Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สาระควรรู้พื้นฐานทางการศึกษาปฐมวัย, ส่งผลเสีย - Coggle Diagram
สาระควรรู้พื้นฐานทางการศึกษาปฐมวัย
สังคมไทยกับการศึกษาปฐมวัย
รัฐบาลไทยเริ่มให้ความสำคัญต่อการศึกษาปฐมวัยโดยให้มีการจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐขึ้นแห่งแรก มีจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียมเด็กให้มีความพร้อมสำหรับเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา
มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมเด็กให้มีความรู้ด้านการอ่าน การเขียนหนังสือ และการคิดเลข ทั้งนี้เพื่อเป็นพื้นฐานในการเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาต่อไป
ปัจจุบันสังคมไทยได้ให้ความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัย รายการให้ความรู้แก่เด็กมีหลายช่องทาง เช่น โทรทัศน์ เอกสาร และสิ่งพิมพ์ต่างๆ
รูปแบบการจัดโปรแกรมการศึกษาปฐมวัยยังได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของบุคคลท่านอื่นมาผสมผสานด้วย โดยเฉพาะจากผลการดัฒนาประเทศด้านสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
การดำเนินงานของสถานศึกษาปฐมวัยมี 3 ลักษณะ
3.เตรียมประสบการณ์ให้เด็กได้มีการพัฒนาการครบทุกด้าน คือ ทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ไม่เน้นการอ่านและการเขียน
2.ยึดหลักการให้เด็กเรียนรู้ทางสังคม การปล่อยให้เด็กเล่นอย่างเสรี และการดูแลทางด้านสุขภาพอนามัย
1.มุ่งเตรียมความพร้อมเด็กทางด้านวิชาการ ได้แก่ การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้จำนวน
ความหมาย
การศึกษาปฐมวัย คือ การศึกษาก่อนเกณฑ์บังคับจนถึง ป2
เด็กปฐมวัย คือ เด็กที่มีอายุระหว่าง 2-8ขวบ
บุคคลและแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อการศึกษาปฐมวัย
พลาโตและอริสโตเติล
เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการให้การศึกษาแก่เด็กวัยอันควรก่อนเข้าโรงเรียน และเชื่อว่ามนุษย์มีพื้นฐานของการเป็นคนดี
หลังจากยุคกรีกและโรมันเสื่อมลง ทำให้การจัดการศึกษาตกอยู่ภายใต้ เด็กๆถูกมองว่าเป็นผู้ใหญ่ขนาดเล็ก การลงโทษเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เด็กอยู่ในระเบียบวินัย และมีการลงโทษที่รุนแรง ทำให้เด็กได้รับความอับอาย
มาร์ติน ลูเทอร์
เสนอแนวความคิดว่า รัฐควรรับผิดชอบการศึกษาภาคบังคับ มีความเชื่อว่าเป้าหมายหลักของการศึกษา คือ การสอนศาสนา นอกจากนี้ให้บรรจุไว้ใจสูตร ลูเทอร์กล่าวว่า ครอบครัวเป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญเป็นอันดับแรกของเด็ก
จอห์น อมอส คอมินิอุส
เป็นทั้งครูและนักทฤษฎีการศึกษา และเหตุผลที่ว่าด้วย “ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน ทุกคนควรได้รับการศึกษาเหมือนๆกัน ”คอมินิอุสาเน้นความสำคัญของการให้ศึกษาตั้งเเต่เด็กยังเล็ก
จอห์น ล็อค
ความคิดของล็อค เปรียบได้เสมือนผ้าขาว มีความเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของบุคคลมากกว่าคุณลักษณะภายใน
แนวความคิดของล็อคนำไปสู่การปฏิบัติในการจัดโปรแกรมการศึกษามีพื้นฐานเชื่อว่าเด็กทุกคนเกิดมามีความสามารถด้านการเรียนรู้และด้านสมองเท่าเทียมกัน
จ็อง จาคส์ รุสโซ
รุส โซ ไม่เชื่อว่าคนเราเกิดมามีบาปติดตัว แต่เกิดมาด้วยความดี แล้วถูกทำให้เสียด้วยความเจริญทางสังคม
แนวความคิดต้องการให้เด็กได้เรียนจากการมีประสบการณ์ตรงและการสำรวจสิ่งแวดล้อมได้รับการสนับสนุนจากนักการศึกษาในยุคต่อมา
โยฮัน เปสตาลอสซี
เป็นนักมนุษย์นิยมที่เน้นการสอนคนให้นับถือตนเอง เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กพัฒนาศักยภาพของตนเองเช่นเดียวกับรุสโซที่เชื่อว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านความสนใจ ความต้องการและอัตราการเรียนรู้
โรเบิร์ต โอเวน
เป็นนักผู้สืบทอดเจตนามรณ์ และเชื่อว่าการศึกษาจะต้องเริ่มในวัยเด็กเล็ก สิ่งแวดล้อมจะต้องประกอบด้วย ประชาชนที่มีความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และโอบอ้อมอารีต่อกัน
แนวความคิดได้มีการยอมรับโดยจะเห็นได้จากโปรแกรมการศึกษาปฐมวัยที่จัดให้เด็กได้เลือกกิจกรรม เน้นบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นมิตร ไม่มีการลงโทษ
เฟรดริค วิชเฮล์ม เฟอเบล
ได้รับการขนานนามเป็น “บิดาของการอนุบาลศึกษา” เฟอเบลเชื่อว่า การเล่นเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่ช่วยให้เด็กเกิดความรู้
เฟอเบลได้จัดตั้งโรงเรียนอนุบาล และจัดตั้งสถาบันเพื่อฝึกหัดหญิงสาวให้เป็นครูอนุบาล
มาเรีย มอนเตสซอรี
ความคิดได้รับอิทธิพลจากเปสตาลอสซี ฟรอเบล ฟรอยด์ และเเพทย์ชาวฝรั่งเศสสองคน ผู้พัฒนาการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง โดยเน้นเรื่องความเป็นมนุษย์
ห้องเรียนประกอบด้วยอุปกรณ์ที่เน้นให้เด็กพัฒนาประสารทสัมผัส และการเรียนรู้มโนทัศน์สื่อการเรียนรู้จะวางไว้ในที่ระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้จะถูกแบ่งตามระดับความสามารถ
จอห์น ดิวอี
ดิวอีเชื่อว่า การศึกษาควรจะมีความสัมพันธ์กับชีวิต ปัจจุบันของเด็กมิใช่เพียงแค่การเตรียมตัวเพื่อชีวิตในอนาคต
ดิวอีเน้นความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมในระบบประชาธิปไตย การสอนโดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง เน้นเกี่ยวกับการยอมรับนับถือตัวบุคคล ส่วนบทบาทของครู คือ เป็นผู้สังเกตและให้คำแนะนำมิใช่เป็นผู้การควบคุมการเรียน
จ็อง เพียเจท์
เป็นผู้ที่สนใจทางด้านชีววิทยามาตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกฝนทางด้านชีววิทยาของเพียเจท์ส่งผลต่อการพัฒนาความคิดของเขา เกี่ยวกับความรู้และพื้นฐานทฤษฎีเบื้องต้นเกี่ยวกับการเจริญเติบโตทางสติปัญญา
เพียเจท์มีจุดประสงค์ที่จะศึกษาค้นคว้าเพื่อรวมหลักการทางชีววิทยาและปรัชญาเข้าด้วยกัน วิธีการวิจัยโดยใช้วิธีการสนทนาเป็นหลัก โดยมีความเชื่อว่าความคิดของเด็กที่เกิดขึ้นเองเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการสันนิษฐานว่า”เด็กคิดหรือเข้าใจอย่างไร”
ผลเสียของการเร่งเด็ก
เอลไคนด์
การเสี่ยงระยะสั้น=ความเครียดในเรื่องของการเรียน
ผลกระทบระยะยาว=การขาดแรงจูงใจในการเรียน, ขาดความคิดริเริ่ม, ขาดการพัฒนาความคิด,แบบนามธรรม
เคทส์
การเปลี่ยนให้เด็กเรียนเร็วเกินไป
1.อาจทำลายพัฒนาการเด็ก
2.การทำแบบฝึกหรือสอนซ้ำๆแบบเดียวกัน
3.เด็กอาจจะทำงานไม่สำเร็จ และจะรู้สึกตัวเองไม่เก่ง
ความพร้อม
ความพยายามของครูอนุบาล การฝึกหัดทักษะพื้นฐานของการเรียนรู้วิชาการที่เน้นการให้เด็กเรียนสิ่งที่เป็นนามธรรมและให้เด็กทำกิจกรรม
สิ่งที่ช่วยเตรียมความพร้อมในการเรียน
ทักษะในการสังคม
ประสบการณ์เดิม
การควบคุมพฤติกรรม
สุขภาพทางร่างกายและจิตใจ
ความเป็นอิสระ
ภาษา
ข้อจำกัดเกี่ยวกับความพร้อม
โรงเรียนและครูควรเตรียมพร้อมสำหรับเด็ก
2.เด็กย่อมพร้อมเสมอกับการเรียน
1.ความพร้อมเป็นกระบวรการที่ไม่รู้จบ
ส่งผลเสีย