Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยา และจิตสังคมในระยะหลังคลอด, อ้างอิง …
การเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยา และจิตสังคมในระยะหลังคลอด
Uterus
1.การหดรัดตัวของใยกล้ามเนื้อมดลูก (contraction of muscle fibers)
🚩Estrogen & progesterone ลดลง ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกขาดเลือดไปเลี้ยงเกิดการเหี่ยวฝ่อ สลายตัวเนื้อเยื่อในโพรงมดลูก
2.กระบวนการย่อยสลายโมเลกุล (catabolism)
🚩Estrogen & progesterone ทำให้มีการหลัง Proteolytic enzyme ย่อยสลายโพรงมดลูก ดูดซึมเข้าสู่หลอดเลือดและขับออกทางปัสสาวะ
3.การกลับคืนสู่สภาพเดิม(regerenation of uterine)
🚩สตรีที่ผ่านการคลอดจึงมีมดลูกใหญ่ มากกว่าสตรีที่ยังไม่เคยผ่านการคลอดบุตรเล็กน้อย
การลดขนาดและน้ำหนักของมดลูก
✨1 ชม. อยู่ระดับสะดือ
✨7 วัน อยู่ระหว่าง SP กับสะดือ นน.500 gms
✨หลังคลอดทันที อยู่ระหว่าง SP กับสะดือ นน. 1000 gms
✨10 วัน อยู่ระดับ SP คลำไม่พบทางหน้าท้อง
การลดระดับของมดลูก
✨หลังคลอดมดลูกจะหดรัดตัวและลดขนาดลงวันละ ½ - 1 นิ้วหรือประมาณ 1
fingerbreadth (FB)
เยื่อบุโพรงมดลูก
🚩1.ชั้นนอก (spongy layer):สลายตัวหลุดออกมาปนกับสิ่งที่ขับออกจากโพรงมดลูกเป็นน้้าคาวปลา (lochia)
🚩ชั้นใน (basal layer): สร้างเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นใหม่
น้ำคาวปลา (lochia)
✨Lochia rubra:1-3 วัน แรกสี
แดงสด กลิ่นเลือดสด
✨Lochia serosa:4-7 วัน ชมพูจาง
✨Lochia alba:7-21 วัน สีเหลืองเหมือนฟางข้าว
ปากมดลูก
🚩หลังคลอดทันที: มีลักษณะนุ่มมาก ไม่เป็นรูปร่าง ทั้ง Internal และ External os
🚩หลังคลอด 1 สัปดาห์ = มีลักษณะแข็ง กว้างประมาณ 1 cm
🚩ประมาณ 4 – 6 สัปดาห์: ความตึงตัวของ
กล้ามเนื้อจะค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิม
ช่องคลอด
✨หลังคลอด : ช่องคลอดยืดขยายอ่อนนุ่มไม่กระชับ
✨แก้ไขโดยให้ขยิบช่องคลอด (Kegel's exercise) อย่างสม่ำสมอ
ฝีเย็บ
✨แผลฝีเย็บหายเหมือน ก่อนการตั้งครรภ์ ประมาณ 4-6 เดือน
✨หลังคลอดจะมีอาการปวดบริเวณฝีเย็บฝีเย็บจะมี
ลักษณะบวมและอาจมีเลือดออกใต้ผิวหนังจากการที่หลอดเลือดฝอยฉีกขาด
✨กรณีตัดฝีเย็บหรือมีการฉีก ขาดแผลฝีเย็บจะเริ่มหาย ภายใน 2 – 3 สัปดาห
หัวนมและเต้านม
Estrogen & progesterone ลดลง
ต่อมใต้สมองผลิตH.prolactin เพิ่มขึ้น
สร้างน้ำนม
เกิดกลไก let down reflex หรือ milk ejection reflex
ระบบต่อมไร้ท่อ
✨HPL , HCG และ HCS ลดลงอย่างรวดเร็ว
✨Estrogen จะต่ำลงร้อยละ 10 ใน 3 ชั่วโมงหลังคลอดและจะต่ำสุดวันที่ 7 หลังคลอด
✨Progesterone จะฃดต่ำในวันที่ 3 หลังคลอดและประมาณ 1 สัปดาห์จะตรวจไม่พบซีรั่ม
✨FSH & LH ต่ำลงในวันที่ 10 -12 หลังคลอด
✨Prolactin ในกระแสเลือดจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ให้บุตรดูดนม
ระบบทางเดินปัสสาวะ
✨หลังคลอดใหม่ รอบๆรูเปิดของท่อปัสสาวะมักมีอาการบวมซ้ำ มารดาจึงมักปัสสาวะลำบาก
✨2-3วันแรกหลังคลอดจะรู้สึกไม่สุขสบายจากเหงื่ออกมาก และปัสสาวะออกมาก 2000-3000 cc
ระบบหัวใจและหลอดเลือด
🚩ภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอด BP อาจสูงขึ้น หรือลดลงได้เล็กน้อย กลับคืนสู่ระดับปกติ ประมาณ วันที่ 4 หลังคลอด
🚩24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อุณหภูมิอาจสูงขึ้นเล็กน้อย ไม่เกิน 37.8 ภาวะนี้ เรียกว่า Reactionary fever
🚩หลังคลอดปริมาณเลือดจะลดลง
จากระดับ 5 – 6 ลิตร
🚩หลังคลอดปริมาณเลือดจะลดลงทันทีแล้วค่อยๆลดลงเรื่อยประมาณ 3 – 4 สัปดาห์หลังคลอดปริาณเลือดจึงจะลดลงสู่ระดับปกติเหมือนก่อนตั้งครรภ์
🚩3 วันแรกหลังคลอดhct อาจสูงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากมีการลดระดับของPlasma มากกว่าจำนวนของเม็ดเลือดจ้านวนเหล่านี้จะลดลงสู่สภาพปกติเหมือนก่อนคลอดภายใน 4 – 5 สัปดาห์หลังคลอด
ระบบทางเดินอาหาร
✨อาจมีอาการท้องผูก เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อน
ระบบผิวหนัง
✨Linea nigra, Facial chloasma สีผิวที่เข้มขึ้นบริเวณ ลานนมจะจางลง และหายไป
✨Striae gravidarum บริเวณหน้าท้อง เต้านม และต้นขา จะค่อยๆจางเป็นสีเงิน และจะไปหายสมบูรณ์
ด้านจิตสังคม
1. อารมณ์เศร้าหลังคลอด (postpartum blues)
เกิดระยะแรกหลังคลอดจนถึง 3-4วัน หลังคลอด อารมณ์ที่มีระยะเวลาการเกิดอาการสั้น ไม่รุนแรง ไม่ต้องรักษาใดๆจะกลับคืนสู่สภาวะเดิม
การปรับตัวของสตรีหลังคลอด
🚩1.Taking – in phase: ระยะ 1 – 3 วันแรกหลังคลอดร่างกายมีความต้องการพึ่งพาผู้อื่น (Dependency needs) การพยาบาล ควรส่งเสริมให้มารดาได้รับ การพักผ่อนอย่างเพียงพอดูแลให้มารดามีความสุขสบาย เปิดโอกาสให้มารดาระบายความรู้สึก
🚩2.Taking – hold phase: ระยะนี้จะอยู่ในช่วง 3 – 10 วันหลังคลอดมารดา เริ่มสนใจที่จะเรียนรู้และฝึกทักษะการดูแลบุตiการพยาบาลควรให้ คำแนะนำในการดูแลบุตร กระตุ้นให้มารดาฝึกบทบาทในการดูแลบุตร เพื่อลดความ กังวลและสร้างความมั่นใจ
🚩3.Letting-go phase: เป็นระยะที่มารดามีความ เป็นตัวเองมากขึ้น เกิดขึ้น ประมาณ 2 สัปดาห์หลัง คลอด ปรับตัวต่อบทบาท การเป็นมารดาและภรรยา ควรส่งเสริมให้มารดามีการ ตอบสนองความต้องการของ ทารกที่เหมาะสม
2.ภาวะซึมเศร้าภายหลังคลอด (Postpartum Depression)
มีการเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมการนอนหลับมีอารมณ์เศร้า หงุดหงิด มีความวิตกกังวลและมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรืออยากทำร้ายบุตร รบกวนความเป็นอยู่ การเลี้ยงดูทารก และอาการอยู่นาน เกิน 2 สัปดาห์
3. โรคจิตหลังคลอด (postpartum psychosis)
มีความรุนแรงมาก และมีความผิดปกติของอารมณ์มากที่สุด อาการเริ่มต้นใน 48-72 ชั่วโมง การพัฒนาอาการภายใน 2สัปดาห์ ซึ่งมักจะแสดงอารมณ์เศร้าหรือมีอารมณ์สุข แต่อาการจะเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว มีอาการหลงผิดและเห็นภาพหลอนร่วมด้วย
อ้างอิง
http://www.elnurse.ssru.ac.th/petcharat_te/pluginfile.php/58/block_html/content/PP%2827122556%29.pdf
http://med.swu.ac.th/msmc/w8-1/images/km/KM%2001.pdf
อ้างอิง
การดูแลมารดาและทารกในระยะหลังคลอด
http://www.elnurse.ssru.ac.th/petcharat_te/pluginfile.php/58/block_html/content/PP%2827122556%29.pdf
http://med.swu.ac.th/msmc/w8-1/images/km/KM%2001.pdf
นางสาวพรศิริ เกตุฤทธิ์ เลขที่ 42A รุ่นที่ 26 613020110508