Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้คลอดที่มีภาวะแทรกซ้อน
ในระยะคลอด
w644, pregnant (4),…
การพยาบาลผู้คลอดที่มีภาวะแทรกซ้อน
ในระยะคลอด
Amniotic Fluid Embolism
พยาธิสรีรภาพ
1. ส่วนประกอบของน้ําคร่ําหลุดเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดปอด
ทําให้ระบบการไหลเวยนเลือดภายในปอดถูกอุดกั้นอย่างเฉียบพลัน ทําให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดเกิดขึ้นไม่ได้หรอลดลง รายที่รุนแรงจะมีการหดเกรงของหลอดลมและหัวใจหยุดเต้น
2. ส่วนประกอบของน้ำคร่ำหลุดเข้าไปอุดตันในกระแสเลอดของผู้คลอด
ร่างกายของผู้คลอดจะ เกิดปฏิกิริยาแพ้สารต่างๆที่เป็นส่วนประกอบของน้ำคร่ำสารเคมในน้ำคร่ำจะมผลทำให้เลือดแข็งตัวเป็นก้อนเลือดเล็กๆ กระจายทั่วร่างกายและทําให้มีอาการเช่นเดียวกับการเกิดภาวะ DIC คือ ร่างกายจะปรับตัวโดยการสร้างเอ็นไซม์ขึ้นมาเพื่อย่อยสลายก้อนเลือดเล็กๆ ทําให้ปริมาณเกล็ดเลือดและไฟบรโนิเจนในร่างกายลดลง
น้ำคร่ำจะพลัดเข้าสู่กระแสเลือดทางฝายมารดาได้
- ผ่านเยื่อหุ้มทารกชั้น amnion และ Chorion
- มีการเปิดติดต่อเข้าหลอดเลือดดําของฝ่ายมารดา
- มีความแตกต่างของแรงดันสูงพอที่จะดันให้น้ําคร่ําผ่านเข้าสู่กระแสเลือดดําของฝ่ายมารดา
ผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากน้ำคร่ำพลัดเข้าสู่กระแสเลือด
- เกิดการอุดตันของหลอดเลือดดําเล็ก ๆ ในปอด
- เกิดภาวะ Anaphylactoid reaction
- เลือดที่ไหลจากปอดเข้าสู่หัวใจซีกซ้ายลดลงทันทีทันใด
- ความดันในหลอดเลือดของปอดสูงขึ้น
- อัตราการแลกเปลี่ยนของก๊าซออกซิเจนในกระแสเลือด
- มีภาวะผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดตามมา
อาการและอาการแสดง
🩸มีอาการหนาวสั่น
🩸เหงื่อออกมาก
🩸คลื่นไส้ วิตกกังวล และพักได้น้อย
🩸 กระสับกระส่าย
🩸หายใจลําบาก เขียว
🩸หัวใจเต้นเร็ว
-
ภาวะแทรกซ้อน
💉ช็อกและเสยชี ีวิตภายใน 1 ชั่วโมงหลังเกิดปัญหา
💉เกิดภาวะน้ําท่วมปอด
💉ทารกในครรภ์เสียชีวิต
💉ผู้คลอดเสียสมดลการแข็งตัวของเลือด
การวินิจฉัย
1. การซักประวัติ
🩺ประวัติครอบครัวว่ามีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้หรือไม่
🩺ประวัติน้ําเดินก่อนมาโรงพยาบาล
2.ประเมินจากอาการและอาการแสดงของผู้คลอด
3.การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
🩺การทํา EKG
🩺การเจาะเลือดเพื่อหาปริมาณออกซิเจน
🩺การทํา CXR
ความหมาย
✏ภาวะที่ส่วนประกอบต่างๆของน้ำคร่ำ เช่น น้ำ ไขมัน เส้นผม ขน และขี้เทาของทารก หลุดเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิตของผู้คลอดและไปอุดตันที่หลอดเลือดปอดมีผลทําให้เกิดภาวะล้มเหลวของการทํางาน
ในระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบหายใจถ้าผู้คลอดไม่เสียชีวิตทันทีจะทําให้เกดความผิดปกติเกี่ยวกับกลไกการแข็งตัวของเลือด
อุบัติการณ์
✏1 รายต่อการคลอด 8,000-80,000 ครั้ง
แนวทางการรักษา
1.แก้ไขภาวะล้มเหลวของระบบหัวใจและการหายใจของผู้คลอดอย่างเร่งด่วน
2.ถ้าทารกในครรภ์ยังมีชีวิตอยู่ต้องทําการผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้องโดยด่วน
3.บันทึกความดันโลหิต
4.บันทึกปริมาณจานวนน้ำเข้า – น้ําออก
5.เจาะเลือดตรวจ PT , PTT, Platelet count
Retained placenta
ความหมาย
🎈ภาวะที่รกหรือชิ้นส่วนของรกไม่คลอดออกมาภายหลังทารกคลอดและช่วงเวลาของการคลอดระยะที่ 3 นานเกนิ 30 นาที
อุบัติการณ์
ประมาณ 1:2,000 ถึง1:3,570
- Placenta accrete พบร้อยละ 80
- Placenta increta พบร้อยละ 15
- Placenta percreta พบร้อยละ 5
สาเหตุ
1.ขาดกลไกของการลอกตัว
- รกปกติแต่มดลูกไม่มีการหดรัดตัว
- รกผิดปกติแม้มดกจะมีการหดรัดตัวได้ดี
แต่ก็ไม่สามารถลอกออกมาได้
2.ขาดกลไกของการขับดัน
3.สาเหตุส่งเสริม
- ทําคลอดรกก่อนรกลอกตัว
- เคยมีประวัติรกค้าง
- ตั้งครรภ์ที่หกเป็นต้นไป
- เคยทําหัตถการที่ส่งเสริมให้เกิดภาวะรกค้าง
- มดลูกมีลักษณะผิดปกติ
- รกเกาะแน่น
ชนิดของรกเกาะลึก
- Placenta accreta
- Placenta increta
- Placenta percreta
อาการและอาการแสดง
♥ระยะหลังรกคลอดนาน 15-30
นาที
พบว่ามดลูกหดรัดตัวไม่ดีหลังคลอด
♥เลือดออกทางช่องคลอดจำจวนมาก
♥ ตรวจรกพบว่ามีบางส่วนของเนื้อรก หรือ Membranes ขาดหายไป
♥กระสับกระส่าย ชีพจรเบาเร็ว ตัวเย็นซีด เหงื่อออกความดันโลหิตลด
ต่ำลง ระดับความรู้สึกตัวลดลง
-
การรักษา
1.ให้ยาช่วยกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
2.ให้ยาเพื่อให้เกิดการคลายตัวของปากมดลูก
3.ล้วงรก
4.ขูดมดลูก
5.ตัดมดลูก
การพยาบาล
1.ช่วยเหลือการคลอดรกที่ลอกแล้วแต่ค้างอยู่ภายในช่องคลอด
2.ตรวจดูอาการแสดงต่าง ๆ ของรกที่ลอกตัวสมบูรณ์แล้ว
3.ช่วยเหลือการคลอดรกที่ยังค้างอยู่ภายในโพรงมดลูก
4.ตรวจการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ถ้าไม่มีการหดรัดตัว
- สวนปัสสาวะ
- อาจลองทําคลอดรกด้วยวิธีดึงสายสะดือ
Uterine inversion
ชนิดของมดลูกปริ้น
- มดลูกปลิ้นบางส่วน
- มดลูกปลนแบบสมบูรณ์
การปลิ้นของมดลูกออกตามระยะเวลา
- ระยะเฉียบพลัน
- ระยะกึ่งเฉียบพลัน
- ระยะเรื้อรัง
สาเหตุ
- การกดที่บริเวณยอดมดลูก
- ภาวะมดลูกไม่แข็งตัวและการฝังตัวของรกผิดปกติ
- หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับยา Magnesium Sulfate
อาการและ
อาการแสดง
- มีอาการตกเลือด
2.มีอาการปวดภายในช่องทองอย่างรุนแรง
3.ไม่สามารถคลํายอดมดลูกได้
4.มีอาการแสดงของภาวะช็อก
การวินิจฉัย
- จากอาการและอาการแสดง
- การตรวจทางหน้าท้อง
พบว่าไม่สามารถคลํายอดมดลูกทางหน้าท้องได
- การตรวจภายในพบยอดมดลกปลิ้นออกมา
ทางช่องคลอดหรือพ้นช่องทางคลอดออกมา
ภาวะแทรกซ้อน
- มีภาวะตกเลือดหลังคลอด
2.มีภาวะช็อก
-
หลักในการรักษา
- การทําให้มดลูกกลับเข้าไปด้านในทันทีที่วินิจฉัยได้
2.ควรทําคลอดรกภายหลังจากที่ผู้คลอดได้สารน้ํา
มาหลอดเลือดดําและการดมยาสลบ
3.การช่วยเหลือ
ด้วยการผ่าตัด
4.ป้องกันและแก้ไขภาวะช็อกด้วยการให้สารน้ำและให้ออกซิโตซิน
การพยาบาล
- การดูแลผู้คลอดขณะเกิดภาวะมดลูกปลิ้น
- การดูแลผ้คลอดภายหลังจากดันมดลูกกลับเข้าที่แล้ว
3.อธิบายให้ผู้คลอดทราบถึงสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น
4.ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะที่เกิดขึ้นและการรักษา
Prolapsed cord
-
-
-
สาเหตุ
:explode:ส่วนนาไม่กระชับกับส่วนลางของช่องเชิงกราน
:explode:ภาวะรกเกาะต่ำ
:explode:ศีรษะของทารกอยู่สูง
:explode:การทําสตูิศาสตร์หตถการ
:explode:ความยาวของสายสะดือ
:explode:ครรภ์หลัง โดยเฉพาะ grand multipara
อาการและอาการแสดง
1.พบมีสายสะดือโผล่พ้นช่องคลอดหรือสามารถคลําสายสะดือได้ขณะทําการตรวจทางช่อง
คลอด
2.พบหัวใจของทารกเต้นช้ากว่าปกติ
3.หัวใจเต้นช้าอย่างไม่สม่ําเสมอ
ภาวะแทรกซ้อน
:no_entry:ผลต่อมารดา
- อาจทําให้เกิดภาวะติดเชื้อกับมารดาภายหลังคลอดได้
:no_entry:ผลต่อทารก
- เกิดภาวะขาดออกซิเจนและอาจเสียชีวิตถ้าไม่ได้รับการแก้ไข
แนวทางการรักษา
1. กรณีที่ผู้คลอดมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดสายสะดือพลัดต่ำ
💊ควรแนะนําให้ผู้คลอดมาโรงพยาบาลทันทีเมื่อถุงน้ำคร่ำแตก
💊หากถุงน้ําแตกมาแล้ว ควรให้ผู้คลอดนอนพักบนเตียงจนกว่าจะ มีการตรวจพบว่าส่วนนําลงไปกระชับกับส่วนล่างของมดลูกแล้ว
💊การเจาะถุงน้ําคร่ําในระยะคลอดควรกระทําด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง
2. ในกรณีที่พบว่ามสายสะดือพลัดดต่ำ
💊ใช้มือดันส่วนนําของทารกเพื่อให้กดสายสะดือน้อยลง
💊ให้ออกซิเจน 100% แก่มารดา
💊. ให้ยาคลายกล้ามเนื้อมดลูก
-
-
-
-
-
-
ประทุมา ฤทธิ์โพธิ์.(2563).เอกสารประกอบการสอนการพยาบาลผู้คลอดที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะคลอด
จิราวัลณ์ วินาลัยวนากูล.(2561).ภาวะผิดปกติที่พบบ่อยในระหว่างการคลอด:
การนำไปใช้ในการสอนนักศึกษาพยาบาล.วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม,19(37),135-147