Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะขาดออกซิเจน (Birth asphysia) - Coggle Diagram
ภาวะขาดออกซิเจน
(Birth asphysia)
1.ความหมาย :red_flag:
ภาวะที่ทารกแรกคลอดไม่สามารถหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้ขาดสมดุลของการแลกเปลี่ยนก๊าซ ทำให้มี
ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ (Hypoxia)
มี
การคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ (Hypercapnia)
และมีสภาพเป็น
กรดในกระแสเลือด (Metabolic acidosis)
2.กลไกการเกิด
:red_flag:
2.2 ไม่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนที่รก
ซึ่งเกิดจากรกมีการแยกตัวออกจากมดลูก เช่นรกลอกตัวก่อนกําหนด (Aprubtio placenta) รกมีเนื้อตาย (Placenta infarction)
2.3 มีการนำออกซิเจนหรือสารอาหารจากมารดาไปยังทารกโดยผ่านทางรถไม่เพียงพอ
เช่น มารดาที่มีภาวะความดันโลหิตสูง มารดามีอาการช็อก สูญเสียเลือด ซีด การบีบตัวของมดลูกนานเกินไป หรือถี่มากไป
2.1 การไหลเวียนเลือดทางสายสะดือขัดข้อง
มีการหยุดไหลเวียนหรือไหลเวียนเลือดลดลง เช่น สายสะดือย้อย สายสะดือถูกกดทับขณะเจ็บครรภ์หรือขณะคลอด(Cord compression)
2.4 ต่อทารกขยายไม่เต็มที่และการไหลเวียนเลือดยังคงเป็นแบบทารกในครรภ์ไม่สามารถปรับเป็นแบบทารกหลังคลอดได้และไม่พัฒนาเป็นแบบผู้ใหญ่
เช่น มีทางเดินหายใจอุดตัน มีน้ำคั่งในปอด มีความสามารถในการหายใจไม่สมบูรณ์ มีการหายใจล้มเหลวเนื่องจากสมองถูกกดทับ
4.อาการและอาการแสดง
:red_flag:
ระยะคลอด
พบขี้เทาในน้ำคร่ำ
ระยะหลังคลอด
: คะแนน APGAR ต่ำกว่า 7 คะแนน "ต่ำกว่า 7 ตัวเขียว ไม่หายใจเอง ตัวนิ่ม อ่อนปวกเปียก ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นลดลง หัวใจเต้นช้า"
การทำงานของ Cell ปอด
เสียไป ทารกมีอาการหายใจหอบ ตัวเขียว
ระบบหัวใจ และ การไหลเวียนเลือด
เลือดหัวใจเต้นเร็ว ,ผิวซีด ,หายใจแบบ Gasping มี Metabolic acidosis ,อุณหภูมิต่ำ ,ความดันโลหิตต่ำ
ระบบประสาท
ทารกจะซึมหยุดหายใจบ่อย, หัวใจเต้นช้าลง ,ม่านตาขยายกว้างไม่ตอบสนองต่อแสง ,ไม่มี Doll 's eye movement และ
มักเสียชีวิต
ภายใน 8 นาที ถ้าทารกไม่ได้ ช่วยอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมี sign ขาดออกซิเจน
การเปลี่ยนแปลงในระบบทางเดินอาหาร
ทารกถ่ายขี้เทาขณะอยู่ในครรภ์มารดา เสียงสำลักขี้เทาเข้าปอด หางานอายุครรภ์น้อยกว่า 34 สัปดาห์ลำไส้จะตอบสนองต่อภาวะขาดออกซิเจนโดยการหยุดทำงานทำ ให้ท้องอืดมาก เยื่อบุลำไส้ถูกทำลาย ถ้าขาดออกซิเจนนานและรุนแรงจะเสี่ยงต่อลำไส้อักเสบเน่าตาย (NEC)
การเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิซึม
หลังขาดออกซิเจนทารกมักจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แคลเซียมต่ำ โพแทสเซียมต่ำ ทำให้ทารกชักและเสียชีวิต
การเปลี่ยนแปลงในระบบทางเดินปัสสาวะ
ทารกจะปัสสาวะน้อยลง หรือ ไม่ถ่ายปัสสาวะหรือ ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria)
ระยะตั้งครรภ์ หรือ ก่อนคลอด
ทารกเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ และต่อมาจะมีการเคลื่อนไหวน้อยลงกว่าปกติ อัตราการเต้นของหัวใจทารกในระยะแรก
จะมีการเคลื่อนไหวน้อยลงกว่าปกติ อัตราการเต้นของหัวใจทารกในระยะแรกจะเร็วมากกว่า 160 ครั้ง/นาที ต่อมาจึงช้าลง
8.การพยาบาล :red_flag:
1.เตรียมทีมบุคลากรเครื่องมือให้พร้อมก่อนคลอดในรายที่มารดามีความเสี่ยง ระยะการแสดงที่น่าสงสัยว่าจะเกิด Asphyxia
2.ดูดสารคัดหลั่งให้มากที่สุดก่อนคลอดลำตัว
3.เช็ดตัวให้แห้งทันทีและห่อตัวรักษาความอบอุ่น
4.บันทึกอัตราการหายใจการเต้นของหัวใจ ทารกภายหลังคลอด
5.สังเกตอาการขาดออกซิเจน เช่น ริมฝีปากและปลายมือปลายเท้าซีด เขียว หายใจปีกจมูกบาน อกบุ๋ม หายใจออกมีเสียงคราง
6.ดูแลให้ได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการและได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์
7.ดูแลให้ได้รับอาหารและสารอาหารตามแบบแผนการรักษา
8.ดูแลความสะอาดของร่างกาย
9.ดูแลให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
10.ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารก
3.พยาธิสรีระ :red_flag:
มีปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือด น้อยกว่า 40 mmHg
เลือดไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และต่อมหมวกไต :arrow_double_up:
:arrow_right:หายใจแบบขาดอากาศ (Gasping) ประมาณ 1 นาที
:arrow_right:หายใจไม่สม่ำเสมอและหัวใจเต้นช้าลง
ได้รับการแก้ไข
:point_right:กลับไปเป็นปกติ
ไม่ได้รับการแก้ไข
:point_right: หยุดหายใจครั้งแรก (Primary apnea)
ช่วยกู้ชีพ
:point_right: กลับไปปกติ
ไม่ช่วยกู้ชีพ
:point_right:
หายใจที่สม่ำเสมอประมาณ 4-5 นาที
:point_right:หยุดหายใจอย่างถาวร (Secondary apnea)
1 more item...
อวัยวะอื่นมีเลือดไปเลี้ยง :arrow_double_down:
5.ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
:red_flag:
ถ้า arterial blood gas ผิดปกติ คือ PaCO2 มากกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท , PaO2 น้อยกว่า 40 มิลลิเมตรปรอท, pH น้อยกับ 7.1
ระดับน้ำตาลในเลือด 30 mg%
แคลเซียมในเลือดน้อยกว่า 8 mg%
โพแทสเซียมในเลือดสูง
6.การวินิจฉัย
:red_flag:
-ประวัติการคลอด
-การตรวจร่างกาย
-การประเมินคะแนน APGAR จะพบการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ ดังนี้
สีผิว
อัตราการหายใจ เริ่มจากไม่สม่ำเสมอ ไปจนหยุดการหายใจ
การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
การตอบสนองเมื่อถูกกระตุ้น
อัตราการเต้นของหัวใจ
-อาการและอาการแสดง
-การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
7.การรักษา
:red_flag:
การให้ความอบอุ่น
ภาวะตัวเย็นของทารก จะทำให้ความเป็นกรดในเลือดหายช้ากว่าที่ควรดังนั้น ต้องป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียความร้อน ให้ได้รับ Radian warmer หรือ หลอดไฟที่เปิดอุ่นไว้ และเช็ดตัวให้แห้ง หรือ Skin to skin contact
ทำทางเดินหายใจให้โล่ง (Clearing the airway)
กรณีไม่มีขี้เทาปนในน้ำคร่ำ
หลังจากศีรษะทารกคลอดดูด สิ่งคัดหลั่งในปากก่อนจมูก เมื่อไหล่คลอดดูด ให้หมด ก่อนคลอดลำตัวจากนั้นหลังคลอดลำตัว ให้นอนหงาย หรือ เงยหน้าเล็กน้อย ใช้ผ้าหนา 1 นิ้วหนุนไหล่ ดูดเสมหะ ใช้สายเบอร์ 8f ความดันสุญญากาศไม่เกิน 100 มิลลิเมตรปรอท
กรณีมีขี้เทาปน
รีบนำขี้เทาออกโดยใช้สายยางเบอร์ 12F-14F ดูดออก ถ้าหัวใจเต้นช้ากว่า 100 ครั้งต่อนาที ให้ใส่ Endotrachea tube ดูดขี้เทาออกมาทางออกมาทางคอหอยให้ได้มากที่สุด
Tractile stimulation
การให้ออกซิเจน
ให้ออกซิเจน 100% ผ่านความชุ่มชื่นและอุ่นผ่านทาง o2 mask with bag 5 LMP ให้ใกล้จะหมดประมาณ 1 นิ้ว
Ventilator การช่วยหายใจด้วยแรงดันบวก
ข้อบ่งชี้
หยุดหายใจ หรือ หายใจ Gasping
อัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 100 ครั้งต่อนาที
มีลักษณะตัว เขียว ขณะ ได้ออกซิเจน 100%
การใส่ท่อหลอดลมคอช่วยหายใจแรงดันบวกนาน
เมื่อให้ o2 mask with bagไม่ได้ผล
ทารกมีไส้เลื่อนกระบังลม หรือน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,000 กรัม
Chest compression
นวดบริเวณกระดูกตำแหน่ง 1 ส่วน 3 ของกระดูก 1/3 อัตราส่วนลึก
การให้ยา
Epinephrine
ใช้ยา 1 : 100 ml/kg ในเวลา 5 - 10 นาที ให้ซ้ำ เมื่อตอบสนองดี
Narcan
ใช้ยาขนาด 0.1 mg/kg หรือ 0.25 mg/kg ของยาที่มีความเข้มข้น 0.05 mg/m
ห้ามให้ใน
:no_entry: ทารกที่เกิดในมารดาที่สงสัยติดยาเสพติดเพราะว่าจะเป็นการถอนยาเสพติด เพราะว่าจะเป็นการถอนยา อย่างกะทันหัน ทำให้ทารกชักได้