Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การบาดเจ็บจากการคลอด (Birth injury), นางสาวรุ่งศิริรัตน์ ครองยุติ เลขที่…
การบาดเจ็บจากการคลอด (Birth injury)
การบาดเจ็บที่ศีรษะ
Caput succedaneum
ส่วนที่บวมข้ามsuture lines บวมคลำขอบได้ไม่ชัดเจน พบตั้งแต่แรกคลอดและหายไปเองภายในชั่วโมงหรือ2-3วัน
Cephalhematoma
การฉีดขาดของเลือดใต้ชั้น periostreum คลำได้ก้อน ขอบเขตชัดเจน ไม่ข้าม suture lines หายได้เองภายใน1สัปดาห์หรือ1เดือน พบบ่อยจากการใช้forceps,vauum
Subgaleal hemorrhage
มีเลือดออกคั่งอยู่ใน subgaleal space ระหว่าง periostreum ของกะโหลกศีรษะกับ aponeurosis จากการฉีกขาดของเส้นเลือด
Intracranial hemorrhage
subarachnoid hemorrhage
พบบ่อยในทารกแรกคลอดก่อนกำหนดมากกว่าคลอดครบกำหนด อาการแสดง24-48 ชั่วโมงหลังคลอด
Subdural hemorrhage
พบในทารกคลอดครบกำหนดมากกว่าคลอดก่อนกำหนด มักพบจากการใช้สูติศศาสตร์หัตถการ
ทารกจะซึม มีภาวะ hypotonia ความตึงตัวกล้ามเนื้อต่ำ
Epidural hemorrhage
มักพบร่วมกับการแตกของกะโหลกศีรษะ การใช้เครื่องมือช่วยคลอด
ทารกจะมี hypotonia ชัก บางรายมีความดันกะโหลกศีรษะสูง อาจต้องผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเลือดออก
Intraventricular hemorrhage
เกิดจากการใช้สูติศาสตร์หัตถการช่วยคลอด เป็นภาวะที่เลือดออกที่สมอง มีความรุนแรงที่สุดมักเกิดในกลุ่มคลอดก่อนกำหนด เกิดใน72ชั่วโมงหลังคลอด
ทารกบางรายอาจเกิด hydrocephalus , cerebral pulsy
กะโหลกศีรษะแตก
พบในทารกที่ใช้เครื่องมือช่วยคลอด มักแตกในแนวเส้นตรงพบร่วมกับ cephalhematoma
การบาดเจ็บของกระดูกและกล้ามเนื้อ
กระดูกไหปลาร้าหัก
พบบ่อยที่สุด มักสัมพันธ์กับการคลอดยาก
สามารถหายได้เองไม่มีผลระยะยาว
กระดูกต้นแขนหัก
ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ คลอดติดไหล่ ทารกมีขนาดตัวโต การคลอดท่าก้น การผ่าตัดในรายที่ทารกไม่ได้มีศีรษะเป็นส่วนนำ และทารกมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์
กระดูกต้นขาหัก
มักพบในรายคลอดท่าก้นทางช่องคลอด
การหักของกระดูกอื่นๆ
กระดูกจมูก กระดูกขากรรไกร กระดูกใบหน้าและ septalcartilage
อาจทำให้ทารกหายใจลำบากและมีปัญหาการดูดนม
การเคลื่อนหลุดของข้อต่อ
เกิดจากทารกอยู่ในท่าผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์จากภาวะน้ำคร่ำน้อยกว่าปกติ
การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ sternocleidomastoid
อาจเกิดจากขณะทำคลอดท่าก้น เกิดเป็นก้อนเลือดในกล้ามเนื้อ เมื่อทารกโตขึ้นกล้ามเนื้อที่มีการบาดเจ็บไม่สามารถยืดขยายได้เท่าข้างปกติ ทำให้เกิดภาวะคอเอียง (torticollis)
การบาดเจ็บของระบบประสาท
การบาดเจ็บของ Brachial plexus
Erb หรือ Duchenne paralysis การบาดเจ็บของกระดูกสันหลังระดับ C5 C6 อาจมี C7 ร่วมด้วย
ทารกอยู่ในท่าแขนเหยียดตรง หมุนเข้าด้านในข้อศอกเหยียด ข้อมือและนิ้วมืองอ การทำงานของนิ้วมือมักปกติ
Total brachial plexus paralysis
มือและแขนของทารกไม่อาการอ่อนแรง
Klumpke paralysis เกิดจากการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังระดับ C8และT1
มือทารกข้างที่บาดเจ็บไม่มีแรง
การบาดเจ็บของเส้นประสาทไขสันหลัง
เกิดจากการถูกดึงรั้งของบริเวณลำคอขณะช่วยคลอดไหล่หรือจากการบิด
การบาดเจ็บของเส้นประสาทของใบหน้า
เกิดจากเส้นประสาทคู่ที่ 7 ถูกกด อาจร่วมกับการคลอดโดยใช้คีม จะเห็นร่องรอยของคีมบนใบหน้าของทารก
ทารกเคลื่อนไหวใบหน้าด้านเดียวกับที่มีการบาดเจ็บ หนังตาปิดไม่สนิท ไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อใบหน้าส่วนล่างได้ หายเองได้ภายใน 2-3วันจนถึงไม่เกิน2 สัปดาห์
การบาดเจ็บของ Phrenic nerve
มักเกิดร่วมกับการบาดเจ็บของ brachial nerve
ทารกจะหายใจลำบาก เสียงหายใจลดลง มักพบตั้งแต่แรกคลอด
การบาดเจ็บของ Laryngeal nerve
ทารกหายใจลำบาก เสียงแหบ ร้องเบา ไม่มีเสียงร้อง กลืนลำบาก และสำลัก
การบาดเจ็บของอวัยวะภายในช่องท้อง
ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ คลอดท่าก้นทางช่องคลอดปละทารกที่มีขนาดใหญ่ การบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือ ตับแตก
การบาดเจ็บของบริเวณใบหน้า
การบาดเจ็บของจมูก
เกิดจากการที่จมูกของทารกถูกกดอยู่กับกระดูก symphysis pubis หรือ promontory of sacrum
ทารกหายใจลำบาก ต้องได้รับการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดความผิดปกติของกระดูกจมูกและ nasal septum
การบาดเจ็บบริเวณดวงตา
หนังตาบวม retinal hemorrhage มักหายภายใน 1-5วัน
Subconjunctival hemorrhage มักหายใน1-2 สัปดาห์
การแตกของกระดูกรอบดวงตา
การบาดเจ็บของ lacrimal duct , lacrimal gland
การบาดเจ็บของ Soft tissue
Bruising and petechiae
ผิวหนังบวมช้ำ มีจุดเลือดออก มักพบที่ศีรษะ ใบหน้า
Subcutaneous of necrosis
เกิดจากการขาดเลือดของเนื้อเยื่อไขมันมักพบที่ไหล่และก้น ตรวจพบใน2สัปดาห์ หายได้เองใน 6-8สัปดาห์
บาดแผลฉีกขาด
พบบ่อยที่สุดในการผ่าคลอดทางหน้าท้อง พบที่บริเวณส่วนนำ มักพบในรายที่ผ่าคลอดฉุกเฉิน
นางสาวรุ่งศิริรัตน์ ครองยุติ เลขที่ 57 ปี 3 ข