Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
5.1 ความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด (ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์),…
5.1 ความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด (ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์)
ประเภทของความดันโลหิตสูง
1.Preeclampsia-eclampsia
ความดันโลหิตสูงก่อนตั้งครรภ์ หรือ GA< 20 สัปดาห์
พบโปรตีนในปัสสาวะร่วมด้วย
Preeclampsia ความดันโลหิตสูงร่วมกับมีโปรตีนในปัสสาวะ
eclampsia ความดันโลหิตสูงร่วมกับมีอาการชัก
Chronic hypertension
ความดันโลหิตสูงก่อนตั้งครรภ์ หรือGA< 20 สัปดาห์
Chronic hypertension with superimposed preeclampsia
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็น Chronic hypertension
4.Gestational hypertension
GA>20 สัปดาห์
ไม่พบโปรตีนในปัสสาวะ
ความดันจะกลับมาปกติ 12 สัปดาห์หลังคลอด
แนวทางการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงก่อนตั้งครรภ์ (Chronic Hypertension: CHT)
การพิจารณาเลือก Anti-hypertensive agents จะพิจารณาให้ในรายที่วัดความดันโลหิตที่ รพ.ได้ ≥ 140/90
เฝ้าระวังการเกิดภาวะ Superimposed preeclampsia และการเกิด Preeclampsia with severe feature โดยมีข้อแนะนำให้วัดความดันโลหิตที่บ้านทุกวัน
การฝากครรภ์ครั้งแรก แนะนำให้เจาะเลือดเพื่อประเมิน Baseline CBC with platelet, BUN, Cr, AST, ALT, uric acid และส่งตรวจปัสสาวะเพื่อประเมิน Baseline urine protein 24 hr
พิจารณาให้ Low dose aspirin คือ Aspirin(81) 1x1 oral pc ตั้งแต่ GA 12-36 wksในรายที่มีความเสี่ยงต่อ การเกิด Preeclampsia with severe feature
กรณี Chronic HT ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารกในครรภ์ ไม่แนะนำให้คลอดก่อนอายุครรภ์ 38 สัปดาห์
แนวทางการดูแลสตรีตั้งครรภ์ กรณีมีภาวะความดันโลหิตสูงก่อนตั้งครรภ์ ร่วมกับภาวะครรภ์เป็นพิษ และภาวะครรภ์ เป็นพิษ (Preeclampsia) และ มี severe features
การพิจารณาให้คลอดจำแนกตามอายุครรภ์
ให้ยาลดความดันโลหิต (Short-acting anti-hypertensive drugs) ในรายที่ความดันยังคงสูงกว่า 160/110 mmHg
เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (Admit)
ป้องกันชัก (Stabilization) ด้วย MgSo4 iv load 4 gm then iv drip 1-2 gm/hr
แนวทางการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่เป็น Preeclampsia without severe features หรือ mild gestational hypertension
กรณีอายุครรภ์ ≥37 สัปดาห์ พิจารณาให้คลอด
กรณีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ สามารถพิจารณา 'Expectant management'
ตรวจ CBC platelet และ Liver Function Test (LFT) สัปดาห์ละครั้ง
แนะนำให้มาตรวจหาภาวะ Proteinuria สัปดาห์ละครั้ง
ให้มาตรวจคลื่นความถี่สูงทุก 2-4 สัปดาห์
fetal growth restriction ควรประเมินสุขภาพทารกในครรภ์โดยใช้ umbilical artery Doppler velocimetry ร่วมด้วย
Strict bed rest พบว่าไม่มีประโยชน์
วัดความดันโลหิต 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หาก ≥ 140/90 mmHg ให้รีบมาตรวจก่อนนัด
การพยาบาลมารดาที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระยะหลังคลอด
นอนราบตะแคงหน้าส่วนในรายที่รู้สึกตัวให้นอนท่าFowler’s position
Observe Bleeding จากแผลผ่าตัดหรือจากช่องคลอด
บันทึกสัญญาณชีพ และบันทึก I / O
ให้ IV Fluid ที่ผสม Mg SO4 drip ด้วยเครื่อง Infusion pump
จัดอาหาร Low Salt และ High Protein ในรายที่สามารถรับประทานอาหารได้
การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในระยะคลอด
การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับยา Magnesium sulfate
ดูแลให้ได้รับยาป้องกันภาวะชักคือ Magnesium sulfate ใช้เครื่อง Infusion pump ในการให้ Continuous Intravenous Infusion
ดูแลความสุขสบายของผู้ป่วย เช่น เช็ดตัว ประคบด้วยผ้าเย็นหรือกระเป๋าน้ำแข็ง
ประเมินอาการ magnesium toxicity
Monitor intake and output โดยเฉพาะรายที่มี decreased renal function
เตรียม 10% Calcium gluconate กรณีฉุกเฉิน
Monitor magnesium level
เฝ้าติดตามอัตราการหายใจ และ urine output ทุก 1 ชั่วโมง ประเมิน deep tendon reflex ทุก 2- 4 ชั่วโมง
หากมีอาการแสดงของการเป็นพิษจาก Magnesium sulfate ให้พิจารณาหยุดยาแล้วให้ 10% Calcium gluconate ทันที หลังจากนั้นเจาะเลือดหาระดับ magnesium ในซีรั่ม
Maintain electronic fetal monitoring เพื่อประเมิน fetal status
การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะ Preeclampsia ในระยะคลอด
การพักผ่อน (bed rest) โดยนอนพักบนเตียงให้มากที่สุด
จัดสภาพแวดล้อมให้สงบ และลดการกระตุ้นผู้ป่วยทั้งจากแสง เสียง สัมผัส
วัดความดันโลหิต และ Deep tendon reflex ทุก 1-2 ชั่วโมงหรือตามความรุนแรงของอาการ
ประเมิน Headache, visual disturbance, epigastric pain
ตรวจ Urine protein เพื่อประเมินการทำงานของไต และเก็บ Urine Protein 24 ชั่วโมง
ดูแลให้ได้รับยาป้องกันภาวะชักคือ Magnesium sulfate ใช้เครื่อง Infusion pump ในการให้ Continuous Intravenous Infusion
ใส่สายสวนปัสสาวะคาไว้ กรณีให้ยาแมกนีเซียมซัลเฟตเพื่อประเมินการทำงานของไต
ติดตามระดับแมกนีเซียมในเลือด ให้อยู่ในระดับของการรักษา
เตรียมและให้ยาแคลเซียมกลูโคเนททางหลอดเลือดดำ
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ติดตามความก้าวหน้าของการคลอด
ประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิด
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะชัก
ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
จัดท่านอนตะแคง และตะแคงหน้า เพื่อป้องกัน aspiration ให้ออกซิเจนทาง face mask 10 ลิตรต่อนาท
ควบคุมอาการชักโดยการให้ยา Magnesium sulfate
วัดความดันโลหิตทุก 15 นาที เพื่อติดตามและประเมินความรุนแรงของโรค
เจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยและประเมินความรุนแรงของโรค
ติดตามระดับแมกนีเซียมในเลือด ให้อยู่ในระดับของการรักษา
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก และความก้าวหน้าของการคลอด
ให้ยา Magnesium sulfate เข้าทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องจนครบ 24 ชั่วโมงหลังคลอด
นางสาวจิราพร ผันสืบ รหัสนักศึกษา602701009 นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่3 รุ่นที่35