Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ, นางสาววิยะดา ลินลา 36/2 เลขขที่27…
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ
ระบบทางเดินหายใจในเด็ก
อัตราการหายใจของเด็กแต่ละวัย
2-3เดือน ไม่เกิน 50ครั้ง/นาที
1-5ปี ไม่เกิน 40 ครั้ง/นาที
<2 เดือน ไม่เกิน 60ครั้ง/นาที
การหายใจที่ิผิดปกติ
การหายใจมีปีกจมูกบาน (nasal flaring
หายใจลำบาก
ขณะหายใจเข้ามีการยุบลง (retraction)
ของใต้ซี่โครง (subcostal retraction) พบบ่อยที่สุด
เสียงหายใจที่ผิดปกติ
crepitation sound
เสียงคล้ายขยี้ผม ถ้าพบเสียงนี้แสดงว่ามีน้ำหรือเสมหะในปอด
พบได้ในภาวะปอดอักเสบ (pneumonia)
rhonchi sound
มีการไหลวนของอากาศเข้าไปในส่วนของเดอนหายใจที่ตีบแคบเกิดจาก
เสมหะอุดตัน
เยื่อบุทางเดินหายใจบวม
หลอดลมบีบเกร็งจากภูมิแพ้
stridor sound
มีการตีบแคบที่หลอดลม หรือกล่องเสียง ได้ยินคล้ายเสียงคราง
พบบ่อบในเด็กที่เป็นcroup
laryngotracheitis
laryngotrachebronchitis
acute laryngitis
wheezing
หลอดลมฝอยเกิดการหดเกร็ง
พบในโรคหอบหืด
แปลว่าได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
กลไกการสร้างเสมหะ
เกี่ยวข้องกับการขจัดสิ่งแปลกปลอมจากทางเดินหายใจมี 3กลไก
1.กระบวนการสร้างสารมูก Mucous
เมื่อมีการติดเชื้อจะสร้างมากขึ้น
เมื่อได้รับน้ำจะทำให้เสมะเหนียวข้นลดลงขับออกได้ง่าย
2.การพัดโบกของขนกวัด Cilia
เมื่อติดเชื้อciliaจะถูกทำลายทำให้จำนวนลดลง
ทำให้เสมหะมากและเหนียวข้น ไม่ถูกพัดพาออกจากทางเดินหายใจ คั่งค้างอยู่ในหลอดลม
เมื่อได้รับน้ำจะพดโบกได้ดีขึ้น
3.กลไกการไอ Cough Reflex
ไออย่างมีประสิทธิภาพป้องกนไม่ให้เสมหะคั่งค้างในหลอดลม
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางเดินหายใจที่พบบ่อย
Croup
กลุ่มอาการอุดกลั้นทางเดินหายใจส่วนบนบริเวณกล่องเสียงและส่วนที่อยู่ใต้ลงมา
สาเหตุมีการอักเสบ
ฝาปิดกล่องเสียง(acute epiglottitis)
กล่องเสียง (acute laryngitis)
กล่องเสียง หลอดลมใหญ่ และหลอดลมฝอยในปอด (Laryngotracheobronchitis)
อาการ
inspiratory stridor หายใจเข้ามีเสียงฮืด
ไอเสียงก้องBarking cough
ไข้ เจ็บคอ หายใจลำบาก Dyspnea
น้ำลายไหลล(drooling)
อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่ตอบสนองต่อการพ่นยาทั่วไป
ส่วนใหญ่พ่นAdrenaline
ถ้ารุนแรงต้องใส่ท่ช่วยหายใจ
สาเหตุจากการติดเชื้อ
virus
Bacteria
H.influenzae ,S.pneumoniae,gr.A Streptococus
ต้องเฝ้าระวังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องมีการอุดกลั้นทางเดินหายใจ
Tonsilitis / Pharyngitis
สาเหตติดเชื้อแบคทีเรียไวรัส
Beta Hemolytic,
แนะนำให้กินยาAntibioticให้ครบ10วัน
ป้องกันเชื้อรุกรามไป หวใจ ไตแล้วเป็น หัวใจรูห์มาติค,AGN
streptococcus gr. A
อาการ
ไข้ ปวดศีรษะ ไอเจ็บคอ
มีตุ่มใสที่คอหอย เพดานปาก
เกิดจากCoxsackie virus เรียกว่าHerpangina
่การผ่าตัดต่อมทอนซิล
tonsillectomy
ทำเมื่อ
chronic tonsillitis
recurrent acute tonsillitis
เจ็บคอมากกลืนลำบากรบกวนชีวิต
มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน
ทำให้นอนกรน (snoring)
มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea)
สงสัยว่าเป็นมะเร็งต่อมทอนซิล
การดูแลหลังผ่าตัด
ให้เด็กนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง
เพื่อระบายเสมหะ เลือด น้ำลาย ที่คั่งอยู่ในปากและในคอ
สังเกตอาการ
6-8ชม.แรก
ถ้าชีพจร120ครั้ง/นาที ต่อเนื่อง+เด็กเงียบ ซีด กลืนติดต่อกันเป็นข้อบ่งชี้ว่ามีเลือดออก
ในรายที่ปวดแผลผ่าตัดให้อมน้ำแข็งหรือใช้กระเป๋าน้ำแข็งวางไว้รอบคอถ้าวดมากให้ยาแก้ปวด
หลังผ่าตัด
1.กลับบ้านได้หลังผ่าตัด24-48ชม.ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน จะมีแผลที่ผนังในคอ เห็นเป็ฝ้าขาวที่ต่อมทอนซอลทั้ง2ข้าง จะหายเอง7-14วัน
2.อาจมีไข้ บวม รู้สึกตึงๆ เสียงเปลี่ยน จะหายใน1สัปดาห์
3.1-2วันแรก เพดานอ่อนผนังในคอบวม ทำให้หายใจลำบาก ให้นอนศีรษะสูง อมและประคบน้ำแข็งบ่อยๆ
4.หลีกเลี่ยงการแปรงฟันเข้าไลึกๆเพราะจะทำให้เลือดออกในช่องปากได้
5.ถ้าเลือดออกให้อมน้ำแข็งหรือประคบ10นาทีสลับกับเอาออก10นาที
6.กินอาหารอ่อนและแปรงฟันทุกครั้งหลังกิน
7.ปกติแผลจะห่าย2-4สัปดาห์
ไซนัสอักเสบ(Sinusitis)
เมื่อติดเชื้อจะเกิดการบวมของเยื่อบุในโพรงอากาศ
ทำให้ภาวะอุดตันช่องระบายของโพรงอากาศข้างจมูก
เกิดการคลั่งของสารคัดหลั่ง
ทำให้ความดันในโพรงอากาศเป็นลบ เมื่อจามหรือสูดน้ำมูกจะทำให้แบคทีเรียที่nasopharynxเข้าไปในโพรางได้ง่าย
ระยะของโรค
Acute sinusitis
ไม่เกิน12สัปดาห์
รุนแรงกว่า
Chronic sinusitis
เกิน12สัปดาห์
อาการ
มีไข้สูง>39องศา ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว มีน้ำมูกไหล ไอ
ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียจะรุนแรง มีน้ำมูกข้นเขียวเป็นหนอง ไอ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ปวดหน้าผากและคิ้วมาก
การวินิจฉัย
CT scan
X-ray paranasal sinus
ไม่นิยมในเด็กเล็กเพราะไซนัสยังเจริญไม่เต็มที่
การตรวจด้วยการส่องไฟผ่าน(Transilumination)
พบว่าไซนัสมีการอักเสบ ลักษณะมัว
การดูแลรักษา
ให้ยา antibiotic
ให้ยาแก้ปวด ลดไข้
ให้ยาแก้แพ้ในรายที่ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มาจากโรคเยื่อบุโพรางจมูกอักเสบที่มาจากภูมิแพ้
ให้ยาSteroid ลดบวม ทำให้รูเปิดของโพรงไซนัสระบายสารคัดหลั่งได้ดีขึ้น
การล้างจมูก
ล้างจมูกก่อนใช้ยาพ่น
ล้างวันละ2-3ครั้งที่ปวด
ใช้0.9% NSSล้างจมูก
ช่วยลดความเหนียวของน้ำมูกและเชื้อโรคไม่เจริญเติบโต
ช่วยป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไวนัสไปสู่ปอด
หอบหืด Asthma
เป็นภาวะที่มีการอักเรื้อรังของหลอดลม
ทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมไวต่อสารก่อภูมิแพ้ที่มากระตุ้น
เกิดพยาธิสภาพ3อย่างทำให้มีอาการหอบเหนื่อย
2.ทำให้หลอดลมตีบแคบลง (Stenosis) เยื่อบุภายในหลอดลมบวมขึ้น
3.สร้างเมือกเหนียวจำนวนมาก (Hypersecretion)ทำให้ช่องทางเดินอากาศในหลอดลมแคบลง
1.ทำให้หลอดลมหดเกร็งตัว(Brochospasm)
ดูแล
ให้รับยาขยายหลอดลม ได้รับออกซิเจน ให้พักลดกิจกรรม
ได้ยาลดอาการบวมเช่นDexa
รายที่มีเสมหะจะไม่เคาะปอดขณะที่หอบเพราะจะทำให้หลอดลมหดเกร็งมากขึ้น
อาการ
หวัด ไอ มีเสมหะ มีเสียงWheezing ปากซีดเขียว ใจสั่น อาเจียน
ความรุนแรง
ขั้นปานกลาง
ตื่นกลางดึกบ่อย เล่นวนไม่ค่อยได ไอมีเสียงWheezing
ขั้นรุนแรง
กระสับกระส่าย เหนื่อยหอบ รอบริมฝีปากเขียว
ขั้นเล็กน้อย
เริ่มไอ มีเสียงวี๊ด เล่นซนได้ กิน นอนปกติ
การรักษา
ให้ยาขยายหลอดลม ( Relievers )
ชนิดพ่นให้ผลเร็ว
่ventolin
กลุ่มCorticosteroids
ต้องบ้วนปากหลังพ่นยาทุกครั้ง้องกันการเกิดเชื้อรา
การทำความสะอาดBaby haler
ล้างเมื่อสกปรก ล้างด้วยน้ำยาล้างจานตากให้แห้ง ไม่ใช้ผ้าเช็ดถู
ยาลดการบวมและการอักเสบของหลอดลม
่Dexa , Hydrocortisone
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
ควันบุหรี่ ตัวไรฝุ่น อากาศเย็น การออกกำลังกาย
Bronchitis /Bronchiolitis
เป็นปัญหาติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่พบบ่อยในเด็กเล็ก
เกิดจากมีการอักเสบและอุดกั้นของหลอดลม
เชื้อที่เป็นสาเหตุพบบ่อย
Respiratory syncytial virus : RSV
เด็กที่ไม่กินนมแม่พบได้สูง
พบได้ในเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต เด็กโตอาการน้อยกว่า
กลไกการเกิด
เชื้อไวรัสทำลายเนื้อเยื่อของหลอดลมฝอยทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม และมีการคั่งของเสมหะและเกิดการอุดกั้นของหลอดลมฝอย
ทำให้เกิดAtelectasis
อาการ
เริ่มจาก ไข้หวัดเล็กน้อย น้ำมูกใส จาม เบื่ออาหาร
ต่อมาเริ่มไอเป็นชุดๆ ร้องกวน หายใจเร็ว หอบ หายใจมีปีกจมูกบาน ดูดนมได้น้อย
การรักษา
ตามอาการ ให้ยาลดไข้ ยาปฏิชีวนะ ยาต้านการอักเสบ ยาขยายหลอดลม
การดูแล
ให้ได้รับออกซิเจนและน้ำเพียงพอ ลดไข้
ดูแลปัญหาการติดเชื้อ
ปอดบวม Pneumonia
สาเหตุ
สำลกสิ่งแปลกปลอม ติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส
อาการ
ไข้ ไอ หอบ ดูดน้ำ ดูนมน้อยลง ซึม
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน
เด็กแรกเกิดที่อัตราการหายใจ>60ครั้ง/นาที
อายุ2เดือน-1ปี อัตราการหายใจ>50ครั้ง/นาที
อายุ1-5ปี อัตราการหายใจ>40ครั้ง/นาที
การรักษา
ให้รับน้ำเพียงพอเพื่อให้เสมหะอ่อนตัวขับออกง่าย ลดไข้
ดูแลเรื่องไข้ Clear airway suction เพื่อให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนอย่างมีปสิทธิภาพ
ดูแลปัญหาพร่องออกซิเจน ให้ยาขยายหลอดลม ยาขับเสมหะ ยาฆ่าเชื้อ
การพยาบาล
ดูแลแก้ปัญหาการอุดกั้นทางเดินหายใจ
สอนการไออย่างถูกวิธีในเด็กโต กระตุ้นให้ดื่มน้ำมากๆ
ถ้าเสมหะอยู่ลึก
1.ใ้ห้Postural drainage โดยการเคาะปอด
จะช่วยให้เสมหะที่อยู่ส่วนปลายถูกกระตุ้นให้เลื่อนขึ้นมาถึงปลายสายดูดเสมหะ
2.Suction เพื่อป้องกันปอดแฟบ
จัดให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูงหรือนอนทับข้างที่มีพยาธิสภาพเพื่อให้ปอดข้างที่ดีขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูแลให้ได้รับออกซิเจนอตามแผนการรักษา
การระบายเสมหะ
การจัดท่าผู้ป่วย(Postural drainage)
เสมหะอยู่ส่วนหน้าAnterior ให้นอนหงาย
เสมหะอยู่ส่วนหลังPosterior ให้นอนคว่ำ
เสมหะอยู่ด้านซ้ายให้ตะแคงขวา
เสมหะอยู่ด้านขวาใให้ตะแคงซ้าย
เสมหะอยู่ส่วนบนให้นอนหัวสูง
เสมหะอยู่ส่วนล่างให้นอนหัวต่ำ
การเคาะ (Percussion)
ทำมือcupped hand เคาะบริเวณทรวงอกที่ได้รับการจัดท่า
ใช้ผ้ารองส่วนที่จะเคาะ เคาะแต่ละท่าใช้เวลา1นาที
ถ้าผู้ป่วยไอให้หยุดเคาะ ใช้การสั่นสะเทือนแทน
เคาะตอนท้องว่าง หรือหลังกินข้าว2ชม. เพื่อป้องกันการสำลัก
การสั่นสะเทือน (Vibration)
ใช้มือวางราบพร้อมกับการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน และหัวไหล่ในจังหวะการหายใจเข้าเต็มที่ และกำลังหายใจออก
การไออย่างมีประสิทธิภาพ (Effective cough)
หายใจเข้าเต็มที่ช้าๆแล้วกลั้นไว้ แล้วไอออกมาเร็วๆและแรง
การพ่นยา
ประโยชน์
ขับเสมหะได้ง่ายขึ้น
ให้ความชุ่มชื้นแก่อากาศและก๊าซที่หายใจเข้า
เป็นหนทางในการบริหารยาทางระบบหายใจ
ทำให้เสมหะเหนียวข้นอ่อนตัวลง
ง่ายต่อการระบายเสมหะออกจากปอด
ข้อปฏิบัติในการพ่นยาแบบละออง Neubulizer
ไม่ควรให้ตอนเด็กร้องเพราะยายาจะเข้าสู่ปอดน้อย
ใช้มือประคองกระเปราะยาไว้เพื่อให้อุณหภูมิคงที่
ทำให้ละอองแพร่ได้อย่างสม่ำเสมอ
เคาะกระเปาะพ่นยาเป็นระยะๆเพื่อไม่ให้ยาตกค้างในกระเปาะ
สำรวจเครื่องพ่นยาเมื่อไม่เห็นละอองยา
เปิดออกซิเจน6-8ลิตร
การให้ออกซิเจน
face mask
เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนระดับปานกลาง
ความเข้มข้นของออกซิเจนประมาณ35%-50%
เปิดflow rate 5-10 lit/min
ไม่ควรให้น้อยกว่า5 lit/minเพื่อป้องกันการคั่งของCO2ในmask
Nasal cannula
ความเข้มข้นไม่สูงมาก
เด็กเล็กไม่เกิน 2 lit/min เด็กโต2 lit/min
ไม่ควรปรับให้สูงเกินไปจะทำให้เยื่อจมูกแห้ง และระคายเคือง
มีข้อจำกัดในผู้ป่วยที่มีน้ำมูกมาก เยื่อจมูกบวม ผนังจมูกเอียง
Oxygen hood/Box
เหมาะกับทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก
ความเข้มข้นของออกซิเจนประมาณ30%-70%
เปิดอย่างน้อย 7 lit/min
ถ้าเป็นทารกใช้Hood เล็กเปิด 3-5 lit/min
หลักการให้คำแนะนำในการดูแลเด็ก
ที่มีปัญหาพร่องออกซิเจน
ต้องแก้ไข้เส้นทางออกซิเจน เพื่อให้ออกซิเจนลงไปถึงจุดที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซให้ได้
ถ้าบวมให้ยาลดบวม
ถ้าติดเชื้อให้ยา antibiotic
ถ้ามีเสมหะก็suction
เลือกให้ออกซิเจนตามความเหมะสมกับเด็ก ตามแผนการรักษา
นางสาววิยะดา ลินลา 36/2 เลขขที่27
อ้างอิง : กัลยา ศรีมหันต์. (2563). บทที่ 8 ระบบทางเดินหายใจ. 7 มิ.ย. 63.
https://classroom.google.com/w/NzMzNjU4Njc4NDla/t/all
.