Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท, นางสาว จิราพร ทองดอนพุ่ม เลขที่12…
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท
ความไม่รู้สึกตัว
สมองไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า แม้จะก่อให้เกิดความเจ้บ
ระดับของความรู้สึกตัว
สับสน (Confusion)
รับรู้ผิดปกติ (Disorientation)
ง่วงงุน (Lethargy/Drowsy)
ความรู้สึกStuporผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว หลับลึก
หมดสติ (Coma)
ท่าทาง (Posturing)
Decorticate posturing
พบในเด็กหมดสติที่มีการทำลายส่วน cerebral cortex
Decerebrate posturing
เด็กหมดสติที่ Midbrain ไม่สามารถทำงานได้ปกติ
Reflexes
Deep coma
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับการเคลื่อนไหวผิดปกติ
อาการ
ชักเกร็ง ซึม ไม่ดูดนม
3 กรณี
1.ไม่มีไข้
สมองได้รับบาดเจ็บ (Head Injury)
เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor)
โรคลมชัก (Epilepsy)
มีไข้
ติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง สมอง และไขสันหลัง
3.ไข้สูงเกิน38องศา อายุ6เดือน-5ปี
ไม่มีอาการทางระบประสาทนึกถึง Febrile convulsion
การตรวจกำลังกล้ามเนื้อ
ไม่มีการเคลื่อนไหว =0
กล้ามเนื้อหดตัวเล็กน้อย แขน ขา ขยับได้เล็กน้อย =1
กล้ามเนื้อหดตัวมากกว่าระดับ1 แต่ยกแขน ขาไม่ได้ =2
มีแรงยกแขนขาโดยไม่ตก =3
มีแรงแขนขา ต้านแรงผู้ตรวจได้บ้าง=4
กล้ามเนื้อมีแรงปกติเหมือนคนทั่วไป =5
ภาวะชักจากไข้สูง (Febrile convulsion)
ปัจจัยเสี่ยงชักซ้ำ
อายุ โดยเฉพาะชักครั้งแรกอายุก่อน1ปี
ผิดปกติทางระบบประสาท
ประวัติการชักในครอบครัว
ไข้เกิดร่วมกับติดเชื้อ
สาเหตุ
ติดเชื้อที่ไม่ใช่ทางระบบประสาท
อาการ
อุณหภูมิมากว่า39 องศา
เกิดภายใน24ชม.แรกที่มีไข้
ชนิด
1.Simple/primary febrile seizure
ไข้ร่วมกับชัก เด็กอายุ6เดือน-5ปี
ชักทั้งตัว
ชักไม่เกิน 15 นาที
ไม่ชักซ้ำในการเจ็บป่วยครั้งเดียวกัน
ก่อน-หลังชักไม่มีอาการทางประสาท
2.Complex febrile seizure
ชักเฉพาะที่หรือทั้งตัว
ชักมากกว่า15นาที
ชักซ้ำในการป่วยครั้งเดียวกัน
หลังชักมีความผิดปกติของระบบประสาท
โรคลมชัก (Epilepsy)
อุบัติการณ์
พบบ่อยในเด็กโรคระบบประสาท ร้อยละ4-10
อายุที่พบบ่อย2-5 อายุเพิ่มอุบัติการณ์จะลดลง
พบเพศชายมากกว่าหญิง
อาการ
Preictal period ระยะก่อนอาการชัก
อาการนำ (Seizure prodromes)
อาการเตือน (Aura)
Ictal event หรือ Peri-ictal period
ระยะการชักตั้งแต่วินาที จนถึงนาทีไม่เกินครึ่งชั่วโมง
Postical period
Postical paralysis หรือ Todd's paralysis กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉพาะที่
Automatism เคลื่อนไหวร่างกายขณะชัก
Interical period
หลังการชักหนึ่งสิ้นสุดจนถึงเริ่มเกิดชักใหม่
ชนิดของโรคลมชักและกลุ่มอาการชัก
1.ชักเฉพาะที่ (Partial/Focal seizure)
แบบมีสติ (simple partial/focal seizures)
ชักเฉพาะที่ตามด้วยชักทั้งตัว (Focal with secondarily generalized seizures)
2.ชักทั้งตัว (Generalized seizures)
อาการชักเหม่อ (Absence)
แบบขาดสติ (complex partial/focal seizures)
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)
สาเหตุ
Haemophilus influenzae
Neisseria meningitidis
Streptococcus peumoniae
อุบัติการณ์
พบในหน้าหนาว เพศชายมากกว่าเพศหญิง
เชื้อH. influenzae มักเกิดในเด็กอายุ2เดือน-7ปี
Neisseria meningococcus
ติดต่อทางเดินหายใจ น้ำมูก น้ำลาย
อาการและอาการแสดง
ไข้สูง หนาวสั่น
ปวดศรีษะรุนแรง
ปวดข้อ
ชักและซึมหมดสติ
คอแข็ง (Nuchal rigidity)
ตรวจพบ Kernig sign และ Brudzinski sign
การตรวจน้ำไขสันหลัง
ปกติไม่มีสี
ความดันระหว่าง 75-180 มม.น้ำ
ไม่มีเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว
โปรตีน 15-45/100 ml
กลูโคส 50-75 mg/100 ml
คลอไรด์ 700-750 mg/100ml
โรคไข้กาฬหลังแอ่น
(Meningococcal Meningitis)
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitides
แกรมลบ
การเก็บและส่งตัวอย่าง
ทางชีวเคมีและPCR
ตรวจหาค่า Minimum inhibition concentration
วิธี seminested-PCR
ระยะติดต่อ
พาหะ สามารถแพร่ได้จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อนน้ำมูก น้ำลาย จะหมดไปจากช่องโพรงจมูกทางด้สนหลัง ของผู้ป่วยภายใน24ชั่วโมง
วิธีการติดต่อ
คนสู่คน ทางละอองน้ำมูก น้ำลาย
ฟักตัว2-10วัน เฉลี่ย3-4วัน
อาการและอาการแสดง
meningococcuscemia
Acute meningococcuscemia
อาการนำ:ปวดศรีษะ ไอและเจ็บคอ
ไข้สูง หนาวสั่น ปวดข้อและกล้ามเนื้อ
Chronic meningococcuscemia
อาการ:ไข้ ผื่นตามผิวหนัง ปวดและเจ็บข้อเป็นเดือน เป็นๆหายๆ
Fulminant meningococcuscemia
ระบบไหลเวียนไม่ทำงาน ช็อคถึงเสียชีวิตได้
Meningitis
ไข้ ปวดศรีษะ คอแข็ง ซึม สับสน
การรักษา
Glucocorticoid therapy
ยาปฏิชีวนะ
PGS
Chloramphenicol
รักษาประคับประคอง
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับความดันในสมองสูง
อาการ
ศรีษะโตแต่กำเนิด
กระหม่อมหน้าโป่ง
ศรีษะโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับทรวงอก
ปวดศรีษะ ซึม ไม่ดูดนม อาเจียนพุ่ง
อาการทางคลินิก
1.Cranium enlargement หัวบาตร
2.เด็กหัวโตเมื่อเทียบกับGrowth curve ปกติ
3.รอยต่อกะโหลกศรีษะแยกออกจากกัน
(Suture separation)
4.รอยเปิดกะโหลกโป่งตึง (Fontanelle bulging)
5.หนังศรีษะบางและเห็นเส้นเลือดดำ
6.เสียงเคาะกะโหลกเหมือนหม้อแตก
7.อาการแสดงของความดันในกะโหลกศรีษะสูง
8.ตากลอกลงล่าง กลอกบนขึ้นไม่ได้
9.ตาเขเข้าในมิงไปด้านบนไม่ได้เนื่องจากCN 6TH Palsy
มองเห้นภาพซ้อน
10.รีเฟรกซ์ไวเกิน (Hyperactive reflex)
11.หายใจผิดปกติ (Irregular respiration)
12.พัฒนาการช้ากว่าปกติ (Poor development ,failure to achieve milestones)
13.ปัญญาอ่อน (Mental retardation)
14.เด็กเลี้ยงยากไม่รับประทานอาหาร (Failure to thrive)
การรักษา
1.ด้วยยาขับปัสสาวะ Acetazolamide
2.ผ่าตัด
ผ่าตัดใส่สายระบายนำในโพรงสมองออกนอกร่างกาย (EVD)
ผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในโพรงสมองสู่ช่องในร่างกาย
โพรงสมองลงช่องท้อง (Ventriculo-peritoneal shunt)
โพรงสมองลงช่องหัวใจ (Ventriculo-atrial shunt)
โพรงสมองลงช่องปอด (Ventriculo-pleural shunt)
โพรงสมองลงใต้เยื่อหุ้มสมอง (Ventriculo-cistern magna shunt,Torkidsen shunt)
โพรงสมองทารกในครรภ์ลงถุงน้ำคร่ำ (Transabdominal percutaneous Ventriculio-amniotic shunt)
สายระบายน้ำในโพรงสมอง (CSF Shunt)
สายระบายจากโพรงสมอง (Ventricular shunt)
วาล์ว และส่วนที่เก็บน้ำหล่อสมอง
สายระบายลงช่องท้อง (Peritoneal shunt)
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการ
ก้อนที่หลัง หน้าผาก ขาอ่อนแรง2ข้างปัสสาวะ อุจจาระ ตลอดเวลา
Congenital Spina bifida occulta
Meningcele
Meningomyelocele
ไข้ร่มกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง ประวัติไม่ได้รับวัคซีน,การคลอดในรพ.,เป็นชาวต่างด้าว
Poliomyelitis
Spina Bifida เป็นความบกพร่องของกระดูกสันหลัง มีถุงยื่นผ่านจากกระดูกไขสันหลังออกมาตามตำแหน่งที่บกพร่อง
1.Spina bifida occulta
ผิดปกติกระดูกสันหลังส่วน Vetebarl arches ไม่รวมตัวกัน
2.Spina bifida cystica
ผิดปกติของส่วนโค้งกระดูกสันหลัง ทำให้มีการยื่นของไขสันหลัง หรือเยื่อหุ้มสมองผ่อนกระดูกออกมาเป็นถุงหรือก้อน
1.Meningococele
2.Myelomeningocele หรือ Meningomylocele
การป้องกัน
ให้กรดโฟลิคแก่หญิงตั้งครรภ์จะช่วยลดการเกิดโรคได้
การรักษา
Spida bifida occulta ไม่จำเป็นต้องรักษาแต่ชนิด Cystica ต้องผ่าตัดภายใน 24-48ชม.หลังเกิด เพื่อลดการติดเชื้อ
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับสติปัญญาบกพร่อง
อาการ
ไม่รู้สึกตัว เกร็งเมื่อกระตุก
หายใจไม่มีประสิทธิภาพ
การดูดกลืนบกพร่อง
เลี้ยงไม่โต พัฒนาการล่าช้า
ข้อติดแข็ง
ชนิดของสมองพิการ
1.กล้ามเนื้อหดเกร็ง(Splastic)
1.1 Splastic quadriplegia ความผิดปกติกล้ามเนื้อแขนขาทั้ง2ข้าง คอและลำตัวอ่อนผิดปกติ ศรีษะเล็ก น้ำลายไหล
1.2 Splastic diplgia ความผิดปกติกล้ามเนื้อแขนขาทั้ง2ข้าง ขาเป็นมากกว่าแขน
1.3 Splastic hemiplagia ผิดปกติแขนขาซีกใดซีกหนึ่ง
2.Extrapyramidol cerebral palsy (athetoidsis) การเคลื่อนไหวผิดปกติตลอดวลาขณะตื่น บังคับทิศทางของร่างกายไม่ได้ กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก
3.Ataxia cerebral palsy เดินเซ ล้มง่าย กล้ามเนื้อตึงตัวน้อย ทรงตัวไม่ดี สติปัญญาปกติ
4.Mixed type หลายอย่างรวมกัน
นางสาว จิราพร ทองดอนพุ่ม เลขที่12 ห้องB