Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การส่งเสริมสัมพันธภาพมารดาและทารกหลังคลอด - Coggle Diagram
การส่งเสริมสัมพันธภาพมารดาและทารกหลังคลอด
การประเมินสัมพันธภาพระหว่างมารดากับทารก
ใช้การสังเกต สอบถาม
ความสนใจในการดูแลตนเองของตนเองและทารก
พฤติกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก
ความสามารถในการปฏิบัติบทบาทการเปนมารดา
ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของทารก
พฤติกรรมของมารดาและทารกทีแสดงถึงการขาดสัมพันธภาพ (Lack of attachment)
ไม่สนใจมองบุตร สีหน้าเมินเฉยหรือหันหน้าหนี
ไม่ตอบสนองต่อบุตร เช่น ไม่สัมผัส ไม่ยิม ไม่อุ้มกอดทารก เป็นต้น
พูดถึงบุตรในทางลบ
แสดงท่าทางหรือคําพูดทีไม่พึงพอใจขณะดูแลบุตร
ขาดความสนใจในการซักถามเกียวกับพฤติกรรมของบุตรและการเลียงดูบุตร
พฤติกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก ในระยะแรกเกิด
1.การสัมผัส (Touch, Tactile sense) พฤติกรรมสําคัญทีจะผูกพันมารดาและบุตร คือ ความสนใจของมารดาในการสัมผัสบุตร โดยจะเริมสัมผัสบุตรด้วยการใช้นิ้วสัมผัสแขน ขา จากนันจะบีบนวดสัมผัสตามลําตัว ทารกจะมีการจับมือและดึงผมมารดาเป็นการ ตอบสนอง
จังหวะชีวภาพ (Biorhythmcity) หลังคลอดทารกจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ภายนอกทีแตกต่างจากในครรภ์ของมารดา มารดาจะช่วยทารกให้สร้างจังหวะชีวภาพได้ โดยขณะทีทารกร้องไห้ มารดาอุ้มทารกไว้แนบอก ทารกจะรับรู้เสียงการเต้นของหัวใจ มารดา ซึงทารกจะคุ้นเคยตั้งแต่ในครรภ์ ทําให้ทารกมีความรู้สึกมันคงยิ่งขึ้น
การรับกลิ่น (Odor) มารดาจํากลิ่นกายของทารกได้ตังแต่แรกคลอด และแยกกลิน ทารกออกจากทารกอื่นได้ภายใน 3-4 วันหลังคลอด ส่วนทารกสามารถแยกกลินมารดา และหันเข้าหากลิ่นนานมมารดาได้ภายในเวลา 6- 10 วันหลังคลอด
การเคลือนไหวเปนจังหวะตามเสียงพูด (Entrainment) ทารกจะเคลือนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นจังหวะสัมพันธ์กับเสียงพูดสูงตาของมารดา เช่น ขยับแขน ขา ยิม หัวเราะ เป็นต้น
การใช้เสียง (Voice) การตอบสนองเริมทันทีทีทารกเกิด มารดาจะรอฟังเสียงทารกร้อง ครั้งแรก เพือยืนยันภาวะสุขภาพของทารก และทารกแรกเกิดจะตอบสนองต่อระดับเสียง สูง (High pitch voice) ได้ดีกว่าเสียงตา (Deep loud voice)
2.การประสานสายตา (Eye to eye contact) เป็นสือทีสําคัญต่อการเริมต้นพัฒนาการด้าน ความเชือมัน ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์กับบุคคลอืนมารดาจะรู้สึกผูกพันใกล้ชิด มากขึนเมือทารกลืมตาและสบตาตนเอง มารดาส่วนใหญ่จึงพยายามมองอย่างเผชิญหน้า (Face to face position)
การให้ความอบอุ่น (Body warmth หรือ Heat) มีการศึกษาพบว่า หลังทารก คลอดทันที ได้รับการ เช็ดตัวให้แห้ง ห่อตัวทารกและนําทารกให้มารดาโอบกอด ทันที ทารกจะไม่เกิดการสูญเสียความร้อน และทารกจะเกิดความผ่อนคลายเมือ ได้รับความอบอุ่นจากมารดา
การให้ภูมิคุ้มกันทางนานม (T and B lymphocyte) ทารกจะได้รับภูมิคุ้มกันใน นมแม่ ได้แก่ T lymphocyte, B lymphocyte และ Immunoglobulin A ช่วย ป้องกันและทําลายเชือโรคในระบบทางเดินอาหาร
การให้ภูมิคุ้มกันทางเดินหายใจ (Bacteria nasal flora) ขณะทีมารดาอุ้ม โอบ กอดทารก จะมีการถ่ายทอดเชือโรคในระบบทางเดินหายใจ (normal flora) ของ มารดาสู่ทารก เกิดภูมิคุ้มกันช่วยปองกันทารกติดเชือจากสิงแวดล้อมภายนอก
กระบวนการพัฒนาสัมพันธภาพระหว่างมารดากับทารก
มีพัฒนาการตามลําดับ 9 ขั้นตอน
ระยะก่อนการตังครรภ์
ขั้นที 1 การวางแผนการตังครรภ์
ระยะตั้งครรภ์
ขั้นที่ 2 การยืนยันการตั้งครรภ์
ขั้นที่ 3 การยอมรับการตั้งครรภ์
ขั้นที่ 4 การรับรู้การเคลือนไหวของทารกในครรภ์
ขั้นที่ 5 การยอมรับว่าทารกในครรภ์เป็นบุคคลคนหนึ่ง
ระยะคลอดและระยะหลังคลอด
ขั้นที่ 6 การสนใจดูแลสุขภาพตนเองและทารกในครรภ์และการแสวงหาการคลอดทีปลอดภัย
ขั้นที่ 7 การมองดูทารก
ขั้นที่ 8 การสัมผัสทารก
ขั้นที่ 9 การดูแลทารกและให้ทารกดูดนม
พฤติกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก ในระยะแรกเกิด
การสัมผัส (touch, tactile sense)
การประสานสายตา (eye-to-eye contact)
การใช้เสียง (voice)
การเคลือนไหวเปนจังหวะตามเสียงพูด (entrainment) จังหวะชีวภาพ (biorhythmcity) การรับกลิน (odor) การให้ความอบอุ่น (body warmth หรือ heat)
การให้ภูมิคุ้มกันทางนานม (I and B lymphocyte)
การให้ภูมิคุ้มกันทางเดินหายใจ (bacteria nasal flora)
การพัฒนาสัมพันธภาพในระยะหลังคลอด
ระยะแรกหลังคลอดทันที มารดาจะแสดงความรักความผูกพันกับลูก ตังแต่นาทีแรกหลังคลอดจนกระทังถึง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นช่วงเวลาทีมารดามี ความรู้สึกไวทีสุด (Sensitive period) และทารกมีความตืนตัว จึงเป็นช่วงเวลาสําคัญ ทีก่อให้เกิดความรักใคร่ผูกพันระหว่างมารดาทารก
บทบาทของพยาบาลผดุงครรภ์ในการส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดากับทารก
กระทําต่อเนืองตังแต่ระยะตังครรภ์ ระยะคลอดและต่อเนืองไปจนถึงระยะหลังคลอด
ระยะตังครรภ์
ระยะคลอด
ระยะหลังคลอด
Bonding (ความผูกพัน)
หมายถึง กระบวนการผูกพันทางอารมณ์ทีพ่อแม่หรือผู้เลียงดู มีต่อทารกฝ่ายเดียว เกิดขึ้นตั้งแต่วางแผนตั้งครรภ์ ทราบว่าตั้งครรภ์ หรือเกิดขึ้นชัดเจน เมื่อรับรู้ว่าลูกดิ้นและเพิ่มสูงสุดเมื่อทารกคลอดออกมา Attachment (สัมพันธภาพ) หมายถึง ความรู้สึกรักใคร่ผูกพันระหว่างทารกกับพ่อแม่ หรือผู้เลียงดู เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นพิเศษและคงอยู่ถาวร จะเกิดขึ้น ทีละเล็กละน้อยจากความใกล้ชิด ห่วงใย อาทร เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความผูกพันทางใจ จะใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
Attachment (สัมพันธภาพ)
หมายถึง ความรู้สึกรักใคร่ผูกพันระหว่างทารกกับพ่อแม่ หรือผู้เลียงดู เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นพิเศษและคงอยู่ถาวร จะเกิดขึ้น ทีละเล็กละน้อยจากความใกล้ชิด ห่วงใย อาทร เพิมขึนจนกลายเป็นความผูกพันทางใจ จะใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนืองยาวนาน