Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 9 อาหารที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ - Coggle Diagram
บทที่ 9 อาหารที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ
โรคเบาหวาน
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
1.เรียนรู้และนับคาร์บกับอาหารแลกเปลี่ยน
การนับปริมาณสารอาหารคาร์ โบไฮเดรทในอาหารที่กินเข้าไปทใหม้ีำผลต่อระดับน้ำตาลในกระแสเลือด กลุ่มอาหารที่ให้สารคาร์ โบไฮเดรทได้แก่ กลุ่มข้าว-แป้ง 1 คาร์บ ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี่ คาร์โบไฮเดตร 18 กรัม โปรตีน 2 กรัม
เลือกกินเนื้อสัตว์อย่างฉลาด
กินโปรตีน 0.8 กรัม/น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
กินเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ และมีแคลเซียม เหล็ก สังกะสี เช่น ปลา
หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง เช่น หมูสามชั้น กุนเชียง หนังหมู หมยอู ไส้กรอก และการปรุงโดยใช้น้ำมันมาก
รู้จักเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์
เลือกคาร์โบไฮเดรตชนิดดีกิน
มีใยอาหาร และมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ<55 ส่ง ส่งผลต่อการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดช้าได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพดขนมปังโฮลวที โฮลเกรน สปาเก็ตตี้วุ้นเส้น มักกะโรนี ถั่ว
เลือกกินชนิดไขมันที่ช่วยลดคอเรสเตอรอลที่ไม่ดี(LDL)
โดยไม่ลดคอเรสเตอรอล(HDL) ได้แก่ น้ำรำข้าว วันหนึ่งกินไม่เกิน 6 ช้อนชา และหลากหลายชนิด
กินอาหารที่มีแอนตี้ออกซิเดนซ์
ผักผลไม้5 สี ผักมื้อละ 2 ทัพพี ผลไม้มื้อละ 1 ส่วน
กินอาหารที่มีจุลินทรีย์สุขภาพ
โยเกิร์ตสูตรไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย
รู้จักเลือก รู้จักลด และงดอาหารที่เสี่ยงต่อสุขภาพ
ลดและงดคาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดี
มีสารอาหารต่ำ มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว เช่น นํ้ตาล เครื่องดื่มรสหวาน
ลดและงดไขมันที่ได้จากผลิตภัณฑ์สัตว์และไขมันทรานซ์
หมูสามชั้น หนังหมู/ไก่ เป็นอาหารที่มีไขมันทรานส์เพราะจะเพิ่ม LDL และลด HDL เช่น มาร์การีน เนยขาว ลดอาหารทอด
3.ลดอาหารหมักดองและอาหารเค็มจัด
กินโดยควบคุมปริมาณอาหารจากพลังงานที่ต้องการในแต่ละวัน
ระดับการใช้แรงงานของแต่ละบุคคลไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับแต่ละกิจกรรมการออกแรง/ออกกำลังกาย
โรคตับ ตับอ่อนผิดปกติ
อาหารบำบัดโรคตับ
2.อาหารบําบัดโรคตับแข็ง
ระยะแรกของการเป็นตบัแข็งที่ยงัไม่มีผลทางสมอง สามารถไดร้ับ ปริมาณโปรตีนหรือเนื้อสัตวไ์ม่แตกต่างจากคนทั่วไปประมาณวนัละ 6-12 ช้อนโต๊ะ ไดแ้ก่ นม ไข่ทั้งฟอง เนื้อสัตวไ์ม่ติดมนั เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู
แต่ถ้าเป็นตับ แข็งที่มีอาการทางสมองร่วมด้วย จะลดให้มาเหลือประมาณวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือ งดโปรตีนไประยะหนึ่ง เลือกรับประทานอาหารจาํพวกคาร์โบไฮเดรตที่มีโปรตีนต่ํา เช่น วนุ้เส้น แป้งซาหริ่ม
วติามิน B1, B2, B6 และ B12 รับประทานอาหารปรุงสุกโดยเฉพาะอาหารทะเล ลดไขมนั
3.อาหารบําบัดโรคมะเร็งตับ
ช่วงแรกของการเกิดโรคควรได้รับ โปรตีนเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 กรัมต่อนํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม จากเนื ้อปลา ไข่ไก่ บริโภคไขมันแต่น้อย เพื่อป้องกันภาวะแน่นท้อง ท้องอืด
ไม่ควรบริโภคธัญพืช ผักใบเขียวในปริมาณ มากเกินไปเพราะจะเกิดอาการแน่นทอ้งมากขึ ้น
1.อาหารบําบัดโรคตับอักเสบ
พลังงาน
พลังงานสูงกว่าปกติเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่น้ำหนักจะลด ควรได้พลังงานวันละประมาณ 2500 – 3500 แคลอรี
โปรตีน
ผู้ป่วยควรได้รับโปรตีนวันละ 75 – 100 กรัมและควรเป็นโปรตีนที่ได้จากสัตว์เป็นส่วนใหญ่ ถ้าการทำงานของตับลดลง จำเป็นต้องลดโปรตีนเพราะสารแอมโมเนียและของ เสียที่เกิดจากการใช้โปรตีนอาจ ขัดขวางการทํางานของระบบประสาท ทําให้ ผูป้่วยรู้สึกตวันอ้ยลง
คาร์โบไฮเดรต
ผู็ป่วยควรได้รับวันละ 300 – 400 กรัม ในระยะแรกควรให้น้ำตาลเป็นหลัก อาจให้ในรูปของขนมหวาน นํ้าผึ้ง เครื่องดื่ม เช่น น้ำหวาน
ไขมัน
จํากัดมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของโรคส่วนใหญ่ก็ จะรับประทานได้ปกติ คือ ประมาณร้อยละ 25 - 30 ของ พลังงานที่ควรได้ทั้งวัน
ยกเว้นถ้าผู้ป่วย คลื่นไส้ ชนิด ของไขมันควรได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ ไม่ควรได้จากอาหาร พวกทอด หรือแกงกะทิข้น ๆ
โรคเก๊าท์
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเก๊าท์
กรดยูริก เป็นสารชนิดหนึ่งในร่างกายที่สร้างขึ้นที่ตับ ซึ๋งเกิดจากการ สลายตัวของสารชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า“พิวรีน” สารนี้ในร่างกายได้มาจาก
อาหารที่รับประทาน เช่น เครื่องในสัตว์และเนื้อสัตว์ต่างๆ และผกับางชนิด
การสลายตัวของเซลล์ในร่างกาย
การปฏิบัติตัว
ควบคุม หรือจํากัดอาหาร ประเภทที่มีกรดยูริกสูง ได้แก่ พวกเครื่องในสัตว์เนื้อสัตว์
งดดื่มเหล้า ไวน์เบียร์ หรือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ควรดื่มนํ้ามากๆจะชว่ยขบักรด ยูริกออกทางปัสสาวะ เพื่อป้องกันการเกิดนิ่ว
ในรายที่อ้วนและมีน้ำหนักมาก ต้องลดน้ำหนักตวัลง
หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพริน และยาขับปัสสาวะ เพราะจะทํา ให้ไตขบักรดยูริกไดน้้อยลง
ออกกําลังกาย เช่นว่ายนํ้า ขี่ จักรยาน วิ่งเบาๆอย่างสม่ําเสมอ
ปรึกษาแพทย์ และมาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอเพื่อช่วยควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดใหอ้ยูใ่น เกณฑป์กติ
ปริมาณสารพิวรีนที่ส่งผลต่อร่างกาย
อาหารที่มีปริมาณ พิวรีนมาก
ได้แก่ ตับ อ่อน หวัใจ ตับกึ๋นของไก่ เนื้อไก่ เป็ด ห่าน มันสมองวัว ไข่ปลา ปลาอินทรีย์ ปลาดุก ปลาไส้ตัน
อาหารที่มีปริมาณ พิวรีนปานกลาง
เนื้อหมูวัว ปลากะพง ปลาหมึก ปู ถั่วลิสง ใบขี้เหล็ก สะตอ ผักโขม ดอกกระหล่ํา หน่อไม้
อาหารที่มีปริมาณ พิวรีนน้อย
ข้าวโอ๊ด ข้าวฟ่าง ลูกเดือยข้าวโพด ผักและผลไม้ นํ้ำตาลและขนม หวาน ไขมันจากพืชและสัตว์ ข้าวและขนมปัง เนยเหลว
โรคไต
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต
อาหารจำกัดโปรตีน
ควรเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ สําหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังไม่ควรให้นมมาก เพราะผู้ป่วยมี ฟอสเฟตในเลือดสูงและแคลเซียมต่ำ ต่อมพาราธัยรอยจะทํางานมากขึ้น ทำให้การสลายแคลเซียมจากกระดูกออกมาทำใหก้ระดูกผุกกร่อน
สำหรับผูู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ถ้ามีระดับฟอสเฟตในเลือดสูงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มี ฟอสเฟตมาก เช่น ไข่แดง ถั่ว เมล็ดแหง้ต่างๆ
อาหารเพิ่มโปรตีน
ที่ได้รับการรักษาด้วย การล้างท้องแบบ CAPD ควรได้ัรบโปรตีนวันละ 1.2 – 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพื่อทดแทน โปรตีนที่เสียไปในการล้างช่องท้อง
ผู้ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไต เทียม (Hemodialysis) ควรได้รับโปรตีนวันละ 1-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพื่อ ทดแทน โปรตีนทีเสียไปในการล้างช่องท้อง
ผู้ที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไต เทียม ควรไดร้ับโปรตีนวันละ 1- 1.2 กรัมต่อวนัหนกัตวั 1 กิโลกรัม เพอื่ชดเชย กรดอะมิโนที่ เสียไป
อาหารจำกัดโซเดียม
อาหารจำกัดโซเดียมอย่างเบาที่สุด มีปริมาณโซเดียม 2500 มิลลิกรัม ได้แก่ อาหารธรรมดาที่ ปรุงรสเค็มอ่อนๆ และไม่มีการเติมเกลือ
อาหารจำกัดโซเดียมเพียงเล็กน้อย มีปริมาณโซเดียม 1500 – 2000 มิลลิกรัม
ปานกลาง มีปริมาณโซเดียม 1000 - 1200 มิลลิกรัม อย่างมาก มีปริมาณโซเดียม 500 – 600 มิลลิกรัม อย่างเข้มงวด มีปริมาณโซเดียม 250 มิลลิกรัม
อาหารเพิ่มโซเดียม
ใช้เครื่องปรุงรสเค็มในการปรุงอาหาร เช่น เกลือ น้ำปลา ซอส ใช้อาหารที่มีรสเค็มในการประกอบอาหารเช่า เต้าเจี้ยว
กินเนื้อสัตว์ที่ปรุงเค็มให้มากขึ้น เช่น เนื้อเค็ม ไข่เค็ม ปลาเค็ม กินอาหารที่มีโซเดียมมากตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น เช่น ไข่ ผักต่างๆ
อาหารจำกัดโปตัสเซียม
ใช้ในผู้ป่วยที่ไตขับถ่ายของเสียได้น้อย มักมีการคั่งของโปตัสเซียมทําให้ มีโปตัสเซียมสูง จึงจำเป็นต้องจำกัดอาหารที่มีโปตัสเซียมมาก ตามปกติโปตัสเซียม จะมีในอาหารทุกชนิด แต่มีมากในสัตว์ ไข่ นํ้านม ผักผลไม้
อาหารจำกัดฟอสเฟต
ใช้ในผู้ป่วยที่ไตขับถ่ายของเสียได้น้อย และมีฟอสเฟตในเลือดสูง ฟอสเฟตจะมีมากในไข่แดง นม ถั่วเม็ดแห้ง ผลไม้แห้ง
อาหารที่เพิ่มโปตัสเซียม
ในผู้ป่วยที่ใช้ยาขับปัสสาวะบางชนิดซึ่งมีฤทธิ์ขับโปตัสเซียม ด้วย ทําให้ร่างกายสูญเสียโปตัสเซียมไป จึงต้องได้รับอาหารที่มีโปตัสเซียมมา ชดเชย ผู้ป่วยควรเลือกกินเนื้อสัตว์ผัก ผลไมีที่มีโปตัสเซียมมากโดยเฉพาะ นํ้าส้ม และผลไม้แห้ง อาหารเพิ่มโปตัสเซียม
โรคหัวใจ
อาหารที่ทําให้ระดับไขมันตัวร้ายในเลือดสูง
อาหารที่มีกรด ไขมันอิ่มตัว
1.1 ผลิตภัณฑ์จําพวกนม เชน่ นมครบสว่น หรือนมชนิดที่ยงัมีไขมันอยูค่รบ เนยแข็ง เนย ไอศกรีม
1.2 เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง เชน่ เนื้อวัว เนื้อหมู ปนมัน เบคอน กุนเชียงและไส้กรอก
1.3 ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว นํ้ามันปาล์ม นํ้ามันมะพร้าว
อาหารที่มี ไขมันทรานส์
พบได้ในอาหารที่มีการใช้น้้ำมันที่มีการเติม ไฮโดรเจนลงในน้ำมันทีทีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทำให้น้ำมันที่ อยู่ในสภาพของเหลวเปลี่ยนเป็นไขมันที่แข็งขึ้น หรือเป็นของ กึ่งเหลว เช่น เนยเทียม หรือเนยขาว ได้แก่ ขนมอบต่างๆ เบเกอรี่ คุกกี้ แครกเกอร์ ขนม
อาหารที่มี คอเลสเตอรอล
3.1 ไข่แดง เนื้อสัตว์ไขมันสูงและผลิตภัณฑ์ นมที่มีไขมันสูง
3.2 เครื่องในสัตวเช่น ตับ สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด สัตว์น้ำ เช่น ปลา ปู กุ้ง
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจ
1.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ไขมันสัตว์ หนังเป็ด/ไก่ สมองสัตว์ เครื่องในสัตว์
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่นเครื่องในสัตว์ ไข่แดง
งดน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาลม์
หลีกเลี่ยงอาหารทอด และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น ปาทอ่งโก๋ ไกท่อด พาย คุกกี้
หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำจากไข่แดง และไขมันอิ่มตัว เชน่ ทองหยิบ ฝอยทอง
ใช้น้ำมันในการปรุงอาหารแต่พอควรอเช่นน้ำมันรำข้าว
โรคความดันโลหิตสูง
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
1.ควบคุมนํ้าหนัก พบว่า คนที่น้ำหนักเกินปกติเกินปกติ จะมีโอกาสเป็นโรค ความดันโลหิตสูงมากกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติถึง 50%สูง เมื่อลดน้ำหนักลงความดัน โลหิตก็จะลดต่ำลงด้วย โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวป่วย
ลดการบริโภคโซเดียม เกลือ อาหารรสเค็ม เพราะนอกจาจะช่วยลดความ ดันโลหิตได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มโพแทสเซียมในเลือดด้วย การลดความเค็มในอาหาร สามารถทำได้โดย ลดความเค็มในอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารสําเร็จรูป อาหารกระป๋อ ลดความถี่และปริมาณการกินอาหารที่มีนํ้าจิ้ม
3.ปรุงอาหารด้วยเครื่องเทศ หรือสมุนไพร งดหรือลดอาหารที่มีไขมันมาก งดบุหรี่ และเครื่องแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่สารกันเสีย ที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ
โรคเอดส์
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเอดส์
อาหารกลุ่มแป้ง
ผู้ป่วยควรทานอาหารกลุ่มนี้ในทุกมื้ออาหาร โดย ทานวันละ 4-6 ส่วน (1 ส่วน ประมาณเท่ากับขัาวหนึ่งถ้วย หรือขนมปัง 1 แผ่นหรือ ธัญพืช เช่น ซีเรียล 1 ชาม)
ผักและผลไม้
ควรรับประทานทุกวัน วันละ 5 ส่วน (1 ส่วน ประมาณเท่ากับผลไม้1 ผล หรือผักสดชามใหญ่ หรือผลไม้แห้ง 1 ถ้วย หรือ นํ้าผลไม้คั้นสด 1 แก้ว)
เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว
ให้ทั้งโปรตีน เกลือแร่ และวติามิน ทานวันละ 2-3 ส่วนทุกวัน (1 ส่วน ประมาณเท่ากับไข่ 2 ฟองเล็ก หรือเนื้อหมู ไก่ 100 กรัม หรือ เนื้อปลา 150 กรัม)
ผลิตภัณฑ์จากนม
นมสด โยเกิร์ต เนยแข็ง ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ และ แคลเซียม ควรทานวนัละ 3 ส่วน (1 ส่วน ประมาณเท่ากับนม 1 แก้ว หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย หรือเนยแข็ง 1 แผ่น)
ไขมัน
หากทานอาหารพวกไขมันมากเกินไป อาจส่งผล ให้เกิดภาวะโรคอว้น และโรคหัวใจและหลอดเลือดได้น้ำมันจากปลาซึ่งมีกรดไขมัน omega-3 สามารถช่วยลดระดับไขมันที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่น triglycerides และ LDL cholesterol และเพิ่มHDL cholesterol ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายได้
สุขลักษณะอนามัยด้านอาหารของผู้ป่วยโรคเอดส์
หลีกเลี่ยงการทานอาหารดิบ เช่น ปลาดิบ เนื้อที่ยังปรุงไม่สุกเต็มที่
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมที่ยงัไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ล้างผกัและผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน
หลีกเลี่ยงโยเกิร์ตหรืออาหารเสริมที่ประกอบดว้ยเชื้อจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ Probiotic
อาหารที่สุกแล้วตั้งทิ้งไว้นาน ควรนํามาอุ่นใหม่ก่อนทาน ไม่ควรทานอาหารที่ ไม่ได้แช่เย็นค้างเกิน 1 วัน
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีราขึ้นแม้เพยีงเล็กน้อย รวมถึงอาหารที่เลยวันหมดอายุแล้ว
เก็บแยกอาหารที่ยังไม่ได้ทำให้สุกกับอาหารที่สุกแล้วออกจากกันเป็นสัดส่วน เพื่อกันการปนเปื้อนเชื้อจากอาหารดิบไปสู่อาหารสุก รวมทั้งดูแลความสะอาด ของภาชนะ และอุปกรณ์ทำอาหาร
ผู้ป่วยที่มีระดับ CD4 ต่ำกว่า 200 cell/mm3 ควรดื่มนํ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว หรือ หากไม่สามารถหาได้อาจใช้น้ำที่ผ่านการต้มให้เดือดฆ่าเชื้ออย่างน้อย 5-10 นาที แล้ว และเก็บในภาชนะปิดสนิท
โรคมะเร็ง
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ผู้ป่วยมีปัญหาเม็ดเลือดขาวตํ่า
การกินอาหารประเภทโปรตีนจะช่วยให้ ผลการรักษาโรคมะเร็งได้ผลดีมาก ขึ้น ไม่ได้ไปเร่งมะเร็งแต่อย่างใด ถ้ากินอาหารที่มีโปรตีนน้อยเกินไป มีนํ้าหนักลดผอมแห้ง
กินอาหารที่มีโปรตีนสูง ในวันหนึ่งควรกินโปรตีนประมาณ 50-80 กรัม โดยปริมาณขึ้นกับน้ำหนักตัวว่ามากหรือน้อย ตัวอย่าง เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ควรกินโปรตีนเท่ากับ 50x1.2ประมาณ 60 กรัมต่อวัน โปรตีน 1 ส่วนจะมีโปรตีน 7 กรัม
ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก
ดื่มน้ำให้เพียงพอ (ประมาณ 6-8 แก้ว) เพราะน้ำช่วยให้อุจจาระนิ่มและขับถ่ายง่ายขึ้น
กินธัญพืชที่ขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังมัลติเกรน และโฮลเกรน
ผูป้่วยที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหารหรืออ่อนเพลีย อาจนำผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น มะละกอ ฝรั่ง แอบเปิ้ล มาหั่นเป็นชิ้นคำเล็กๆ หรือปั่น แบบไม่แยกกากและไม่เติมนํ้าตาล ดื่มวันละ 1 แกว้
แนะนำว่าไม่ควรใช้อาหารเสริมในการป้องกันมะเร็ง แตค่วรกินอาหารตามปกติให้ หลากหลาย และมีสารอาหารที่ครบถว้นมากกว่า เพราะว่าอาหารที่ได้จากธรรมชาติเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของ วิตามิน และแร่ธาตุ
พฤติกรรมป้องกันโรคมะเร็ง
ไม่รับประทานอาหารที่มีราขึ้น อาหารที่มีราขึ้น โดยเฉพาะราสีเขียว สีเหลือง
ลดอาหารไขมัน อาหารไขมันสูงจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ และต่อมลูกหมาก
ลดอาหารดองเค็ม อาหารปิ้งย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรท-ไนไตรท์
ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบๆ หยุดหรือลดการสูบบุหรี่ . ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแอลกอฮอล์
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
อาหารเผด็ อาหารที่เพิ่งปรุงรสเสร็จกำลังร้อนจัด อาหารหรือผลไม้รสเปรี้ยวจัด อาหารที่มีลักษณะแข็งที่จะทำให้เจ็บเวลาเคี้ยว
ผู้ป่วยหลังผ่าตัด
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยหลังผ่าตัด
โปรตีน
ผู้ป่วยควรไดร้ับโปรตีนอย่างน้อยวนัละ 1.5 กรัมต่อนํ้าหนัก 1 กิโลกรัม ถ้าผูป้่วยไม่สามารถกินอาหารได้เพียงพอ ก็อาจต้องให้ อาหารทางหลอดเลือดดํา โปรตีนที่ให้ทางหลอดเลือดดํา นั้นต้องอยู่ในสภาพของ กรดอะมิโน โดยให้ทั้งกรดอะมิโนจำเป็น และกรดอะมิโนไม่จำเป็น
พลังงาน
ร่างกายมีการสลายไกลโคเจน ไขมันและ โปรตีนเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องได้รับอาหารที่ให้พลังงานให้เพียงพอ สําหรับใช้ เป็นพลังงานในการเสริมสร้างร่างกายและเพื่อป้องกันการนําโปรตีนไปใช้เป็น พลังงาน
3.วิตามินและเกลือแร่
นอกจากจะมีการสูญเสียโปรตีนใน เนื้อเยื่อแล้ว ยังมีการสูญเสียโซเดียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งจะมีผลต่อความ สมดุลของกรด ด่างในร่างกายดว้ยผู้ป่วยจึงควรได้รับเกลือแร่ให้เพียงพอ
นํ้า
เพื่อรักษาสมดุล ของน้ำในร่างกาย เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหลักของเลือด ซ่ึงเป็นตัวช่วยสําคัญ ที่สุดในการลําเลียงออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ภายในร่างกาย
อาหารที่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยหลังผ่าตัด
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ และอาหารประเภทหมัก ดอง เพราะเป็นอาหารที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย และอาจทำให้ติดเชื้อ
ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
พลังงาน
ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับพลังงานให้เพียงพอประมาณ 50 – 70 แคลอรี่ต่อนํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัม ทั้งนี้เพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป
โปรตีน
ผู้ป่วยมีการสูญเสียโปรตีนไปมาก จึงจําเป็นต้องได้รับ โปรตีนให้เพียงพอมิฉะนั้นอาจขาดโปรตีนและแคลอรีได้ผู้ป่วยควรได้โปรตีนวันละ 2-3 กรัม ต่อนํ้าหนักตัว 1 กิโลกรัมและควรเป็นโปรตีนที่ไดจ้าก เนื้อสัตว์ ไข่ นม
วิตามิน เกลือแร่
ผู้ป่วยถูกความร้อนลวกและสูญเสียวิตามิน เกลือแร่มาก ระยะนี้จำเป็นต้องได้อาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่ให้พอ
นํ้า
ในระยะ 2-3 วันแรกผู้ป่วยจะสูญเสียน้ำไปมาก ทําให้ปริมาณเลือด ลดลง มีผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้น้อย ทําให้เนื้อเยื่อได้รับอาหารและ ออกซิเจนไม่พอ
โรคขาดสารอาหาร
โรคขาดโปรตีนและแคลอรี
ควาชิออร์กอร์ (kwashiorkor)
มีการขาดโปรตีนอย่างมาก เด็กมีอาการบวมเห็นได้ชัดที่ขา ๒ ข้าง เส้นผมมีลกัษณะบางเปราะ และร่วงหลุด ง่าย ตับโต มีอาการซึม และดูเศร้า ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อม ผิวหนังบางและลอกหลุด
มาราสมัส (marasmus)
ขาดทั้งกําลังงาน และ โปรตีน เด็กมีแขนขาลีบเล็ก เพราะทั้งไขมัน และกล้ามเนื้อ ถูกเผาผลาญมาใช้เป็น กำลังงาน เพื่อการอยู่รอด ลักษณะที่พบเห็น เป็นแบบหนังหุ้มกระดูก ผิวหนังเหี่ยว ย่นเหมือนหนังคนแก่ ไม่มีอาการบวม และตับไม่โต
อาหารที่เหมาะกับ ผู้ป่วยสารอาหาร
ขาดวิตามินเอ
แหล่งอาหารพบได้ในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ผักใบเขียว ผักผลไม้สีส้อ สีเหลือง
ขาดวิตามินดี
พบน้อยมากในพืชผัก พบมากในน้ำมันตับปลา ไขมัน นม เนย ตับสัตว์
ขาดวิตามินอี
พบได้ใน ถั่วเปลือกเเข็ง น้ำมันพืช เมล็ดทานตะวัน ผักโขม
ขาดวิตามินเค
พบได้ผักใบเขียว กล้วย ปลา ตับ
ขาดวิตามินบี 1
เนื้อหมู ปลา ไก่ ตับ ถั่วเมล็ด เมล็ดขาว
ขาดโฟเลท
พบได้ใน ยีส์ ตับ ไต เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ส้ม สตอเบอร์รี่
โรคอ้วน
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคอ้วน
ลดการรับประทานอาหารกลุ่มพลังงานสูง กลุ่ม ข้าวแป้ง ไขมัน ควรเลือกทาน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ลดการขนม หวาน นํ้าหวาน ที่ชอบกินจุกกินจิกระหว่างมื้อ
ควบคุมพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน เลือกบริโภคอาหารที่มีพลังงานต่ำไขมันต่ำ หวานน้อย ใยอาหารสูง
เลือกดื่ม ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่นํ้าตาล ใส่นํ้าตาลเทียมแทน ใส่นมสดจืด สูตรพร่องมันเนย หรือสูตรขาดมันเนย แทนครีมเทียม เลือกดื่มนํ้าอัดลมที่ไม่มีนํ้าตาล เช่น ซีโร่ แม๊ก (แต่ไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน)
เลือกเมนูผ่านการปิ้ง นึ่ง อบ ย่าง ต้ม ตุ๋น แกงไม่ใส่กะทิ มีพลงังานต่ำกว่า เมนูผ่านการทอด ผัด แกงกะทิ มีพลังงานสูง ไขมันสูง จึงควรลดหรือทานให้น้อยที่สุด
เลือกรับประทานกลุ่มเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ คลอเลสเตอรอลต่ำ หลีกเลี่ยง อาหารที่มีไขมันทรานซ์ เพิ่มไขมันเลว(LDL-chol)แฝงอยู่ในขนมเบเกอรรี่ อาหารที่ผ่านนํ้ามันทอดซํ้า
โรคทางเดินอาหาร
อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร
1.อ่อนนุ่ม ไม่มีกากาหรือใย ไม่มีเม็ด และเปื่อยนุ่ม
2.อาหารมีรสอ่อน อาจใส่เครื่องปรุ่งต่างๆ ไดท้ี่ไม่ทำให้อาการของ โรคกำเริบขึ้น
3.ช่วยให้ความเป็นกรดในกระเพาะลดลง อาหารจำพวกโปรตีน เช่น ไข่ นม
4.เป็นอาหารที่อยู่ในกระเพาะได้นานพอสมควร เพื่อทำให้ฤทธิ์ของกรด ในกระเพาะ อาหารลดลง
อาหารไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร
เครื่องเทศต่างๆ มีรายงานว่า อาหาร จําพวกพริก พริกไทย กานพลู ลูก จันทร์ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งกรด และความระคายเคืองต่อเยื่อบุ กระเพาะและลําไส้
เครื่องดื่มจำพวก ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ ซ่ึ่มีคาเฟอีนและแอลกฮอล์ จะกระตุ้น การหลังกรดในกระเพาะ
ผัก ผลไม้ดิบ มักทำให้เกิดก๊าซ และมีอาการแน่น ท้องอืด และปวดท้องเพิ่มขึ้น
ผักที่มีก๊าซมาก ได้แก่ ผักกระถิน ผักกระเฉด กระเทียมดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี ข้าวโพด ผักคะน้า ชะอม แตงกวา
ผลไม้ที่ก๊าซมาก ได้แก่ แตงโม แตงไทย ทุเรียน