Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ - Coggle Diagram
ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ
การเปลี่ยนแปลงระบบทางเดินปัสสาวะ
• การเปลี่ยนแปลงขนาดของไตที่มีการขยายใหญ่ขึ้น Glomerular filtration rate (GFR)
• Renal plasma flow เพิ่มขึ้น
• Aminoaciduria เพิ่มขึ้น
• เกิดการคั่งของโซเดียมมากขึ้น
• Renal glycosuria พบบ่อยขึ้น
สาเหตุ
• การเปลยี่นแปลงในขณะตั้งครรภ์ ทำให้ปัสสาวะคั่งค้างในทางเดนิปัสสาวะ
• เชื้อที่พบบ่อย คือ E.coli (ร้อยละ 75 – 90)
• ระยะหลังคลอด
การรับรู้ความรู้สึกของกระเพาะปัสสาวะ ลดลงจากการกระทบกระเทือนขณะคลอดการทำ epidural anesthesia การเย็บแผลฝี เย็บการฉีกขาดบริเวณรอบรูเปิดท่อปัสสาวะส่วนล่าง ก้อนเลือดคั่งในผนังช่องคลอด การหยุดให้ Oxytocin ทำให้กระเพาะปัสสาวะยืดตัวมากมีปัสสาวะคั่งค้าง
ปัจจัยเสี่ยง
• โรคเบาหวาน sickle cell anemia ตรวจพบไข่ขาวในปัสสาวะ
โรคติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะที่ไม่แสดงอาการ (Asymptomatic bacteriuria :ABU)
หมายถึง การมีเชื้อแบคทีเรียภายในทางเดินปัสสาวะโดยไม่มีอาการของการติดเชื้อ
การวินิจฉัย
เพาะเชื้อได้แบคทีเรียมากกว่า 100,000 โคโลนี ต่อปัสสาวะ 1 มล.
มีเชื้อแบคทีเรียกรัมลบอย่างเดียวมากกว่า 1,000 โคโลนี ต่อปัสสาวะ 1 มล.
แบคทีเรียกรัมลบมากกว่า10,000 โคโลนี ขึ้นไปร่วมกับเชื้ออื่นด้วย ต่อปัสสาวะ 1 มล.
ปัจจัยเสี่ยง
• มีประวัติติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
• Renal anormalies
• มีประวัติได้รับการสวนปัสสาวะ
• เบาหวาน
• โลหิตจาง
ผลต่อการตั้งครรภ์
• ทารกโตช้าในครรภ์
• การคลอดก่อนกำหนด
• โลหิตจาง
• ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
การรักาษา
• ampicillin 500 mg ทุก 6 – 8 hr หรือ cephalosporin 250mg ทุก 6 hr เป็นเวลา3วัน
• amoxicillin 3 gm หรือ amoxicillin 2 gmรับประทานครั้งเดียว
• nitrofurantoin 100 mg รับประทาน ทุก 6 hrs 10 วัน
• ควรเพาะเชื้อซ้ำหลังให้การรักษาครบ
• รายที่เป็นซ้ำบ่อยๆ ควรให้ nitrofurantoin100mgs ก่อนนอน ตลอดการตัง้ ครรภ์ที่เหลืออยู่
กระเพาะปัสสาวะอกัเสบเฉียบพลัน (Acute cystitis)
อาการและอาการแสดง
• มีอาการปัสสาวะแสบขัดโดยเฉพาะเวลาปัสสาวะสุด ปัสสาวะบ่อย และปัสสาวะจะขุ่นหรือมีเลือดปน ปวดหลัง มีไข้ต่ำๆ
การวินิจฉัย
• การตรวจปัสสาวะด้วยกล้องจุลทรรศน์ อาจพบเม็ดเลือด ขาวมากพบแบคทีเรียและมีเม็ดเลือดแดง
การรักษา
• ให้ยาปฏชีวนะตามผลการเพาะเชื้อที่นิยมใช้ ได้แก่ amoxicillinหรือampicillinหรือ cephalosporin อย่างน้อย 10 วัน
กรวยไตอกัเสบเฉียบพลัน (Acute pyelonephritis)
ปัจจัยเสี่ยง
• ท่อไตถูกกดทับ
• การบีบตัวเคลื่อนไหวของท่อไตลดลง
• กระเพาะปัสสาวะมีความตึงตัวลดลง ความจุของกระเพาะ ปัสสาวะเพิ่มขึ้น
• น้ำตาลในปัสสาวะของหญิงต้งัครรภ์
• ภาวะขาดน้ำ
• มีประวัติการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะก่อนการต้ังครรภ์
• สุขนิสัยไม่เหมาะสม ชอบกลั้นปัสสาวะ
การรักษา
• ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ Ampicillin, Amoxicillin, Cepha-losporins
เช่น Ampicillin 1 กรัม ทุก 4 - 6 hr จนกระทั่งไม่มีไข้ แล้วตามด้วย Ampicillin ชนิดรับประทาน 10-14 วัน
• ในกรณีที่ติดเชื้อรุนแรง อาจเพิมยาในกล่มุ Aminoglycoside เช่น Gentamycin 1.5 mg/kg V หรือ M ทุก 8 hr จะหายภายใน 2-3 วัน
• ออกจากโรงพยาบาลหลงัไม่มีไข้ 24hr
สาเหตุ
• มีสิ่งที่ขัดขวางหรือทำให้การไหลของปัสสาวะช้าลง ทำให้ปัสสาวะคั่งค้าง (stasis) ในท่อไตเป็นเวลานาน และมีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
• แพร่กระจายมาทางระบบขับถ่ายปัสสาวะส่วนล่างเข้าสู่ไต
• แพร่กระจายมาทางหลอดเลือดหลอดน้ำเหลืองหรือการสัมผัสโดยตรงแล้วแพร่กร ะจายเข้าสู่ไต
• ที่พบบ่อยคือแพร่กระจายมาทางกระเพาะปัสสาวะโดยร้อยละ90เกดิ จากเชื้อ E.coli
ผลของโรคต่อการตั้งครรภ์
หญิงตั้งครรภ์
• การควบคุมอณุหภูมิของร่างกายผิดปกติ
• การทาหน้าที่ของระบบเลือดผิดปกติ
• การทาหน้าท่ีของระบบการขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ
• การทาหน้าท่ีของระบบหายใจผิดปกติ
• ความเครียดความวติกังวลความกลัว
ทารก
• คลอดก่อนกําหนด
• ทารกน้ำหนักน้อย
• แท้ง
การวินิจฉัย
• ตรวจเลือด : WBC ~ 12,000 – 20,000 cell/m3 ระดับ Hct อาจลดลง และอาจพบเชื้อแบคทีเรียในกรณีที่มีภาวะการติดเชื้อในกระแสโลหิต
• ตรวจปัสสาวะ : Urine culture ถ้าพบเชื้อแบคทีเรีย > 105 cell/mlให้ถือว่ามีความสำคัญในการวินิจฉัยภาวะกรวยไตอักเสบ