Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 6 การพยาบาลเด็ก ที่มีความมพิการแต่กำเนิด, น.ส.สิรินทิพย์…
บทที่ 6 การพยาบาลเด็ก
ที่มีความมพิการแต่กำเนิด
หลอดอาหารตีบ/รั่ว/ตัน
อาการและอาการแสดงของโรค
ทารกแรกเกิด น้ำลายไหลมาก อาเจียน ไอ สำลัก
เอาอาหารและเมือกเข้าสู่ทางเดินหายใจ อาจพบ
อากาศใน กระเพาะอาหาร ผู้ป่วยอาจตายเนื่องจาก
ขาดอาหาร น้ำ เกลือ แร่ และการสำลัก
การรักษา
ระยะแรก
Gastrostomy
ระยะสอง
Thoracotomy and division of the fist
ula with Esophageal anastomosis
Gastrostomy
การพยาบาลก่อนผ่าตัด
แก้ไขหลอดอาหาร
อาจได้รับสารน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ
เนื่องจากไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้
ดูแลให้สารอาหาร นม น้ำทาง Gastrostomy tube
ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผน การรักษา
อาจเกิดภาวะปอดอักเสบหายใจลำบากหรือหยุด
หายใจเนื่องจากสำลักน้ำลายหรือน้ำย่อยเข้าหลอดลม
จัดท่านอนที่เหมาะสม
พลกิตะแคงตัวบ่อยๆ
0n NG tube ต่อ Continuous suction
ให้ออกซิเจนกรณีมีภาวะพร่องออกซิเจน
ให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
การวินิจฉัยปัญหา
และการพยาบาล
การพยาบาลหลังผ่าตัด
อาจเกิดภาวะปอดแฟบจากการ
อุดตันของท่อระบายทรวงอก
จัดท่านอนศีรษะสูง
ตรวจสอบการทำงานของ ICD
ระวังสายหัก พับงอ / นวดคลึงสายบ่อยๆ
บันทึก ลักษณะ สี จำนวนของ discharge
อาจเกิดการติดเชื้อบริเวณ
แผลผ่าตัดและแผล Gastrostomy
ล้างมือก่อนและหลังให้การพยาบาล
ทำแผลอย่างน้อยวนัละ 2 คร้ัง
สังเกตการติดเชื้อ
ดูแลให้ยา Antibiotic ตามแผนการรักษา
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลัง
ผ่าตัดต่อหลอดอาหาร(แผลแยก)
ห้ามใส่สายใดๆในคอ และไม่ควรนอนเหยียดคอ
กระตุ้นให้เด็กร้องบ่อยๆเพื่อให้ปอดขยายได้ดี สังเกตภาวะขาด ออกซิเจน
ดูแลให้การทำงานของ ICD มีประสิทธิภาพ
ดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ, Antibiotic ตามแผนการรักษา
ความพิการแต่กำเนิด
วันที่ 3 มี.ค.ของทุกปี คือ
“วันทารกและเด็กพิการแต่กำเนิดโลก ”
แบ่งเป็น
ความพิการทางด้านโครงสร้างของร่างกาย เช่น คลอดออกมาแล้ว
เป็นโรคหัวใจ ปากแหว่งเพดานโหว่ แขนขาขาด
ความพิการของการทำงานในหน้าที่และภาวะร่างกาย เช่น
มีภาวะ ต่อมไทรอยด์บกพร่อง กลุ่มโรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย เป็นต้น
ความพิการที่พบบ่อย
แขนขาพิการ
ปากแหว่งเพดานโหว่
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
กลุ่มอาการดาวน์
มารดายังช่วยไม่ให้ทารก
เกิดความพิการแต่กำเนิดได้
การรับประทานอาหารโฟเลตในช่วงก่อนการตั้งครรภ์
การให้วัคซีนมารดาที่กำลังตั้งครรภ์
ลดภาวะปัจจัยเสี่ยงเช่น งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ภาวะที่พบบ่อยที่
ทารกแรกเกิดเสียชีวิต
major anomalies คือความผิดปกติที่ทำให้
การทำงานของอวัยวะนั้นเสียไป
minoranomalies คือความผิดปกติที่ไม่มีผล
ให้การทำงานของอวัยวะเสียไป
การจำแนกความพิการ
แต่กำเนิดตามกลไกการเกิด
Disruption
เช่น
ทารกขาดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลาย
การบาดเจ็บของอวัยวะ หรือเนื้อเยื่อ
แม่ได้รับยาหรือสารเคมีที่มีผลต่อการพัฒนาอวัยวะของทารก
มีการฉีกขาดของ amnion ทำให้เกิด amniotic
band ผูกรัดแขนขาของทารกเกิด limbs defect
คือ
ภาวะที่โครงสร้างของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อผิดปกติ
จากสาเหตุภายนอกรบกวนกระบวนการ
เจริญพฒันาอวัยวะที่ไม่ใช่พนัธุกรรม
Dysplasia
เป็นความผิดปกติในระดับเซลล์ของเนื้อเยื่อพบในทุกส่วน ของร่างกาย
เช่น
กลุ่มโรค skeletal dysplasia เกิดจากความผิดปกติ ของกระดูก
ที่มีสาเหตุจากพันธุกรรม : achondroplasia เด็กจะมีลักษณะ
ตัวเตี้ย
แขนขาสั้น
ศีรษะโต
สันจมูกแบน
Deformation
มีภาวะถุงน้ำคร่ำรั่วระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เกิด
oligohydramnios sequence ทารกที่อยู่ ในน้ำคร่ำน้อย
พื้นที่มีจำกัดทำให้เกิดภาวะผิดรูปของแขนขา
เท้าปุก
ข้อติด
มีภาวะเนื้องอกมดลูก
ในมดลูกกดเบียดศีรษะทารกให้ผิดรูป
เกิดจากการที่มีแรงกระทำจากภายนอก
ทำให้อวัยวะผิดรูปไปในระหว่างการ
เจริญพัฒนาของอวัยวะนั้น
Malformation
สาเหตุ
เกิดจากกระบวนการเจริญพัฒนาภายในที่
ผิดปกติ อาจเกิดจากพันธุกรรม หรือสิ่งแวดล้อม
เช่น
ปากแหว่ง
เพดานโหว่
นิ้วแยกกันไม่สมบูรณ์
นิ้วเกิน
ติ่งบริเวณหน้าหู
เท้าปุก
คือลักษณะของอวัยวะที่ผดิรูปร่างไป
Anorectal malformation
ชนิดของความผิดปกติ
Anal stenosis รูทวารหนักตีบแคบ
Imperforate anal membrane มีเยื่อบางๆปิดกั้นรูทวารหนัก
Anal agenesis
รูทวารหนักเปิดผิดปกติ
Low type
Intermediate type
High type
Rectal atresia ลำไส้ตรงตีบตัน
พยาธิสรีรภาพ
ทารกมีอาการท้องผูก /ถ่ายอุจจาระลำบาก/หรือไม่ถ่ายอุจจาระ
ทารกเพศชายมีอาการถ่ายขี้เทาออกทางท่อปัสสาวะ ทารกเพศหญิง
ถ่ายขี้เทาออกทางท่อปัสสาวะหรือทางช่องคลอด ทำให้เกิด
การติดเชื้อ สู่ระบบทางเดินปสัสาวะ หรือระบบสืบพนัธุ์ได้
อาการและอาการแสดง
กระสับกระส่าย อืดอัด ไม่สบายเนื้อสบายตัว
แน่นท้อง ท้องอืด
ปวดเบ่งอุจจาระ
ตรวจพบมีกากอาหารค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหาร
ไม่มีเสียงเคลื่อนไหวของลำไส้ หากมีการ
อุดตันของลำไส้เป็นเวลานานกาก อาหารที่ค้าง
ที่Rectumจะเพิ่มมากขึ้นจนถึงลำไส้ส่วนอื่นๆได้
ไม่พบรูเปิดทางทวารหนักหรือพบเพียง
รอยช่องเปิดของทวารหนักเท่านั้น
ไม่มีการถ่ายขี้เทา ภายใน 24 ชั่วโมง "ขี้เทา"
มีลักษณะ เหนียวๆ สีเขียวดำ ถ้าเลย 24 ชั่วโมง
ไปแล้ว ยังไม่ถ่ายอุจจาระให้สงสัยไว้ ก่อนว่า
เกิดจากการที่ลำไส้อุดตัน
ความหมาย
เป็นความพิการแต่กำเนิดที่ไม่มีรูทวารหนักเปิด
ให้อุจจาระออกจากร่างกายได้ หรือรูทวารหนักมีการตีบแคบ
การรักษา
ความผิดปกติ low type
มีการรักษา 3 วิธี
การถ่างขยายทวารหนัก โดยใช้ hegar metal dilators
การผ่าตัด anal membrane ออกในรายที่สังเกตเห็นขี้เทาทางทวารหนัก
การผ่าตัดตบแต่งทวารหนัก
ความผิดปกติ
intermediate และ high
การทำทวารหนักเทียมทางหน้าท้อง เพื่อระบายอุจจาระออก
การผ่าตัดปิดทวารเทียมทางหน้าท้อง
การผ่าตัดตบแต่งทวาร ต้องทำต่อเนื่อง
ระยะแรก ขยายรูทวารหนักวันละ 1 ครั้ง นาน 1 เดือน
ระยะที่สอง ขยายรูทวารหนักวันละ 1 ครั้ง ทุก 3 วัน นาน 1 เดือน
ระยะที่สาม ขยายรูทวารหนัก 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ นาน 1 เดือน
ระยะที่สี่ ขยายรูทวารหนัก 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ นาน 1 เดือน
ระยะที่ห้า ขยายรูทวารหนัก 1 ครั้ง ต่อเดือน นาน 1 เดือน
เป้าหมายการรักษาพยาบาล เพื่อผู้ปุวยสามารถ
ถ่ายอุจจาระได้ มีความรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ
และกลั้นอุจจาระได้
การวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย
การตรวจรังสีวินิจฉัย X ray เพื่อประเมินระดับลำไส้ตรง
ultrasound เพื่อตรวจการไหลเวียนและดูอวัยวะภายใน
CT scan ตรวจกระดูก กล้ามเนื้อ อวัยวะภายวน
MRI ตรวจความผิดปกติร่วมของไขสันหลัง ความ
ผิดปกติร่วมของ ลักษณะกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน
สาเหตุของความพิการแต่กำเนิด
พันธุกรรม
ในกรณีที่บิดามารดา ปูุย่า ตายาย
ในครอบครัวเป็นโรค ความพิการแต่กำเนิด บุตร
และหลานมีโอกาสเกิดมาพิการได้
เช่น
โรคปากแหว่ง
เพดานโหว่
ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ
จากมารดาในระหว่างตั้งครรภ์
มารดากินยาหรือเสพสารเสพติด
ยาแก้อาเจียน กลุ่มยาดองเหล้า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ถ้ามารดาได้รับเป็นประจำระหว่างตั้งครรภ์
โอกาสที่เด็กจะพิการถึงร้อยละ 32
ความพิการที่พบเช่น
ศีรษะเล็ก
ปัญญาอ่อน
เจริญเติบโตช้า
อาจจะมีความพิการผิดปกติที่หน้า หัวใจ ข้อ และอวัยวะเพศ
ขาดอาหาร ขาดวิตามิน
การทดลองในสัตว์ที่ทำให้ขาดอาหาร ขาดวิตามิน
ในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะทำให้เกิดความพิการ
เช่น
ปากแหว่ง
เพดานโหว่
มารดาได้รับสารเคมีจากสิ่งแวดล้อม
สารปรอทนอกจากจะทำให้ เกิดอาการแพ้พิษสารปรอท
ที่เรียกว่า โรคมินามาตะ ในผู้รับเข้าไปโดย บังเอิญแล้ว
ทารกที่คลอดออกมาอาจมีความพิการทางสมอง และมี อาการชักได้
โรคติดเชื้อ
โรคหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ได้ไม่เกิน16 สัปดาห์
อาจ มีผลทำให้เด็กในครรภ์ตาย แท้ง
หรือคลอดออกมาพิการผิดปกติ
พบความพิการคือ
เด็กมีขนาดตัวเล็ก
มีเลือดออกตามผิวหนัง ตับ และม้ามโต
หัวใจพิการ
ตาบอด
หูหนวก
สมองพิการ
ปัญญาอ่อน
มีศีรษะเล็กหลิม
มารดามีอายุมากเกินไป จากสถิติมารดามีบุตรคนแรก
เมื่ออายุเกิน 35 ปี บุตรมีโอกาสเกิดความพิการได้มาก
รังสีเอ๊กซ์ หรือรังสีแกมม่า
ถ้ามารดาได้รับตั้งแต่ตั้งครรภ์ 2 สัปดาห์จนถึง 3 เดือน
ความพิการที่จะพบได้
ศีรษะเล็ก
ลูกตาเล็ก
มีความผิดปกติของกระดูกสันหลังและแขนขา
ความผิดปกติของการตั้งครรภ์ หรือ
ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์
ครรภ์เป็นพิษ
รกเกาะผิดที่ทำให้เกิดเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์
การคลอดที่ยากลำบาก
ปากแหว่ง-เพดานโหว่
การวินิจฉัย
สามารถตรวจได้เมื่ออายุครรภ์ 13-14 สัปดาห์ ด้วย ultrasound
การซักประวัติเพื่อหาสาเหตุทางกรรมพันธุ์
การตรวจร่างกาย เพดานโหว่ โดยสอดนิ้ว
ตรวจเพดานปากภายใน หรือ ดูในช่องปากเวลาเด็กร้อง
อาการและอาการแสดง
หายใจลำบาก
อาจติดเชื้อในหูชั้นกลางทำให้มีปัญหาการได้ยินผิดปกติ
เมื่อทารกมีปากแหว่ง เพดานโหว่ การดูดกลืนจะผิดปกติ
เนื่องจากอม หัวนมไม่สนิท มีรูรั่วให้ลมเข้า ต้องใช้แรง
มากขึ้น ลมที่เข้าไปทำให้ ท้องอืด
เกิดการสำลกัเพราะไม่มีเพดานรองรับ เมื่อมีการกลืนอาหาร
อาหารจะเลื่อนตัวไปในจมูก ทำให้อาหารเข้าทางหลอดลม
พูดไม่ชัดเนื่องจาก เพดานปากเชื่อมติดกับเพดานจมูก
ความหมาย
ปากแหว่ง
มีความผิดปกติบริเวณริมฝีปาก เพดาน ส่วนหน้าแยก
ออกจากกัน ซึ่งเพดานสว่นหน้าจะเจริญสมบูรณ์
ช่วง 4-7 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์
เพดานโหว่
มีความผิดปกติบริเวณเพดานหลังแยกออกจากกัน
ซึ่งเกิดได้ระยะทารกอยู่ในครรภ์มารดาช่วง 12 สัปดาห์
เพดานส่วนหลังเจริญเป็นเพดานแข็ง และเพดาน
อ่อนหลังต่อช่องโหว่ หลังฟันคู่หน้า
การรักษาปากแหว่ง
ขั้นต่อมาอายุประมาณ 5 ปี ปรึกษาทนัตแพทย์จดัฟัน
อาจใช้"กฎเกิน 10" คือจะทำผ่าตัดเมื่อเด็กอาย ุ10 สัปดาห์ขึ้นไป
น้ำหนักตัว 10 ปอนด์ ฮีโมโกลบิน 10 กรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
การทำผ่าตัด อายุที่เหมาะสมสำหรับการทำผ่าตัดเด็ก
ปากแหว่งขึ้นอยู่กับแพทย์ อาจทำภายใน 48 ชม. หลังคลอด
ในรายที่เด็กสมบูรณ์ดี หรือ รอตอนเด็กที่มีอายุอย่างน้อย
8 - 12 สัปดาห์ เพราะในระยะนี้เด็กมีส่วนกายวิภาคของริมฝีปาก
โตพอสมควร ชัดเจน ทำให้การผ่าตัดทำได้ง่ายและได้ผลดีกว่า
ขั้นต่อมาการผ่าตัดแก้ไขจมูก ทำเมื่ออายุ
ประมาณ 3 ปี และตามดว้ยการฝึกพดู
ขั้นต่อมาเป็นการรักษาความผิดปกติที่หลงเหลืออยู่ เพื่อให้
ลักษณะริม ฝีปาก จมูก และภายในช่องปากใกล้เคียงปกติมากที่สุด
การพยาบาลเด็ก
ปากแหว่งเพดานโหว่
การพยาบาลระยะก่อนผ่าตัด
บิดา มารดา ผู้ดูแลเด็กขาดความรู้เกี่ยวกับโรคและวิธีการดูแลรักษา
เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ/หูชั้นกลาง
/การอุดกั้นทางเดิน หายใจจากการสำลัก
บิดา มารดา วิตกกังวลเกี่ยวกับความพิการแต่กำเนิด
มีโอกาสขาดสารน้ำสารอาหารจากการดูดกลืนผิดปกติ
การวางแผนการพยาบาลต้องคำนึงถึงความต้องการ
การดูแลที่จำเป็นและการส่งเสริมสนับสนุนครอบครัว
ให้มีสว่นร่วมในการดูแลให้เด็ก ได้รับการดูแลที่ครบถ้วน
เป้าหมายของการพยาบาล คือ การดูแล
ให้เด็กมีการเจริญเติบโตและ พัฒนาการ
ปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด ร่วมกับ
การจัดการความผิดปกติและความพิการ
บิดา มารดา วิตกกังวลเกี่ยว
กับความพิการแต่กำเนิด
เปิดโอกาสให้บิดามารดาได้ซักถามถึงอาการเจ็บป่วย
อาการและอาการแสดงของเด็ก และได้ระบายถึงความวิตก
กังวลของตนเอง เพื่อหาแนวทางแก้ไขความวิตกกังวลและ
ตอบคำถามและข้อสงสัยของบิดา มารดาได้ตรงประเด็น
ให้ข้อมูลคำแนะนำอธิบาย เกี่ยวกับอาการและอาการ
แสดงของผู้ป่วย และการรักษาวิธีการเพื่อเป็น ข้อมูลให้กับ
บิดามารดาและติดต่อให้พบแพทย์ประจำที่ทำการรักษาผู้ป่วย
เพื่อซักถามข้อสงสัยต่างๆ
ประเมินความวิตกกังวลของบิดามารดาของผู้ป่วยเพื่อหา
แนวทางแก้ไขหรือการให้ข้อมูลได้ถูกต้อง :ปฏิกิริยาของบุคคล
ต่อการสูญเสีย / ข่าวร้าย ปฏิเสธ โกรธ ต่อรอง ซึมเศร้า ยอมรับ
ปลอบโยนให้กำลังใจให้คำแนะนำ และกระตุ้นให้
บิดามารดาคอยดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความ
เครียดและความวิตกกังวลของบิดามารดา
บิดา มารดา ผู้ดูแลเด็กขาดความรู้
เกี่ยวกับโรคและวิธีการดูแลรักษา
สอนการป้อนนมอย่างถูกวิธี
แนะนำการดูแลในระยะก่อน หลังผ่าตัด
แพทย์จะอธิบายการผ่าตัดและผลลัพธ์การรักษา
พยาบาลควรให้ความชัดเจนในกรณีที่ ผู้ปุวยไม่
เข้าใจหรือเข้าใจผิดในเรื่องต่างๆ
เสริมแรงให้กำลังใจ
ประเมินความรู้ความเข้าใจของบิดามารดา
เรื่องความผิดปกติของผู้ปุวยและการผ่าตัด รักษา
การให้นม/อาหารอย่างถูกวิธี
ถ้าเด็กดูดไม่ได้ใช้ช้อนปูอน/หลอดหยด
ดูดครั้งละน้อยๆ บ่อยครั้ง
ใช้ Artificial nipple จุกนมต้องยาว รูออกของ
น้ำนมจะต้องใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย
ตะแคงขวาให้ใบหน้า ตะแคงเพื่อปูองกันท้องอืด สำลัก
ขณะให้อาหารจัดท่าศีรษะสูงประมาณ 30-45 องศา
การพยาบาลหลังผ่าตัด
มีโอกาสขาดน้ำและสารอาหารเนื่อง
จากข้อจำกัดในการดูดกลืนหลัง ผ่าตัด
บิดามารดา ขาดความรู้ความเข้าใจการดูแลทารก
หลังผา่ตัดปากแหว่ง เพดานโหว่เมื่อกลับไปอยู่บ้าน
เสี่ยงต่อการเกิดแผลแยก/เลือดออก/ ติดเชื้อ
ไม่สุขสบายเนื่องจากแผลผ่าตัด
เสี่ยงต่อการหายใจไม่มีประสิทธิภาพหลังได้รับยาระงับความรู้สึก
เสี่ยงต่อการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจจากการสำลัก
การพยาบาลหลังผ่าตัด cleft lip
ระวัดระวังสิ่งคัดหลั่งจากจมูกมาปนเปื้อนแผลผ่าตัด
ถ้ามีทำความ สะอาดด้วย NSS และปิด sterile strips ใหม่
สอนบิดา มารดา ทำความสะอาดแผล
จัดท่านอนหงายหรือตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งห้ามนอน
คว่ำเพื่อป้องกันการเสียดสี กับที่นอน แผลอาจแยกได้
ป้ายยาครีมปฎิชีวนะตามแผนการรักษา
ห้ามอ้าปากทารกกว้างๆเพื่อป้องกันแผลแยก
หลีกเลี่ยงการนำของแข็งหรือของ
ที่มีความแหลมคมเข้าปาก
น.ส.สิรินทิพย์ เหล่าสมบูรณ์
เลขที่ 38 รุ่น 36/2