการพยาบาลเจ้าของไข้โรงพยาบาลรามาธิบดี
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษารูปแบบการมอบหมายงานและผลการใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในโรงพยาบาลรามาธิบดี
กลุ่มเป้าหมาย
หอผู้ป่วยในที่ใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในโรงพยาบาลรามาธิบดีจำนวน 33 หอผู้ป่วย
ขั้นตอนและวิธีดำเนินการ
1.จัดประชุมบุคลากรของหอผู้ป่วยในภาควิชาพยาบาลศาสตร์ได้แก่พยาบาลประจำการหัวหน้าหอผู้ป่วยผู้ตรวจการพยาบาลหอผู้ป่วยปฎิบัติการพยาบาลขั้นสูงอาจารย์พยาบาลเพื่ออบรมทบทวนความรู้ความเข้าใจในแนวคิดความสำคัญของระบบพยาบาลเจ้าของไข้บทบาทของพยาบาลเจ้าของไข้ตลอดจนวิธีการดำเนินงานในระบบพยาบาลเจ้าของไข้
2.ติดตามผลการนำระบบพยาบาลเจ้าของไข้ไปใช้ในการมอบหมายงานให้แก่พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยณณโรงบาลรามาธิบดีในช่วงเดือนเมษา 2550 ถึงเดือนกันยา 2551 ของทุกงานการพยาบาลภาควิชาการพยาบาล ระบบเจ้าของไข้จัดกิจกรรมเยี่ยมตรวจการนำระบบพยาบาลเจ้าของไข้ไปใช้เดือนราค้างมีการประชุมร่วมกับหัวหน้าหอผู้ป่วยพยาบาลเจ้าของไข้รวมทั้งหัวหน้าการพยาบาลผู้ตรวจอาจารย์พยาบาล
ผลการศึกษารูปแบบการมอบหมายงานและการใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในโรงพยาบาลรามาธิบดี
1.คุณสมบัติของผู้ที่เป็นพยาบาลเจ้าของไข้เพราะว่าคุณสมบัติที่เหมาะสมคือพยาบาลเจ้าของไข้ต้องมีประสบการณ์ทำงานเป็นพยาบาลประจำการอย่างน้อยสองปีหรือเคยเป็นหัวหน้าเวรทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน
2.รูปแบบการมอบหมายงานสรุปได้สามแบบดังนี้
2.1การมอบหมายงานตามหลักการระบบพยาบาลเจ้าของไข้โดยมีอัตราส่วนพยาบาลเจ้าของไข้หนึ่งคนต่อผู้ป่วยหนึ่งถึงสองคนส่วนใหญ่จะเป็นหอผู้ป่วยที่มีจำนวนผู้ป่วยน้อย
2.2 การดัดแปลงการมอบหมายงานจากงานหลักการระบบพยาบาลเจ้าของไข้โดยนำระบบการพยาบาลเจ้าของไข้ตามหลักการ มาดัดแปลงในการมอบหมายงานให้พยาบาลผู้ร่วมดูแลผู้ป่วย 1คนช่วยเตรียมยาในระบบการกระจายแบบหนึ่งหน่วย ในหอผู้ป่วย อัตราพยาบาลเจ้าของไข้ 1 คนต่อผู้ป่วย 3-4 ราย ในหอผู้ป่วยสามัญ การปฎิบัติงานในแต่ละเวรพยาบาลแต่ละคนจะดูแลผู้ป่วยที่ตนเองเป็นเจ้าของไข้ 3-4 ราย และเป็นพยาบาลผู้ร่วมดูแล ดูแลผู้ป่วยอีก5-6 ราย นอกจากนั้นมีพยาบาลอีก 1 คนที่เป็นผู้จัดเตรียมยาในลักษณะunit dose
2.3 การมอบหมายงานแบบทีมพยาบาลเจ้าของไข้ได้แก่ผู้ป่วยศัลยกรรม ผู้ป่วยออร์โทปิดิกส์ และผู้ป่วยสูตินารีเวชการมอบหมายงานเป็นทีมโดยแต่ละทีมมีพยาบาลเจ้าของไข้ 3 คนดูแลผู้ป่วย 1ทีมหรือ 8-10 รายและดูแลผู้ป่วยในทีมเดิมต่อเนื่อง ส่วนผู้ป่วยกลับบ้านหรือย้ายทีม ลักษณะผู้ป่วยเป็นกลุ่มโรคทางศัลยกรรมทั้งในระยะก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัด การมอบหมายงานแบบทีมพยาบาลเจ้าของไข้โดยแนวคิดของมา land และคณะใช้การพยาบาลแบบทีมและระบบพยาบาลเจ้าของไข้เรียกว่า การมอบหมายงานแบบทีมพยาบาลเจ้าของไข้โดยแนวคิดของมาแรม และคณะใช้การพยาบาลแบบทีมและระบบพยาบาลเจ้าของไข้เรียกว่าprimary team
3.การรับส่งต่อข้อมูลในเวรถัดไปใช้รูปแบบการรับส่งต่อข้อมูลร่วมกันโดยเชื่อว่าการรับฟังข้อมูลผู้ป่วยทุกคนในเวรก่อนจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานในเวรถัดไปทราบข้อมูลผู้ป่วยสามารถให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ญาติแพทย์หรือบุคลากรอื่นได้และแนะนำผู้ที่เป็นพยาบาลเจ้าของไข้ของผู้ป่วยเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นละเอียดเป็นช่วงที่หัวหน้าผู้ป่วยสามารถนิเทศงานและทบทวนการวางแผนการพยาบาลเจ้าของไข้
ข้อเสนอแนะ
การนำระบบพยาบาลเจ้าของไข้มาใช้ในหอผู้ป่วยแม้ว่าจะเป็นนโยบายและกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ขององค์กรแล้วก็ตาม ผู้บริหารสูงสุดจะต้องกำหนดเป็นแผนปฎิบัติการอย่างต่อเนื่องชัดเจนเพื่อให้มีการพัฒนาและคงไว้ซึ่งการใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในองค์กร
2.ผู้บริหารองค์กรต้องให้ความสำคัญในขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากระยะเวลาที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบมอบหมายงาน ในระบบพยาบาลเจ้าของไข้นั้นใช้เวลามากน้อยต่างกัน ในแต่ละหน่วยงาน ในระบบนี้พยาบาลผู้ปฏิบัติงานต้องการแรงจุงใจอย่างสูง จากผู้บริหารที่จะช่วยขับเคลื่อนไม่ให้กลับไปใช้ระบบเดิม ที่มุ่งงานมากกว่าผู้ป่วย
การสร้างทัศนคติที่ดีและความตั้งใจของหัวหน้าหอผู้ป่วยที่จะใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้จะทำให้มีการพัฒนาการใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้อย่างยังยืน
4.หัวหน้าหอผู้ป่วยเป็นผู้นำในการใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้เป็นผู้ที่สามารถใช้กระบวนการพยาบาลได้ดีสามารถสร้างแรงจูงใจและความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน
การเตรียมความพร้อมให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานและการสร้างทัศนคติที่ดีในขั้นตอนแรกของการเปลี่ยนแปลงจะช่วยให้เกิดความร่วมมือในการนำระบบพยาบาลเจ้าของไข้ไปใช้ในหอผู้ป่วย
6.ควรปรับเปลี่ยนรูปแบบในใบมอบหมายงานในระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในหอผู้ป่วยมีลักษณะเดียวกันให้เป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงหรือแบบเดียวกันเช่นในหอผู้ป่วยสามัญ หอผู้ป่วยวิกฤต โดยสรุปการนำระบบพยาบาลเจ้าของไข้มาใช้ให้มีประสิทธิภาพ