Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ปัญหาระบบประสาท กระดูกและกล้ามเนื้อ - Coggle Diagram
ปัญหาระบบประสาท กระดูกและกล้ามเนื้อ
การพยาบาลเด้กที่มีปัญหาระบบประสาท
ความไม่รู้สึกตัว
เป็นภาวะการทำงานของสมองที่ไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าแม้ว่าสิ่งเร้านั้นจะรุนแรงหรือก่อให้เกิดความเจ็บปวดก็ตาม
ระดับความรู้สึกตัว
ระดับความรู้สึกตัวดี (full consciousness)
ผู้ป่วยจะตื่นและรู้สึกตัวดีการรับรู้ต่อเวลาบุคคลและสถานที่เป็นปกติพฤติกรรมที่แสดงออกเหมาะสมกับวัยของเด็ก
ความรู้สึกสับสน (confusion)
ผู้ป่วยจะรู้สึก สับสนและมีความผิดปกติเกี่ยวกับการตัดสินใจ
การรับรู้ผิดปกติ (disorientation)
ผู้ป่วยไม่รับรู้ต่อเวลา บุคคล และสถานที่ ระดับความ รู้สึกตัวเริ่มลดลง
ระดับความรู้สึกง่วงงุน (lethargy / drowsy)
ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้เล็กน้อย มีอาการง่วงงุน พูดช้าและสับสน เมื่อกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าหรือปลุกผู้ป่วยจะสามารถโต้ตอบได้ตามปกติ แต่ถ้ากระตุ้นด้วยสิ่งเร้าแล้วผู้ป่วยไม่สามารถโต้ตอบได้ เรียกว่า obtundation
ระดับความรู้สึก stupor
ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว หลับลึก แต่ยังสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่รุนแรงและกระตุ้นซ้ าๆ กันหลายครั้ง
ระดับหมดสติ (coma)
ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่ สามารถตอบสนองทั้งด้านการเคลื่อนไหวหรือทางวาจา ต่อสิ่งกระตุ้น ต่างๆ
ท่าทาง posturing ของเด็กในภาวะไม่รู้ตัว
Decorticate posturing
พบในเด็กหมดสติที่มีการทำลายของเนื้อสมองส่วน cerebral cortex อย่างรุนแรง
Decerebrate posturing
พบในเด็กหมดสติที่สมองส่วน Midbrain ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
disease
ภาวะไม่รู้สึกตัวและการเคลื่อนไหวผิดปกติ
อาการสำคัญ
ชักเกร็ง ซึม ไม่ดูดนม
กรณีที่ 1
ไม่มีไข้ นึกถึง ความผิดปกติของสมองที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บ (Head Injury) เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) โรคลมชัก (Epilepsy)
กรณีที่ 2
นึกถึง ความผิดปกติที่สมองทีเกิดจากการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง สมองและไขสันหลัง (Meningitis ;Encephalitis;Tetanus)
กรณีที่ 3
มีไข้สูง เกิน 38 °c อายุ ประมาณ 6 เดือน – 5 ปี ไม่มีการติดเชื้อของระบบประสาทนึกถึง Febrile convulsion
การตรวจกำลังกล้ามเนื้อ
Febrile Convulsion
อาการชักที่สัมพันธ์กับการมีไข้ โดยไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อของระบบประสาทหรือความไม่สมดุลย์ของเกลือแร่
ปัจจัยเสี่ยงของการชักซ้ำ
อายุ โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการชักครั งแรกในช่วงอายุก่อน 1 ปี
มีความผิดปกติของระบบประสาทก่อนมีอาการชัก
ประวัติการชักของสมาชิกในครอบครัว
ไข้ที่เกิดร่วมกับการติดเชื้อ
สาเหตุ
การติดเชื้อในระบบต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ระบบประสาท
อาการ
เด็กจะมีอาการชักเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส อาการชัก
เกิดขึ้นภายใน 24 ชม.แรกที่เริ่มมีไข้ มักเกิดในเด็กอายุ 3 เดือน ถึง 5 ปี
พบมากช่วงอายุ17 – 24 เดือน
มี 2 ชนิด
Simple febrile seizure (primary febrile seizure)
Complex febrile seizure
การประเมินสภาพ
การซักประวัติ
ประเมินสภาพร่างกาย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจพิเศษอื่น ๆ
Epilebsy
ภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการชักซ้ำๆ อย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป และอาการชักครั้งที่ 2 ต้องห่างกันมากกว่า 24 ชั่วโมง โดยไม่ได้เกิดจากสาเหตุมีปัจจัยกระตุ้น
สาเหตุ
ทราบสาเหตุ
ติดเชื้อระบบประสาทส่วนกลาง,ภยันตรายระหว่างการคลอดหรือหลังคลอด
ไม่ทราบสาเหตุ
จากความผิดปกติของ Neurotransmission
ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน
กลุ่มที่หาสาเหตุไม่ได้
มีพยาธิสภาพภายในสมอง จัดอยู่ใน
กลุ่ม Symtomatic epilepsy
อาการและอาการแสดง
Preictal period คือ ระยะก่อนอาการชัก
อาการนำ (Seizure prodromes) อาการบางอย่างที่นำมาก่อน มีอาการชัก อาจเกินนานหลายนาที ชั่วโมงก่อนชัก ไม่มีอาการจำเพาะระหว่างการเกิดจะไม่มีอาการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าสมอง
อาการเตือน (Aura) ลักษณะอาการเตือนแตกต่างกันตามตำแหน่งของสมอง เช่น มีอาการปวด ชา เห็นภาพหลอน เป็นต้น
Ictal event หรือ Peri-ictal period
ระยะที่เกิดอาการชัก
มีระยะเวลาตั้งแต่วินาที จนถึงนาที มักจะไม่นานเกินครึ่งชั่วโมง
เกิดขึ้นทันทีทันใด
เกิดในระยะเวลาสั น ๆ ไม่เกิน 5 นาทีและหยุดเอง มีส่วน
น้อยที่ชักและด าเนินต่อเนื่องเป็น Status epilepticus
เกิดขึ นเองแต่บางครั งมีปัจจัยกระตุ้น
Postictal peroid คือ ระยะเวลาเมื่อการชักสิ้นสุดลง
Postical paralysis หรือ Todd’s paralysis กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉพาะที่
Automatism การเคลื่อนไหวร่างกายไปโดยอัตโนมัติขณะชัก
Interictal peroid คือ ช่วงเวลาระหว่างการชัก เริ่มตั้งแต่ระยะเวลา
หลังการชักหนึ่งสิ นสุดลงไปจนถึงเริ่มเกิดชักครั้งใหม่
ชนิดและกลุ่มอาการ
จำแนกตามลักษณะ
อาการชักเฉพาะที่ (Partial / Focal seizure)
ชักเฉพาะที่แบบมีสติ
อาการชักเฉพาะที่แบบขาดสติ
อาการชักเฉพาะที่ตามด้วยอาการชักทั้งตัว
อาการชักทั้งตัว (Generalized seizures)
อาการชักเหม่อ (Absence)
กลุ่มอาการชักเหม่อแบบตรง (Typical absence seizures) ชักลักษณะเหม่อลอยไม่รู้สึกตัว ระยะเวลาที่เกิดอาการประมาณ 5 – 10 วินาที อาการเกิดขึ นทันทีและหายทันที
อาการเกร็งกระตุก (Tonic clonic seizures) ชักเกร็งกระตุก
ทั งตัว ผู้ป่วยจะหมดสติ ร่วมกับมีอาการเกร็งกล้ามเนืhอทัhงตัว
อาการชักกระตุก (Clonic seizures) เป็นการชักมีลักษณะกระตุก
เป็นจังหวะของอาการชัก
อาการชักเกร็ง (Tonic seizures) เป็นการชักมีลักษณะเกร็งแข็ง
จากกล้ามเนื้อมีความตึงตัวมากขึ้น
อาการชักตัวอ่อน (Atonic seizures) เป็นอาการชักที่มีการ
เสียความตึงตัวของกล้ามเนื ออย่างทันที
อาการชักสะดุ้ง (Myoclonic seizures) การชักที่มีลักษณะ
สะดุ้ง มีการหดตัวของกล้ามเนื ออย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก
Meningitis
เป็นการอักเสบเฉียบพลันของเยื่อหุ้มสมองชั้นในสุดและอแรคนอยด์ที่อยู่รอบๆสมองและไขสันหลังและเยื่อหุ้มสมองถูกทำลาย
อาการและอาการแสดง
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
ชักและซึมลงจนหมดสติ มีอาการคอแข็ง (Nuchal rigidity คือ มีแรงต้านเมื่อก้มคอผู้ป่วย)
มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดข้อ
ตรวจพบ Kernig sign และBrudzinski sign ให้ผลบวก
รีเฟล็กซ์ลึกไวเกิน
มีอาการที่แสดงว่าเส้นประสาทสมองถูกรบกวนหรือทำลาย (คู่ที่ 3, 4, 5, 6, 7, 8)
ตรวจ Babinski ได้ผลบวก
การประเมินสภาพ
Meningeal Irritation
การตรวจน้ำไขสันหลัง
ค่าปกติของน้้ำไขสันหลัง ปกติจะไม่มีสี
ความดันระหว่าง 75 – 180 มม.น้ำ(5 – 15 มม.ปรอท)
ไม่มีเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว
โปรตีน 15 – 45 mg / 100 ml (1% ของ serum
protein)
กลูโคส 50 – 75 mg / 100 ml
คลอไรด์ 700 – 750 mg / 100 ml
Culture & Latex agglutination
ชนิดของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
เฉียบพลันจากแบคทีเรีย
เฉียบพลันจากไวรัส
วัณโรค
Meningococcal Meningitis
เชื้้อสาเหตุ
เชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitides
ระยะติดต่อ
ผู้ที่ไม่มีอาการ(พาหะ)และผู้ป่วยสามารถแพร่โรคได้
จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อในน้ำมูก น้ำลายแล้วปกติเชื้อจะหมดไปจากช่องโพรงจมูกทางด้านหลัง ( nasopharynx ) ของผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมง หลังรับยาต้านจุลชีพ
วิธีการติดต่อ
ติดต่อจากคนไปสู่คนโดยเชื้อจะออกมาทางละอองน้ำมูก น้ำลาย(droplet) จากปากหรือจมูกของผู้ที่เป็นพาหะ (ผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ) หรือผู้ป่วย โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 2-10 วัน (เฉลี่ย 3-4 วัน)
เกิดโรคได้ 3 แบบ
แบบไม่มีอาการหรืออาการน้อย เชื้อเจริญในเนโซฟาริ้งซ์
แบบเชื้อแพร่เข้ากระแสเลือดหรือเลือดเป็นพิษ
แบบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitidis)
อาการและอาการแสดง
ไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจมีผื่นแดง จ้ำเลือด (pink macules) ขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิดภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่มาด้วยอาการสำคัญ 2 อย่าง คือ Meningococcemia Meningitis
การรักษา
Glucocorticoid therapy
ยาปฏิชีวนะ เช่น Ceftriaxone /PGS/Chloramphenicol
การรักษาแบบประคับประคองและตามอาการ
Hydrocephalus
อาการและอาการแสดงทางคลินิก
ศีรษะโตแต่กำเนิด,กระหม่อมหน้าโป่ง,ศีรษะโตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับทรวงอก (OF circumference > C circumference 2.5cms),
ปวดศีรษะ ซึม ไม่ดูดนม อาเจียนพุ่ง
หัวบาตร(Cranium enlargement)
หัวโตกว่าปกติเมื่อเทียบกับGrowth curve ปกติ
รอยต่อกะโหลกศีรษะแยกออกจากกัน (Suture separation)
รอยเปิดกะโหลกโป่งตึง (Fontanelle bulging)
หนังศีรษะบางและเห็นเส้นเลือดดำ
อาการแสดงของความดันในกะโหลกศีรษะสูง
เสียงเคาะกะโหลกเหมือนหม้อแตก
ตากลอกลงล่าง กลอกขึ้นบนไม่ได้
ตาเขเข้าในมองไปด้านข้างไม่ได้เนื่องจาก CN 6TH Palsy มองเห็นภาพซ้อน(Diplopia)
การรักษา
การรักษาด้วยยา ยาขับปัสสาวะ Acetazolamide ช่วยลดการ
สร้างน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง ประมาณ 25-50%
การรักษาด้วยการผ่าตัด
การผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในโพรงสมองออกนอกร่างกาย
(ExternalVentricularDrainage,EVD,Ventriculostomy)
การผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในโพรงสมองสู่ช่องในร่างกาย ผ่าตัดใส่สายระบายจาก
Ventriculo-peritoneal shunt
Ventriculo-atrial shunt
Ventriculo-pleural shunt
Ventriculo-cistern magna shunt(Torkildsen shunt)
Transabdominal percutaneous Ventriculo-amniotic shunt
CSF Shunt
สายระบายน้ำมี 3 ส่วน
สายระบายจากโพรงสมอง(Ventricular shunt)
วาล์ว(Valve)และส่วนที่เก็บน าหล่อสมอง(Reservoir)
สายระบายลงช่องท้อง(Peritoneal shunt)
โรคแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
การทำงานผิดปกติของสายระบายน้ำในโพรงสมอง(Shunt malfunction)มีการอุดตันหรือระบายมากเกิน
การติดเชื้อของสายระบายน้ าในโพรงสมอง
IICP
รักษาเฉพาะ
รักษาสาเหตุที่ทำให้เกิด IICP เช่น
เนื้องอก การอุดกั้นทางเดินน้ำไขสันหลัง
การรักษาเบื้องต้น
การจัดท่านอนนอนราบศีรษะสูง 15 – 30 องศา เพื่อช่วยให้การ
ไหลเวียนของน้ำไขสันหลังกลับสู่หลอดเลือดดำได้ดีขึ้น
กรณีผู้ป่วยซึม ไม่รู้สึกตัว แพทย์จะรักษาโดยการใส่ท่อหลอดลมคอและช่วยหายใจเพื่อลดความดัน PaCO2 ในหลอดเลือดแดงให้อยู่ระหว่าง 30 – 35 mmHg
การให้ยาขับปัสสาวะ (Diuretic)
การรักษาความผิดปกติที่เกิดต่อเนื่องจากพยาธิสภาพเดิมหรือที่เกิดร่วม เช่น Hydrocephalus ภาวะสมองบวม
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการสำคัญ
Congenital Spina bifida occulta
Meningocele Meningomyelocele
มีก้อนที่หลัง หรือที่หน้าผาก
ขาอ่อน แรงทั้งสองข้าง
ปัสสาวะ อุจจาระ ตลอดเวลา
Poliomyelitis
ไข้ร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง
มีประวัติ ไม่ได้รับวัคซีน
ไม่มีประวัติการคลอดในรพ.
เป็นชนต่างด้าว
Spinal Bifida
เป็นความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง มีถุงยื่นผ่านจากกระดูกไขสันหลัง ออกมาตามต าแหน่งที่บกพร่องนั้น พบบ่อยที่สุดที่บริเวณ
lumbosacrum
แบ่งเป็น 2 ชนิด
Spina bifida occulta
Spina bifida cystica
Meningocele
Myelomeningocele หรือ Meningomyelocele
การวินิจฉัย
การซักประวัติ
มารดาไม่ได้รับกรดโฟลิคขณะตั้งครรภ์ , ได้ยากันชักประเภท Valporic acid
การตรวจร่างกาย
แขนขาอ่อนแรง พบก้อนหรือถุงตามแนวกระดูกสันหลัง
การตรวจพิเศษ
การตรวจระดับ alpha fetoprotein ขณะตั้งครรภ์ผิดปกติ , CT
การรักษา
spida bifida occulta ไม่จ าเป็นต้องรักษาแต่ชนิด Cystica ต้อง
ผ่าตัดภายใน 24 – 48 ชั่วโมงภายหลังเกิด
การป้องกัน : ให้กรดโฟลิคแก่หญิงตั้งครรภ์จะช่วยลดการเกิดโรคได้
อาการสำคัญ
ไม่รู้สึกตัว เกร็งเมื่อกระตุ้น หายใจ ไม่มีประสิทธิภาพ การดูดกลืนบกพร่อง เลี้ยงไม่โต ข้อ ติดแข็ง พัฒนาการล่าช้า
มีประวัติ สมองขาดออกซิเจน นึกถึง Cerebral palsy
สมองพิการ (CP : Cerebral palsy)
กล้ามเนื้อหดเกร็ง (Splastic)
Splastic quadriplegia
Splastic diplegia
Splastic hemiplegia
Extrapyramidol cerebral palsy
Ataxia cerebral palsy
Mixed type
อาการและอาการแสดง
มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการช้า โดยเฉพาะด้านการเคลื่อนไหวการทรงตัวผิดปกติ
ปัญญาอ่อน
อาการอื่นๆ ร่วม เช่น ชัก หูหนวก ตาบอด
โรคกระดูกอ่อน (Ricket) และกล้ามเนื้อ
ความหมาย
โรคของเมตาบอลิซึมของกระดูกที่พบในเด็ก ความบกพร่องในการจับเกาะเกลือแร่บนเนื้อกระดูกอ่อน
่
สาเหตุ
ความผิดปกติของการเผาผลาญ Vit D
ความผิดปกติของการเผาผลาญแคลเซียมจากโรคของลำไส้
โรคไตบางนิดทำให้ไม่สามารถดูดกลับอนุมูลแคลเซียมและฟอสเฟต
ภาวะฟอสเฟตต่ำ (Hypophosphatasia) จากขาด Alkaline Phosphatase
อาการและอาการแสดง
ในเด็กเล็ก ความตึงตัวของกล้ามเนื้อจะน้อย กล้ามเนื้อหย่อน อ่อนแรงหลังแอ่น
ขวบปีแรกเด็กจะมีความผิดรูป ได้แก่ กะโหลกศีรษะใหญ่กว่าปกติ รอยต่อที่กระหม่อมปิดช้า ส่วนหลังของกะโหลกศีรษะแบนราบลง
การรักษา
แบบประคบประคอง ใชหลักการรักษากระดูกหักทั่วไป
การรักษาสาเหตุ ให้วิตามินดี
การป้องกัน
ให้ร่างกายได้รับแสงแดดช่วงเช้าและเย็น
การรับประทานอาหารโดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียม
ให้วิตามินดี 200 หน่วยต่อวันต่อน้ำหนักตัวสำหรับเด็กคลอดก่อนกำหนด
ออกกำลังกายกระตุ้นการสร้างกระดูก
ระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ขัดขว้างการดูดซึมของแคลเซียม
Bone and Joint infection
Osteomyelitis
อุบัติการณ์
พบในเด็กอายุน้อยกว่า 13 ปี พบมีการติดเชื้อที่กระดูกท่อนยาวมากที่สุด เช่น femur , tibia , humerus มักเป้นตำแหน่งเดียว
สาเหตุ
เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เข้าสู่กระดูกจากการทิ่มแทงจากภายนอก หรืออวัยวะข้างเคียง การแพร่กระจายจากกระแสเลือด
การวินิจฉัย
ประวัติ
มีอาการปวด มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาจมีการบาดเจ็บเแพาะร่วมด้วย
การตรวจร่างกาย
มีปวด บวม แดง ร้อน เฉพาะที่ บริเวณที่มีพยาธิสภาพอาจมีความผิดปกติ ปวดมากขึ้นถ้ากดบริเวณนั้น
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ผล CBC พบ Leucocytosis , ESR ,CRP มีค่าสูง
ผล Gram stain และ culture ขึ้นเชื้อที่เป็นสาเหตุ
การตรวจทางรังสี
Plain flim พบเนื้อเยื่อส่วนลึกบวม, metaphysis
Bone scan ไดผลบวก,MRI พบ soft tissue abcess ,
bone marrow edema ทำตอนเด็กหลับ
การรักษา
ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์
การผ่าตัดเอาหนอง ชิ้นเนื้อ กระดูกตายออก
อาการแทรกซ้อน
กระดูกและเนื้อเยื่อตาย
ทำลาย physeal plate ยับยั้งการเจริญเติบโตของกระดูกตามยาว มีการโก่งผิดรูปของกระดูก
septic arthritis
สาเหต
เชื้อเข้าสู่ข้อ เช่นจากการทิ่มแทงเข้าในข้อ
การวินิจฉัย
ผล Lab เจาะดูดน้ำในข้อ (joint aspiration) มาย้อม gram stain ผล CBCพบ ESR , CRP สูงขึ้นเล็กน้อย
ลักษณะทางคลินิค มีไข้ มีการอักเสบ ปวดบวมแดง ภายใน 2-3 วันแรกของการติดเชื้อ
การตรวจทางรังสี
Plain flim อาจพบช่องระหว่างข้อกว้าง
Ultrasound บอกถึงภาวะมีน้ำในข้อมาก หรือหลุดเคลื่อน
Bone scan / MRI ช่วยบอกถึงการติดเชื้อกระดูก
การรักษา
การให้ยาปฏิชีวนะ
การผ่าตัด (Arthrotomy and drainage)
ภาวะแทรกซ้อน
Growth plate ถูกทำลาย ทำให้การเจริญเติบโต
ตามความยาวกระดูกและการทำหน้าที่เสียไป
ข้อเคลื่อน (Dislocation)
ข้อถูกทำลาย (joint destruction)
หัวกระดูกข้อสะโพกตายจากการขาดเลือด(avascular necrosis)
Tuberculous Osteomyelitis and
Tuberculous Arthitis
ตำแหน่งที่พบบ่อย
ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า
สาเหต
เชื้อ Mycobacterium tuberculosis เข้าสู่ปอดด้วยการหายใจ ไอ จาม และแพร่กระจายผ่านทาง lympho- hematogenous spread และถูกระบบภูมิคุ้มกันทำลายแต่อาจมีเชื้อบางส่วนที่อยู่ตามอวัยวะต่างๆ จะลุกลามเมื่อมีปัจจัยเหมาะสม
อาการและอาการแสดง
กระดูกบางลงหรือแตกนอกกระดูกเกิดเป็นโพรงหนอง ไม่มีการอักเสบหรือแตกเข้าสู่ข้อใกล้เคียง แต่จะทำลายกระดูกอ่อนของผิวข้อ
ที่กระดูกสันหลังเชื้อจะเข้าทางท่อน้ำเหลือง เชื้อจะทำลายกระดูกสันหลัง
การวินิจฉัย
ลักษณะทางคลินิก
อ่อยเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้ต่ำ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ทดสอบ tuberculin test ผล+
ค่า CRP , ESR สูง
CBC อาจพบ WBC ปกติหรือสูงไม่มาก
การตรวจทางรังสี
MRI
plaint film
การรักษา
ให้ยาต้านวัณโรค
ผ่าตัด
อาการแทรกซ้อน
กระดูกสันหลังค่อม
อัมพาต
ปวดข้อ ผิวข้อ ขรุขระ ข้อเสื่อม ข้อยึดติด พิการ
Club Foot (เท้าปุก)
สาเหตุ
แบบทราบสาเหตุ
positional clubfoot
teratologoc clubfoot
neuromuscular clubfoot
แบบไม่ทราบสาเหตุ (ideopathic clubfoot)
การวินิจฉัย
positional clubfoot : ขนาดใกล้เคียงเท้าปกติ
idiopatic clubfoot : ไม่สามารถหายเองได้ต้องได้รับการรักษา
ลักษณะ
ข้อเท้าจิกลง (equinus) ส้นเท้าบิดเข้าใน (varus) ส่วนด้านหน้าและกลางเท้าบิดงุ้มเข้าใน (adduction and cavus)
การรักษา
การดัดและใส่เฝือก
ผ่าตัด
การผ่าตัดเนื้อเยื่อ (subtalar soft tissue release)
การผ่าตักกระดูก (osteotomy)
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูก (triple fusion)
ฝ่าเท้าแบน (Flat feet)
การรักษา
พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ
ใส่รองเท้าที่กว้างและมีขนาดพอดี
ใส่แผ่นรองเท้าเสริม
สาเหตุ
พันธุกรรมในครอบครัว
การเดินที่ผิดปกติ
เอ็นของข้อเท้ามีการฉีกขาด
อาการ
ขึ้นกับความรุนแรงของความแบนราบ
มีตาปลาหรือผิวหนังฝ่าเท้าจะหนาผิดปกติ
รองเท้าผู้ป่วยจะสึกเร็ว
ปวดฝ่าเท้า
ปวดน่อง เข่า และสะโพก
Cerebral Palsy
ความหมาย
ความพิการทางสมอง มีการขยับและทรงตัว พูดคุย กิน การเปล่งเสียงที่ผิดปกติ มักมีปัญหาการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ จัดเด็กพิการ CP
สาเหตุ
ก่อนคลอด
การติดเชื้อ
มารดาเป็นโรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์
อุบัติเหตุ
ระหว่างคลอด /หลังคลอด
คลอดยาก , สมองกระทบกระเทือน ,ขาดออกซิเจน , ทารกคลอดก่อนกำหนด
จำแนกการเคลื่อนไหว
Spastic CP
Hemiplegia
Double hemiplegia
quadriplegia
Diplegia
อื่นๆ เช่น monoplegia, paraplegia, triplegia
Ataxic CP
Athetoid CP
Mixed CP
การรักษา
ป้องกันความผิดรูปของข้อ
กายภาพบ าบัด(Physical Therapy)
อรรถบำบัด (Speech and Language Therapy)
ลดความเกร็ง โดยใช้ยา
ยากิน กลุ่ม diazepam
ยาฉีด กลุ่ม Botox
การผ่าตัด
ลดความตึงของกล้ามเนื้อ
ย้ายเอ็น
Osteosarcoma
อาการและอาการแสดง
ปวดบริเวณที่มีก้อนเนื้องอก
น้ำหนักลด
มีไข้
การเคลื่อนไหวผิดปกติ รับน้ำหนักไม่ได้
การวินิจฉัย
การซักประวัติ
ระยะเวลาการมีก้อนเนื้องอก อาการปวด การเคลื่อนไหว
การตรวจร่างกาย
น้ำหนัก ตำแหน่งก้อน การเคลื่อนไหวต่อมน้ำเหลือง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
MRI , CT เพื่อดูการแพร่กระจายของโรค
ระดับอัลคาไลน์ฟอสฟาเตส (ALP) มีค่าสูง
ระดับ แลคเตส ดีไฮโดรจิเนส (LDH) มีค่าสูง
การรักษา
การผ่าตัด
เคมีบำบัด
รังสีรักษา
Omphalocele
ความหมาย
ความผิดรูปแต่กำเนิดของผนังหน้าท้อง (ไม่สมบูรณ์) บางส่วนขาดหายไป มีชั้นบางๆประกอบด้วยเยื่อบุช่องท้องงPenitoeal และเยื่อamnion ประกอบกันเป็นผนังปิดหน้าท้อง
ลักษณะทางคลินิก
มีถุง omphalocele ติดอยู่กับผิวหนังตัวถุงเป็นรูปโดม ผนังบางมองเห็นอวัยวะภายในได้
การรักษา
conservative
ใช้สารละลายฆ่าเชื้อ (antiseptic solution)
operative
การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด
การเย็บผนังหน้าท้องปิดเลย (primary fascial closure)
การปิดผนังหน้าท้องโดยทำเป็นขั้นตอน (staged repair)
Gastroschisis
ความหมาย
เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดเกิดเป็นช่องแคบยาวที่ผนังท้องภายหลังจากผนังช่องท้องพัฒนาสมบูรณ์แล้ว เกิดการแตกทะลุของ hermia of umbilical cord
การวินิจฉัย
พบถุงสีขาวขุ่นบางขนาดต่างกัน สามารถมองเห็นขดลำไส้หรือตับผ่านผนังถุงบรรจุ wharton’s jelly สายสะดือติดอยู่กับถุง ขนาดที่พบ 4 –10 cm
การดูแลการคลอดและนำส่งโรงพยาบาล
การแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน
Incubator หรือผ้าอุ่น กระเป๋าน้ำร้อน
การประเมินการหายใจ เตรียม endotrachial tube, suction
ใส่ orogastric tube ปลายเปิดลงถุง
Rectal irrigation ด้วย NSS อุ่น
เริ่มให้ antibiotic ได้ทันที
ตรวจระดับ น้ำตาล เกลือแร่ในกระแสเลือด
เจาะเลือดแม่เพื่อเตรียมทำการจองเลือด เผื่อว่าต้องทำการให้เลือด
การดูแลทั่วไป
การอาบน้ำม่ต้องทำเนื่องจากจะทำให้เด็กตัวเย็นมากขึ้น
ให้ vitamine K 1 mg intramuscular
การรักษาความอบอุ่น
การดูแลเฉพาะ
การทำแผล สะอาด หมาดๆ ไม่รัด
การพยาบาลกระดูกหักในเด็ก
กระดูกหัก
ส่วนประกอบของกระดูกแยกออกจากกันอาจเป็นการแตกแยกโดยสิ้นเชิง หรือมีเพียงบางส่วนติดกันหรือเป็นเพียงแตกร้าว
ข้อเคลื่อน
การเคลื่อนของผิวข้อหลุดออกจากเบ้า ส่งผลให้เนื้อเยื่อที่อยู่โดยรอบกระดูก หลอดเลือด น้้าเหลือง เส้นประสาทและเส้นเอ็นได้รับอันตรายด้วย
ลักษณะ
เยื่อหุ้มกระดูก (periosteum) มีความแข็งแรงและสามารถสร้างกระดูกได้ดีกระดูกหักในเด็กจึงติดเร็ว
เยื่อบุโพรงกระดูก(endosteum) สามารถสร้างกระดูกได้มากและเร็ว เด็กอายุยิ่งน้อยกระดูกยิ่งติดเร็ว
ปัญหาด้านการวินิจฉัยกระดูกหักในเด็กการตรวจร่างกายอาจไม่แน่ชัด หรือเชื่อถือได้อยาก
การบวมของแขน ขาในเด็กจะเกิดขึ้นเร็วภายหลังมีกระดูกหักหรือข้อเคลื่อน แต่การบวมนี้ก็หายเร็ว
การเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียน (ischemic changes) จากการใส่เฝือกหรือพันผ้าแน่น อาจเกิด ภาวะ Volk man’s ischemic contracture
สถิติ
อายุ
6 ถึง 8 ปี จ านวน 93 ราย
12 ถึง 15 ปี จ านวน 206 ราย
อายุต่ำกว่า 4 ปี พบน้อย
เพศ
พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 7 ต่อ 3
สาเหตุ
เกิดจากการหกล้มเป็นส่วนใหญ่
ตำแหน่ง
กระดูกต้นแขนหัก
กระดูกหักพบมากทางซีกซ้ายมากกว่าทางซีกขวา
การรักษาส่วนใหญ่รักษาโดยวิธีอนุรักษ์นิยม (ใส่เฝือก)
สาเหตุ
ทางตรง
ถูกตี รถชน ตกจากที่สูง
ทางอ้อม
หกล้ม เอามือยันพื้น
พยาธิสภาพของโรคที่ท้าให้กระดูกบาง
หักแตกหักง่าย เช่น มะเร็งของกระดูก กระดูกอักเสบ
อาการและอาการแสดง
อาการปวดและกดเจ็บ บริเวณที่กระดูกมีพยาธิสภาพ
บวมเนื่องจากมีเลือดออกบริเวณที่กระดูกหักหรือกระดูกเกยกัน
รอยจ้้าเขียว เนื่องจากมีเลือดซึมจากชั้นในขึ้นมายังผิวหนัง
อวัยวะส่วนที่ได้รับบาดเจ็บมีลักษณะผิดรูป
กระดูกและข้อเคลื่อนที่ต้องผ่าตัด
กระดูกมีแผลเปิด (open fracture)
กระดูกหักผ่านข้อ (displaceed intra articular fracture)
กระดูกหักในเด็กตามการแบ่งของ Salter ชนิด Ш , ІV
กระดูกหักจากการหดตัวของเอ็นกล้ามเนื้อ(avulsion fracture)
กระดูกคอฟีเมอร์หักและเคลื่อน(displaced fracture neck of femur)
ข้อเคลื่อนที่มีชั้นกระดูกติดอยู่ในข้อ
ข้อเคลื่อนที่ไม่สามารถจัดเข้าที่ได้โดยไม่ผ่าตัด
การประเมินสภาพ
การซักประวัติ
เกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุ
การตรวจร่างกาย
ลักษณะของกระดูกหัก
ลักษณะของข้อเคลื่อน
การตรวจทางรังสี
การรักษา
ระวังไม่ให้ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม
แก้ไขตามปัญหาและการพยากรณ์โรค
กระดูกหักที่พบบ่อย
กระดูกไหปลาร้าหัก ( fracture of clavicle )
อาการและอาการแสดง
Crepitus คล้าได้เสียงกรอบแกรบ
ปวด บวม ข้างที่เป็น
Pseudoparalysis ขยับข้างที่เป็นได้น้อย ไหล่ตก
เอียงคอไปด้านที่เจ็บ ยื่นตัวไปข้างหน้า
การรักษา
ตรึงแขนข้างที่หักให้อยู่นิ่งโดยมัดแขนให้ข้อศอกงอ 90 องศา ให้ติดกับลำตัว พันนาน 10-14 วัน
ใช้ผ้าสามเหลี่ยมคล้องคอห้อยแขนให้ข้อศอกงอ 90 องศา และพันแขนให้ติดกับลำตัวด้วยผ้ายืดหรือผ้าสำลี
กระดูกต้นแขนหัก (fracture of humerus)
ทารกแรกเกิด
มักเกิดในรายคลอดไหล่ติด
เด็กโต
เกิดการล้มแล้วต้นแขนหรือข้อศอก
กระแทกพื้นโดยตรง
การรักษา
skin traction
skeletal traction
กระดูกข้อศอกหัก ( Supracondylar fracture )
การหกล้มเอามือเท้าพื้นในท่าข้อศอกเหยียดตรง หรือข้อศอกงอ
โรคแทรกซ้อน : Volkman’s ischemic contracture
หักแบบ greenstick ใส่เฝือกแบบ posterior plaster splint
การเคลื่อนของหัวกระดูกเรเดียส
(Transient subluxation of radial head , pulled elbow )
เคลื่อนออกมาจากข้อ radio-humera ไม่หมด
เกิดจากการดึงแขนหรือหิ้วแขนขึ้นมาตรงๆในขณะที่ข้อศอกเหยียดตรงและแขนท่อนปลายคว่ำมือ
กระดูกปลายแขนหัก
พบได้บ่อยในเด็กตั้งแต่เริ่มหัดเดินไปจนถึงวัยรุ่น เกิดจากการกระทำทางอ้อม เช่น หกล้มเอามือเท้าพื้น ตกจากที่สูง
กระดูกต้นขาหัก ( fracture of femur )
ต้าแหน่งที่พบคือ ช่วงกลางของกระดูกต้นขา เด็กจะปวด บริเวณข้างที่หัก บวมตรงต้าแหน่งกระดูกถ้าอายุต่้ากว่า 3 ปี แก้ไขโดยให้ใส่เฝือกขาแบบยาวนาน 3-4 สัปดาห์
ภยันตรายต่อข่ายประสาท brachial plexus จากการคลอด (birth palsy)
สาเหตุ
เกิดจากข่ายประสาทถูกดึงยึด ได้แก่ การคลอดท่าก้น ภาวะคลอดติดไหล่
สังเกตเห็นแขนที่ผิดปกติเคลื่อนไหวได้น้อยกว่าธรรมดา
การรักษา
มักจะมีการฟื้นตัวของเส้นประสาทโดยไม่จ้าเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
การพยาบาล
การพยาบาลเพื่อป้องกันเนื้อเยื่อรอบกระดูกที่หักได้รับ
บาดเจ็บเพิ่ม เนื่องจากการทิ่มแทงของกระดูก
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินลักษณะการบาดเจ็บที่ได้รับ
จัดกระดูกให้อยู่นิ่งตามแผนการรักษา
การดึงกระดูก (Traction)
ดูแลแรงดึงสมดุลเพียงพอกับน้ำหนัก
ผู้ป่วย 1/5 ปอนด์ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
ชนิดของ Traction
Bryant’s traction กระดูกต้นขาหัก
Dunlop’s traction ใช้ในรายที่มี Displaced Supracondylar Fracture
Over Head traction กระดูกต้นแขนหัก
Skin traction ใช้ในรายที่มี ใช้ในรายที่มี facture shaft of femur >อาจเกิด foot drop
Russell’s traction ใช้ในรายที่มี Fracture shaft of femur หรือ fracture
เข้าเฝือกปูน
การจัดเตรียมเด็กก่อนเข้าเฝือก
ประเมินอาการภายหลังเข้าเฝือกภายใน 24 ชั่วโมง ประเมินได้จาก 5 PS หรือ 6P
ระมัดระวังไม่ให้เฝือกเปียกน้้า
ยกแขนที่เข้าเฝือกให้สูง
ผ่าตัดทำ ORIF
การเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด
ด้านร่างกาย
การเตรียมผิวหนังเฉพาะที่
การตรวจวัดสัญญาณชีพ
การดูแลความสะอาดของร่างกาย
การประเมินอาการของระบบประสาท และหลอดเลือด
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ / ยา /เอกสารใบเซ็นยินยอม ผล Lab / ผล X-ray
ด้านจิตใจ
ขั้นตอนในการผ่าตัดโดยสังเขป
การปฏิบัติตัวภายหลังได้รับยาระงับความรู้สึก
สภาพแวดล้อมภายในห้องผ่าตัด
การไออย่างมีประสิทธิภาพ
การพยาบาลผู้ป่วยกลับจากห้องผ่าตัด
ประเมินระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย
ประเมินปริมาณเลือดที่ออกบริเวณแผลผ่าตัด
การประเมินระดับความเจ็บปวดโดยใช้ pain scale
ประเมินการไหลเวียนของอวัยวะส่วนปลาย (blanching test)
เคลื่อนย้ายเด็กด้วยความระมัดระวัง
การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการถูกจ้ากัดเคลื่อนไหว
ป้องกันและลดอาการข้อติดแข็งและกล้ามเนื้อลีบ
กระตุ้นให้เด็กมีการออกกำลังบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ
ป้องกันการเกิดแผลกดทับ ด้วยการเปลี่ยนท่าที่
เหมาะสมให้เด็กอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
ลดอาการท้องผูกด้วยการกระตุ้นให้เด็กมีการ
เคลื่อนไหว จัดอาหารที่มีกากมาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ช่วยให้ปอดขยายตัวเต็มที่ด้วยการกระตุ้นให้เด็ก
หายใจเข้าออกลึกๆแรงๆหลายๆครั้ง
ประเมินอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ถึงการเกิด
ภาวะแทรกซ้อนต่าง
การพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่กระดูก
เนื่องจากมีทางเปิดของผิวหนังถึงกระดูก
ท้าความสะอาดบาดแผลก่อนการเข้าเฝือก
ประเมินลักษณะอาการและอาการแสดงที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ
ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
ดูแลให้ได้รับประทานอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ
.การพยาบาลเพื่อลดความ เครียดวิตกกังวลเมื่อ
เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ประเมินสภาพความต้องการทางด้านจิตใจของเด็กและญาติว่าต้องการช่วยอะไรบ้าง
จัดกิจจกรรมหรือเปิดโอกาสให้เด็กและญาติให้มีการระบายออก
สร้างความมั่นใจและความรู้สึกที่ดีแก่เด็กและญาติที่มีต่อการ
รักษาพยาบาลและตัวบุคลากร
ให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษาโดยเฉพาะในระยะแรกๆแต่ต้อง
ประเมินอาการเจ็บปวดด้วย