Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พระราชบัญญัติวิชาชีพพยาบาล เเละการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพ, ดาวน์โหลด (3),…
พระราชบัญญัติวิชาชีพพยาบาล
เเละการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพ
การควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพ
จุดประสงค์ของการ
ควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพ
1.การคุ้มครองผู้รับบริการหรือผู้บริโภค
2.การสงวนวิชาชีพให้กับบุคลากรในวิชาชีพ
3.การควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพให้บริการอย่างมีมาตรฐาน
มาตรการควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพ
1.ห้ามผู้ไม่มีสิทธิคือไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพฯ
2.ให้มีข้อกำหนดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
3.มีมาตรการลงโทษ ในกรณีทีละเมิดข้อกำหนดวิชาชีพ ระบุสาระของการดำเนินการสอบสวน การตัดสิน และโทษ
ข้อยกเว้น
ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
แต่สามารถประกอบวิชาชีพได้
1.การกระทำต่อตนเอง
2.การช่วยเหลือดูแลบุคคลอื่นให้
พ้นจากความทุกข์ทรมานในเงื่อนไขดังนี้
2.1ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทนใดๆ
2.2ไม่ฉีดยาหรือสารใดๆเข้าไปในร่างกาย
2.3ไม่ให้ยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
3.นักเรียน นักศึกษา ในสถาบันที่สภาฯรับรอง
ภายใต้การนิเทศจากผู้ประกอบวิชาชีพ
4.ผู้ประกอบโรคศิลปะ ที่ทำตามเกณฑ์การประกอบวิชาชีพตนแต่เข้าข่ายการประกอบวิชาชีพการพยาบาล
5.ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯในประเทศของตน สภาจะออก
ใบอนุญาตชั่วคราวให้ไม่เกิน 1 ปี
ข้อกำหนดจริยธรรมวิชาชีพ (4หมวด 38ข้อ)
หมวดที่ 2 การประกอบวิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ์
ต้องได้มาตรฐสูงสุดการกระทำผิดประมวลกฎหมายแพ่ง
หมวดที่ 3 การโฆษณาการประกอบวิชาชีพ
หมวดที่ 1 หลักทั่วไป
หมวดที่ 4 ปกิณกะ
กระบวนการพิจารณาความผิด
ของผู้ประพฤติผิดจริยธรรม
1.ผู้เสียหาย กล่าวหา ต่อสภาการพยาบาล
2.กรรมการสภากล่าวโทษ ต่อสภาการพยาบาล
3.อายุความการกล่าวหา กล่าวโทษ
5.สภาฯส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการสอบสวนพิจารณา สอบสวน เมื่อได้ข้อมูลส่งคณะกรรมการสภาพิจารณาตัดสิน
6.คณะกรรมการสภาตัดสิน
4.สภาฯส่งเรื่องให้อนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาเมื่อ
ได้ข้อมูลส่งคณะกรรมการสภาพิจารณาตัดสินว่าคดีมีมูล
อำนาจหน้าที่ของอนุกรรมการจริยธรรม
และอนุกรรมการสอบสวน
อนุกรรมการจริยธรรม มีหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานข้อเท็จจริงว่าคดีมีมูลหรือไม่ แล้วนำหลักฐานพร้อมความคิดเห็นส่งให้คณะกรรมการสภาตัดสิน หากคณะกรรมการสภาตัดสินว่าคดีมีมูลให้อนุกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนในรายละเอียด ในทำนองเดียวกันอนุกรรมการสอบสวนไม่มีหน้าที่ตัดสิน เมื่อรวบรวมข้อมูลพร้อมกับความคิดเห็นแล้วจะส่งให้กรรมการสภาพิจารณาตัดสินต่อไป
อายุความการกล่าวหา กล่าวโทษ มีกำหนด 3 ปี
นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ และมีกำหนด 1 ปี นับแต่วันรู้ตัวผู้กระทำผิด
ประเด็นที่ 1 เกิดเหตุวันที่ 1 มกราคม 2541 รู้ตัวผู้กระทำผิดวันที่ 1 มกราคม 2542 ดังนั้นอายุความ
จะมีอยู่ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2542
ประเด็นที่ 2 เกิดเหตุวันที่ 1 มกราคม 2541 รู้ตัวผู้กระทำผิดวันที่ 10 มกราคม 2541 ดังนั้นอายุความจะมีอยู่ถึงวันที่ 9 มกราคม 2542
ประเด็นที่ 3 เกิดเหตุวันที่ 1 มกราคม 2541 รู้ตัวผู้กระทำผิดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2543 ดังนั้นอายุความจะมีอยู่ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543
การพิจารณาสอบสวน กฎหมายให้สิทธิคัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการได้
โดยบุคคลดังนี้
ผู้รู้เห็นเหตุการณ์
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ผู้มีเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา
คู่สมรส หรือเป็นญาติเกี่ยวข้องกับบุพการี
ผู้สืบสันดาน
หรือพี่น้องร่วมบิดามารดากับผู้ถูกกล่าวหา
กล่าวโทษ
การคัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวน ต้องยื่นต่อคณะกรรมการภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันทราบคำสั่งของคณะอนุกรรมการสอบสวน หรือรับทราบเหตุแห่งการคัดค้านนั้น (ในประเด็นนี้หากมาทราบภายหลัง7วัน ควรสามารถคัดค้านการแต่งตั้งได้ คณะกรรมการสภาฯ พิจารณา ถ้าเหมาะสมก็ถอด
อนุกรรมการสอบสวนผู้นั้นออกได้)
เมื่อเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาคดีของสภาการพยาบาล จะต้องดำเนินคดีไปจนเสร็จสิ้น การยอมความไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีของสภาการพยาบาล การพิจารณาคดีผู้ประกอบวิชาชีพมีสิทธิเพียงนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงและมาให้ปากคำ ไม่มีสิทธิแต่งตั้งทนายความขึ้นต่อสู้ทางคดีได้
ผลการลงมติของคณะกรรมการสภาฯ ในการพิจารณาคดีจะทำเป็นคำสั่งให้นายกสภาลงนามคำสั่งสภาถือเป็นที่สุด คือ อุธรณ์ไม่ได้
เมื่อผู้ประกอบ วิชาชีพรับทราบคำสั่งลงโทษ ถ้าเป็นการพักใช้ต้องหยุดประกอบวิชาชีพทันที การครบกำหนดนับแต่วันรับทราบคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาตต้องส่งคืนใบอนุญาตภายใน 15 วัน ต่อเลขาธิการสภา
สภาการพยาบาลมีสิทธิเพิ่มโทษจากพักใช้เป็นเพิกถอนได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ คือ ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเป็นสถานภาพของผู้ไม่มีสิทธิประกอบวิชาชีพชั่วคราว แต่ไม่หยุดประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย เมื่อถูกศาลสั่งลงโทษจำคุก เฉพาะโทษจำคุกเท่านั้นที่ทำให้ต้องเพิ่มโทษโดยอัตโนมัติเป็นเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา43(ภายใต้มาตรา27)บุคคลที่ได้รับคำสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนต้องหยุดประกอบวิชาชีพ หากเพียงแค่แสดงด้วยวิธีการใดๆให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพฯ โดยที่ยังไม่ได้ประกอบวิชาชีพฯ ถือเป็นการละเมิด
การขอขึ้นทะเบียนใหม่ภายหลัง
ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ระยะเวลาต้องพ้น 2 ปี นับแต่วันที่สภาการพยาบาลมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต (ไม่ใช่วันที่รับทราบคำสั่ง)
ถ้าถูกปฏิเสธครั้งที่ 1 สามารถยื่นขอครั้งที่ 2 ภายหลังครบ 1 ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการสภาฯมีคำสั่งปฏิเสธคำขอครั้งแรก
พนักงานเจ้าหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
สถานที่ที่กฎหมายกำหนด
ได้แก่
1.สถานที่ประกอบการที่มีผู้ประกอบวิชาชีพ การผดุงครรภ์หรือการพยาบาลและผดุงครรภ์ปฏิบัติงานอยู่
2.สถานที่มีเหตุผลสมควรเชื่อว่ามีการประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์หรือการพยาบาลและผดุงครรภ์
3.สถานที่สอบสวนหรือเชื่อว่าทำการสอนวิชาการพยาบาล การผดุงครรภ์ หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์
บทกำหนดโทษ
โทษทางอาญา
1.ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต จำคุกไม่เกิน 2 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 2000 บาท
2.บุคคลที่พ้นจากสมาชิกสามัญ(พ้นจากการเป็นสมาชิกสามัญ ได้จากการตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติ)
3.ต้องพ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้วยและต้องส่งคืนใบอนุญาตต่อเลขาธิการภายใน 15 วัน ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 1000 บาท (มีเฉพาะโทษปรับอย่างเดียว)
4.การไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสาร ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
5.ผู้ไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงาน ระวางโทษไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับโทษทางวิชาชีพ ประกอบด้วย ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ เพิกถอน
พระราชบัญญัติวิชาชีพพยาบาล
พระราชบัญญัติ วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2528 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์(ฉบับที่2)พ.ศ.2540
ความสำคัญของกฎหมายวิชาชีพ
เกณฑ์สากลของความเป็นวิชาชีพ ได้แก่
1.อาชีพนั้นมีความจำเป็นต่อสังคม
2.มีศาสตร์เฉพาะสาขาของตน และมีการอบรมในระบบวิชาชีพ
(ทั้งการศึกษาและการฝึกงาน)ที่ยาวนานพอสมควร ถึงขั้นอุดมศึกษา
3.สามารถให้บริการแก่ผู้รับบริการได้มาตรฐานและตามบรรทัดฐานของวิชาชีพนั้น
4.มีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ เพื่อปกป้องผู้รับบริการ
5.มีเอกสิทธิ์ในการทำงาน
6.มีองค์กรวิชาชีพ ทำหน้าที่ควบคุมสมาชิกของวิชาชีพ
รวมทั้งการผลักดันในแง่กฎหมาย เพื่อคุ้มครองสมาชิกและผู้รับบริการ
นิยามศัพท์ที่สำคัญ
การพยาบาล
เป็นการกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการดูแลและการช่วยเหลือเมื่อเจ็บป่วย การฟื้นฟูสภาพ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งการช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาล
การผดุงครรภ์
การกระทำเกี่ยวกับการดูแลและการช่วยเหลือหญิงมีครรภ์ หญิงหลังคลิด และทารกแรกเกิด รวมถึงการตรวจ การทำคลอด การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันความผิดปกติในระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอดและระยะหลังคลอดรวมทั้งการช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค ทั้งนี้โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการผดุงครรภ์
การประกอบวิชาชีพการพยาบาล
ความหมาย
การปฏิบัติหน้าที่ พยาบาลต่อบุคคล
ครอบครัว ชุมชน โดยการกระทำ
ดังต่อไปนี้
1.การสอน การแนะนำ การให้คำปรึกษา
และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ
2.การกระทำต่อร่างกายและจิตใจของบุคคล รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วย การบรรเทาอาการของโรค การลุกลามของโรค และการฟื้นฟูสภาพ
3.การกระทำตามวิธีที่กำหนดไว้ในการรักษาโรคเบื้องต้นและการให้ภูมิคุ้มกันโรค
4.การช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค
5.ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาลในการประเมินสภาพการวินิจฉัยปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการ และการประเมินผล
การประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์
ความหมาย
การปฏิบัติหน้าที่การผดุงครรภ์ต่อหญิงมีครรภ์
หญิงหลังคลอด ทารกแรกเกิด และครอบครัว
โดยกระทำดังนี้
1.การสอน การแนะนำ การให้คำปรึกษา
และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย
2.การกระทำต่อร่างกายและจิตใจของหญิงมีครรภ์
หญิงหลังคลอดและทารกแรกเกิด เพื่อป้องกันความผิดปกติ
ในระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอด
3.การตรวจ การทำคลอด และการวางแผนครอบครัว
4.การช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรค
5.ทั้งนี้โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ และศิลปะการผดุงครรภ์ในการประเมินสภาพการพยาบาล วินิจฉัยปัญหา การวางแผนการปฏิบัติการพยาบาล และการประเมินผล
พนักงานเจ้าหน้าที่
ความหมาย
ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้
ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มีอำนาจดังนี้
1.ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบใบอนุญาต ค้นหรือยึดหลักฐานการกระทำที่ผิดกฎหมายในสถานที่นั้นได้ โดยไม่ต้องขอให้ศาลออกหมายค้น และไม่มีความผิดฐานบุกรุกสถานที่นั้น เมื่อได้เข้าไปในช่วงเวลากลางวัน (พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาที่ทำการของสถานที่ดังกล่าว)
2.ในการเข้าตรวจค้น พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
3.ในการตรวจค้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา โดยให้ผู้ที่ไม่ให้ความสะดวกมีความผิด ได้รับโทษตามที่กำหนด
ความหมายของการช่วยเหลือ
แพทย์กระทำการรักษาโรค
ก่อนที่กฎหมายลูกเกี่ยวกับการช่วยเหลือแพทย์กระทำการรักษาโรคเบื้องต้น และการเพิ่มสาระสำคัญใน พ.ร.บ.สถานพยาบาลที่อนุญาตให้เปิดสถานพยาบาลตรวจรักษาโรคเบื้องต้นจะผ่านการบังคับใช้ผู้ปฏิบัติการพยาบาลและบุคลากรอื่นอาศัยการปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายที่เป็นระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมมีสิทธิในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
กำหนดให้มีสภาการพยาบาล
ฐานะของสภาการพยาบาล(มาตรา6)
1.เป็นนิติบุคคล ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2.การตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ(พ.ร.บ.) ทำให้ไม่สามารถถูกฟ้องล้มละลาย และไม่สามารถเลิกกิจการเหมือนเช่นนิติบุคคลทั่วไป (แตกต่างจากนิติบุคคลทั่วไป)
นิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
1.เป็นบุคคลสมมุติตามกฎหมาย มีสภาพเหมือนบุคคลทั่วไป ยกเว้น สิทธิที่บุคคลจริงจะมีได้ เช่น การจดทะเบียนสมรส เป็นต้น
2.นิติบุคคลทำความผิด ผู้แทนของนิติบุคคลร่วมรับผิดในฐานะตัวการ และนิติบุคคลนี้ถูกฟ้องล้มละลายได้
วัตถุประสงค์ของสภาการพยาบาล (มาตรา7)อำนาจและหน้าที่ของสภาการพยาบาล (มาตรา8)รายได้ของสภาการพยาบาล(มาตรา9)
1.งบประมาณแผ่นดิน
2.ค่าจดทะเบียนสมาชิกสามัญ ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่างๆ
3.จากการหารายได้ของสภาการพยาบาล โดยใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของสภาการพยาบาล เช่น จัดสวัสดิการให้สมาชิก
4.รายได้จากเงินบริจาค รวมทั้งดอกผลของรายได้ต่างๆ
ตราสภาการพยาบาล
การเป็นนิติบุคคลต้องมีตราตามกฎหมายเป็นรูปวงกลม มีตะเกียงตั้งอยู่บนฐานของดอกบัว มีคำว่าสภาการพยาบาลเหนือตะเกียงในวงกลม
มีคำว่า พ.ศ.2528 อยู่ที่ฐานของดอกบัว
สมาชิกและสิทธิหน้าที่ตาม
กฎหมาย(หมวด2มาตรา11-13)
ประเภทของสมาชิก
มี 2 ประเภทดังนี้
1.สมาชิกสามัญ
2.สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกสามัญมีคุณสมบัติ
ของสมาชิกสามัญ มาตรา 11(1)
โรคต้องห้ามตามข้อบังคับ
ของสภาการพยาบาล
1.โรคจิต โรคประสาท
2.การติดยาเสพติดให้โทษ
อย่างร้ายแรง ติดสุราเรื้อรัง
3.โรคในระยะปรากฏอาการเป็น
ที่น่ารังเกียจต่อสังคมหรือเป็นอุปสรรค
ต่อการประกอบวิชาชีพ
เช่น โรคคุดทะราด โรคเอดส์
กามโรค โรคเท้าช้าง โรคเรื้อนในระยะติดต่อ
สมาชิกกิตติมศักดิ์มีคุณสมบัติ
ของสมาชิกกิตติมศักดิ์ มาตรา 11(2)
1.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่สภาการพยาบาล
เห็นสมควรเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
2.จำนวนอายุ การเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย
ไม่ได้กำหนด
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสามัญ(มาตรา12)
การพ้นจากสภาพสมาชิกสามัญ(มาตรา13)
ดังนี้
1.ตาย
2.ลาออก
3.ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 11(1)
การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
1.สำเร็จในประเทศ คนสัญชาติไทย
และมิใช่สัญชาติไทย
-สำเร็จการศึกษาพยาบาลตามที่กำหนด
-สมัครเป็นสมาชิกสามัญ
-สอบขึ้นทะเบียน
2.สำเร็จในต่างประเทศ
คนสัญชาติไทย
คนสัญชาติไทย
-สำเร็จการศึกษาพยาบาลตาที่กำหนด
-ไม่ต้องสอบใบอนุญาตในประเทศที่ตนจบ
-สมัครเป็นสมาชิกสามัญ
-สอบขึ้นทะเบียน
คนมิใช่สัญชาติไทย
-สำเร็จการศึกษาพยาบาลตามที่กำหนด
-ต้องสอบใบอนุญาตในประเทศที่ตนจบ
-สมัครเป็นสมาชิกสามัญ
-สอบขึ้นทะเบียน
-มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศ 6 เดือน
นับถึงวันสอบสมัครสอบวันสุดท้าย
เกณฑ์สำหรับผู้ไม่ขึ้นทะเบียนทันที
ที่สำเร็จการศึกษา
1.สำเร็จก่อนและหลัง 6 กันยายน 2528
-กรณีปฏิบัติงานโรงพยาบาลขอรัฐ ครบ 2 ปี สมัครเป็นสมาชิกสามัญและขอขึ้นทะเบียนทันทีไม่ต้องขอสอบ
-ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลเอกชน ต้องผ่านการฝึกอบรมทางวิชาการตามที่สภาฯกำหนด
2.หลัง 24 ธันวาคม 2540 (สมัครเป็นสมาชิกสามัญ
และขอสอบขึ้นทะเบียน)
ประเภทของใบอนุญาต มี3ประเภท
1.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล ชั้น 1 และ 2
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้น 1 และ 2
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1 และ 2
การพ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพฯ
เงื่อนไข
1.พ้นจากการเป็นสมาชิกสามัญ
2.ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
3.ใบอนุญาตหมดอายุ
คณะกรรมการสภาการพยาบาล
ประเภทของคณะกรรมการ
สภาการพยาบาล
1.กรรมการสภาฯ จากการเลือกตั้ง จำนวน 16 คน
กรรมการสภาฯ จากการแต่งตั้ง จำนวน 16 คน
3.กรรมการที่ปรึกษา จำนวนไม่เกิน 1 ใน 4 ของกรรมการ
บางครั้งคระกรรมการจะมีจำนวน 33 คน หากนายกสภาการพยาบาลเลือกเลขาฯที่มาจากสมาชิกสามัญไม่ได้เลือกจากกรรมการสภาการพยาบาล และเลขาธิการสภาที่มาจากสมาชิกสามัญจะเป็นกรรมการสภาโดยตำแหน่ง
กรรมการพ้นจาก
ตำแหน่งก่อนวาระได้
ดังนี้
1.ขาดคุณสมบัติตามมาตรา13 ได้แก่ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 11(1)
2.ขาดคุณสมบัติตามาตรา 18
3.ลาออก
คุณสมบัติของกรรมการ
สภาพยาบาล(มาตรา18)
1.เป็นผู้ประกอบวิชาชีพฯ
2.ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
3.ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย
ความแตกต่างระหว่างคุณสมบัติ
ของกรรมการสภาและสมาชิกสามัญ
1.การไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย
2.ไม่เคยถูกพักใช้ เพิกถอน
กรรมการจะดำรงตำแหน่งมากกว่า 2 วาระ
ติดต่อกันไม่ได้
การเลือกตั้งกรรมการแทน
ตำแหน่งที่ว่างลง
-กรรมการว่างลง=หนึ่งในสองหรือน้อยกว่าของกรรมการจากการเลือกตั้ง (16) มากกว่าหรือเท่ากับ 8 เลือกสมาชิกสามัญขึ้นแทน
-กรรมการว่างลง มากกว่าหนึ่งในสอง (16) คือ มากกว่า 8 คน ต้องจัดให้สมาชิกสามัญเลือกตั้งกรรมการขึ้นแทนภายใน 90 วัน
-ถ้าอายุกรรมการเหลือต่ำกว่า 90 วัน ให้รอเลือกตั้งใหญ่พร้อมกัน
หน้าที่กรรมการบริหารสภาการพยาบาล
นายกสภาการพยาบาล
1.ดำเนินกิจการของสภาการพยาบาล
2.เป็นผู้แทนสภาในกิจการต่างๆ
3.เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ
เลขาธิการสภา
เลขาธิการสภา
1.ควบคุมรับผิดชอบงานธุรการทั่วไป
2.ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่สภาฯ
3.รับผิดชอบในการดูแลทะเบียนต่างๆ
4.ควบคุมทรัพย์สินของสภาฯ
5.เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
สภานายกพิเศษ
1.รักษาการตามพระราชบัญญัติ(มาตรา 5)
2.แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
3.ออกกฎกระทรวงและกำหนดค่าธรรมเนียมต่างๆ(มาตรา 5)
4.ให้ความเห็นชอบมติของ
คณะกรรมการในเรื่อง
1.การออกข้อบังคับสภาฯ
2.การกำหนดงบประมาณของสภาฯ
3.การให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพ
4.การวินิจฉัยชี้ขาด ขั้นลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพ ขั้นพักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตฯ
การดำเนินกิจการของคณะกรรม
การสภาการพยาบาล
1.การประชุมของคณะกรรม
การสภาการพยาบาล
จำนวนองค์ประชุม
1.1เรื่องทั่วไป กรรมการอย่างน้อย=16คน (หนึ่งในสอง)
1.2เรื่องสำคัญ ที่ใช้
กรรมการเต็มคณะมี 2 กรณี
ก.การให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพ เพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา11(1) ข้อ ค ง จ ได้แก่ เป็นผู้ประพฤติเสียหาย การต้องโทษจำคุก และการเป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือน เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
ข.การพิจารณาทบทวนการลงมติ ในเรื่องที่สภานายกพิเศษยับยั้งมติของสภาการพยาบาล (จะต้องมีคำสั่งไม่เห็นชอบภายใน15วันนับแต่ได้รับทราบมติของสภาฯไม่อย่างนั้นมตินั้นจะมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติ)เมื่อมติสภาฯถูกยับยั้ง
คณะกรรมการสภาฯต้องเรียกประชุมคณะกรรมการเต็มคณะภายใน 30วัน
2.การลงมติ กรรมการ 1 คน
มี 1 เสียง
2.1เรื่องทั่วไป ถือเสียงข้างมาก ถ้าเสียงเท่ากันให้ประธานชี้ขาด
2.2เรื่องสำคัญ คะแนนเห็นชอบ จะต้องมี 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ คือ ไม่ต่ำกว่า 22 เสียง
การประชุมของกรรมการสภาฯ ต้องเป็นการประชุมลับ บุคคลภายนอกจะเข้าได้ต้องมีหนังสือเชิญจากสภาหรือประธานในที่ประชุมอนุญาต
3.การขอความเห็นชอบ
จากสภานายกพิเศษ
3.1สภานายกพิเศษ เห็นด้วย
-อาจมีคำสั่ง เห็นชอบ หรือไม่แทงคำสั่งใดๆ
ใน15วัน ถือว่าเห็นชอบ
3.2สภานายกพิเศษ
ไม่เห็นชอบ
-แทนคำสั่งไม่เห็นชอบ ต้องภายใน15วัน
3.3การลงมติแย้งสภานายกพิเศษต้องทำภายใน 30 วัน ใช้กรรมการสภาเต็มคณะลงมติด้วยเสียง 2/3
4.การพ้นจากตำแหน่ง
ของกรรมการที่ปรึกษา
-กรรมการที่ปรึกษาจากกรรมการชุดใด
พ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการชุดนั้น
5.การเข้าแทนตำแหน่งของกรรมการ
สภาที่ว่างลงก่อนครบวาระ
คณะกรรมการสภาการพยาบาล
1.นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย
เป็นกรรมการสภาโดยตำแหน่ง
2.ตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขมีสัดส่วนมากที่สุด กรรมการสภาที่มาจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ไม่ต้องประกอบวิชาชีพพยาบาล
3.ถ้านายกสภาฯเลือกเลขาธิการสภาจาก
สมาชิกสามัญ กรรมการ จะมีจำนวน 33 คน
4.การเลือกตั้งนายกสภาฯ เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม
5.กรรมการสภาฯ เลือกคณะผู้บริหารฯ ได้แก่
นายกสภา อุปนายกสภา คนที่1 และ คนที่ 2
6.นายกสภา เลือก เลขาธิการสภา
รองเลขาธิการสภา ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก
7.วาระของกรรมการ 4 ปี ตามวาระที่มาของกรรมการว่าแต่งตั้ง หรือเลือกตั้งแต่เลขาธิการสภาฯ สิ้นสุดลงตามวาระของกรรมการเลือกตั้ง
8.นายกสภาฯถอดถอนเลขาธิการได้
น.ส.สุภิสรา จริงเจริญชัย รุ่น 36/2 เลขที่ 45 รหัส 612001126