Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินระบบโครงสร้างและกล้ามเนื้อและการพยาบาลผู้ป่วยจม…
การพยาบาลผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินระบบโครงสร้างและกล้ามเนื้อและการพยาบาลผู้ป่วยจมน้ำ
ระบบโครงสร้างและกล้ามเนื้อ
ภาวะกระดูกหักที่คุกคามชีวิต
Major Pelvic disruption with Hemorrhage
การตรวจร่างกาย
ดู จะพบ Progressive flank พบ Scrotum และPerineum บวม มีแผลฉีกขาดบริเวณPerineum และPelvic
คลํา พบกระดูก Pelvic แตก PR examinationพบ high-riding prostate gland และ มีเลือดออกบริเวณ Urethral meatus
การเคลื่อนไหว จะพบขาข้างที่ผิดปกติจะสั้น
ระบบไหลเวียนจะพบความดันโลหิตต่ำ
เอกซเรย์ในรายที่สงสัย โดยการส่ง film pelvic AP view
การช่วยเหลือเบื้องต้น
Control bleeding โดยการทํา Stabilization pelvic ring จาก external counter pressure
Fluid resuscitation อาจต้อง consult แพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง
คือ ผู้ป่วย Pelvic fracture ร่วมกับภาวะ
Hypovolemic shock
Major Arterial Hemorrhage
ได้แก่การฉีกขาดของหลอดเลือด อาจเป็นการบาดเจ็บแบบBlunt trauma หรือ Penetrating wound
ลักษณะของการบาดเจ็บหลอดเลือดแดงเรียกว่า Hard signs ได้แก่ Pulsatile bleeding
บริเวณบาดแผล hematoma มีขนาดใหญ่ขึ้น คลําได้thrill ฟังได้bruit และ 6Ps ได้แก่ Pain, Pallor,Poikilothermia, Paresthesia, Paralysis, Pulselessness
การช่วยเหลือเบื้องต้น
Direct pressure บริเวณบาดแผลเพื่อหยุดเลือด และ
Fluid resuscitation ในรายที่กระดูกผิดรูปให้ทําการจัดกระดูกให้เข้าที่แล้วทําการ Splint
Crush Syndrome
การช่วยเหลือเบื้องต้น
Fluid resuscitation ให้ Osmotic diuretic
แพทย์จะพิจารณาให้ Sodium bicarbonate เพื่อช่วยลด Myoglobin ที่ไปทําลาย Tubular system
อาการที่พบ
Hemoglobin ได้ผลบวก เมื่อเกิดภาวะ Rhabdomyolysis ผู้ป่วยจะมีอาการของ Hypovolemia, Metabolic acidosis, Hyperkalemia, Hypocalcemia และ DIC,
เป็นภาวะที่มีการบาดเจ็บกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณ thigh และ calf muscle
การพยาบาล
Secondary survey
การประเมินผู้ป่วย
การตรวจร่างกาย
การตรวจคร่าวๆ เพื่อ Screening test
กระดูกแขนขาโดยให้ผู้ป่วยยกแขนขาทั้งสอง
กระดูกเชิงกรานและกระดูกซี่โครง
ซี่โครงให้ผู้ป่วยนอนหงายออกแรงกดบริเวณ Sternumแล้วบีบด้านข้างทรวงอกทั้งสองข้างเข้าหากัน
กระดูกเชิงกรานให้ออกแรงกดบริเวณ anterior superior iliac spine ทั้งสองข้างพร้อมกันในแนว Anterior-posterior แล้วบีบด้านข้างเข้าหากัน และกดบริเวณ Pubic symphysis
กระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังส่วนคอให้ผู้ป่วยยกคอหันศีรษะอย่างระมัดระวัง ในท่านอนหงาย
การตรวจและรักษา Life threatening และResuscitation
มีเสียงกระดูกขัดกัน (Crepitus)
กระดูกผิดรูป โก่งงอ หดสั้นหรือบิดหมุน
มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
การซักประวัติ จากผู้ป่วย ผู้นําส่ง ผู้ประสบเหตุ
สาเหตุการเกิดซึ่งบ่งถึงสาเหตุความรุนแรง และลักษณะการบาดเจ็บได้
ระยะเวลา
การรักษาเบื้องต้น เช่น การใส่ Splint การได้รับยา
สถานที่ เช่นอุบัติเหตุในน้ําสกปรก คูน้ํา
การเอกซเรย์
ถ่ายแนวตั้งฉากกัน Anterior-posterior
ถ่ายเอกซเรย์ให้ครอบคลุมกระดูกส่วนที่หักรวมส่วนข้อปลายกระดูกทั้งสองด้าน
Primary survey
ในระหว่างการทํา Primary survey และ Resuscitation พยาบาลควรทําการ Immobilizationโดยใส่
Splint ให้คลุมข้อบนและข้อล่างของที่กระดูกหัก
ในผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บกระดูกและข้อจะมีปัญหาสําคัญคือการเสียเลือดจากการบาดเจ็บและ
เกิดภาวะ Hypovolemic หรือ Hemorrhage shock ได้ การ Control bleeding ดีที่สุดคือ Directpressure ด้วย Sterile pressure dressing
ในผู้ป่วยที่กระดูกผิดรูป หรือ fracture ให้ทําการ splint ให้เหมาะสม เพื่อลดอาการปวด
Definitive care
Reduction เป็นการจัดกระดูกให้เข้าที่ให้ใกล้เคียงกับภาวะปกติมากที่สุด
Recognition เป็นการตรวจประเมินกระดูกหัก เคลื่อนบาดเจ็บอื่นๆ
Rehabilitation เป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพของส่วนที่บาดเจ็บรวมถึงจิตใจ
Reconstruction เป็นการแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่สูญเสียจากการบาดเจ็บหรือภาวะแทรกซ้อน
Retention เป็นการประคับประคองให้กระดูกอยู่นิ่งกับที่จากการจัดกระดูกเข้าที่แล้วและรอให้กระดูกติดตามธรรมชาติ โดยใช้Immobilization
Refer เป็นการส่งต่อไปรักษาที่เหมาะสม
ผู้ป่วยจมน้ำ
การปฐมพยาบาล
กรณีที่คนจมน้ำรู้สึกตัวดี สําลักน้ำไม่มาก
กระตุ้นให้หายใจลึกๆ
ปลอบโยนให้คลายความตกใจ
ดูแลร่างกายให้อบอุ่น
แนะนำให้ไปพบแพทย์
ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทําการเป่าปาก ช่วยหายใจทันทีอย่ามัวเสียเวลาในการพยายามเอาน้ําออก
ถ้าคลําชีพจรไม่ได้ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทําการนวดหัวใจทันที
ถ้าผู้ป่วยยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง
ควรส่งผู้ป่วยที่จมน้ําไม่ว่าจะมีอาการหนักเบาเพียงใด ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกรายในรายที่หมดสติและหยุดหายใจ ควรผายปอด
ปัจจัยที่มีผลต่อพยาธิสภาพ
สภาพผู้ป่วยก่อนจมน้ำ
อายุ
การสูดหายใจเข้าปอดเต็มที่ก่อนจมน้ำ
Diving reflexes
สุขภาพผู้จมน้ำ
การรับประทานอาหารที่ที่อิ่มใหม่ๆ
การมึนเมาจากสุรา
ความรู้ในการว่ายน้ำ
อุณหภูมิของร่างกายหลังจมน้ำ การสูดสําลักน้ำเข้าปอดจะทําให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาที่จมอยู่ใต้น้ำ
การช่วยฟื้นคืนชีพได้เร็วและถูกต้อง
อาการ
หมดสติ และหยุดหายใจ บางคนหัวใจอาจหยุดเต้น ถ้าไม่หมดสติจะเกิดอาการ ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก อาเจียน กระวนกระวาย หรือไอมีฟองเลือดเรื่อ
การเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพ
การเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินหายใจและปอด มีภาวะ Pulmonary congestion
เกิดพยาธิสรีรภาพกับปอดอย่างรุนแรง
Tonicity ของสารน้ำ
Hypotonic solution ได้แก้การจมน้ําจืด Pulmonary edema ในน้ําจืด
Hypertonic solution ได้แก่การจมน้ําทะเล Pulmonary edema ในน้ำเค็ม
Toxicity
Particles และ micro-organism
ผู้ป่วยที่ไม่มีการสําลักน้ํา พบประมาณร้อยละ 10-15 จะพบภาวะสมองขาดออกซิเจน และเกิดneurogenic pulmonary edema ตามมา จากภาวะสมองขาดออกซิเจน
การเปลี่ยนแปลงระบบประสาท การจมน้ําทําให้เกิด cerebral hypoxia เกิดภาวะสมองบวมตามมา และ
ภาวะ circuratory arrest ทําให้ cerebral perfusion ลดลง
น้ำจืดจะมีความเข้มข้นน้อยกว่าเลือด(พลาสมา) ดังนั้น ถ้ามีน้ําอยู่ในปอดจํานวนมาก ก็จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดทันที ทําให้ปริมาตรของเลือดที่ไหลเวียนเพิ่มจากเดิม (hypervolemia)
Pulmonary edema ในน้ําเค็มน้ำทะเลจะมีความเข้มข้นมากกว่าเลือด น้ําทะเลที่สําลักอยู่ในปอดจะดูดซึมน้ําเลือด (พลาสมา) จากกระแสเลือดเข้าไปในปอด ท้าให้เกิดภาวะปอดบวมน้ํา (pulmonary edema)
การเปลี่ยนแปลงของเกลือแร่และกรดด่างในเลือด
acidosis จาก เยื่อบุถุงลมอักเสบ , ถุงลมขาด surfactant ,atelectasis, pulmonary edema
น้ําจืดเกิด hyponatremia, hypochloremia, hyperkalemia
น้ําเค็มเกิด hypernatremia, hyperchloremia, hypermagnesemia
การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในร่างกาย อุณหภูมิของร่างกายลดต่ําลงตามอุณหภูมิของน้ําที่ผู้ป่วยแช่อยู่
T 37 - 35 องศา หนาวสั่น ทรงตัวไม่อยู่
T 35 - 32 องศา สับสน หัวใจเต้นเร็ว
T 32 - 28 องศา เกร็ง หัวใจเต้นช้า หายใจช้า
T 28 - 25 องศา หมดสติ หัวใจเต้นผิดปกติ
T 25 - 21 องศา หยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น
พยาธิสภาพ
น้ำจืด
มีความเข้มข้นน้อยกว่าเลือทำให้น้ำเข้สู่กระแสเลือดมากขึ้นทำให้เกิด(hypervolemia)
น้ำทะเล
น้ำมีความเข้มข้นมากว่าเลือดจะดูดซึมน้ำเลือด (พลาสมา) จากกระแสเลือดเข้าไปในปอด ทําให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema)ระบบไหลเวียนมีปริมาตรลดลง (hypovolemic) และระดับเกลือแร่ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ทําให้หัวใจเต้นผิดปกติหัวใจวาย