Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบตาและการมองเห็น - Coggle Diagram
ระบบตาและการมองเห็น
ต้อกระจก
การวินิจฉัยโรค
3.หากพบเกิดจากการติดเชื้อจะตรวจหาเชื้อโดยวิธี polyrnerase chain reaction, การตรวจหาภูมิของร่างกายต่อเชื้อโรค Antibody) วิธีนี้ทำได้ แต่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและมีราคาค่อนข้างแพง-การตรวจกระจกตาด้วยกล้องคอนโฟคอล (Confocal microscope)
การตรวจนี้สามารถใช้สภาพเนื้อเยื่อกระจกตาได้เป็นชั้น ๆ โดยที่ไม่ต้องตัดเนื้อกระจกตามาตรวจดังนั้นจึงมีประโยชน์ในการหาสาเหตุของกระจกตาติดเชื้อที่ใช้เวลาการเพาะเชื้อนานเช่นโรคกระจกตาติดเชื้อราหรือติดเชื้ออมีบาทำให้แพทย์พบสาเหตุและรักษาโรคได้รวดเร็วขึ้น
2.เมื่อตรวจดูตาจะพบว่าแก้วตามีลักษณะขุ่นขาว เมื่อใช้ไฟส่องผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตาพร่า เมื่อใช้เครื่องส่องตา (Ophthalmoscope) ตรวจดูจะไม่พบปฏิกิริยาสะท้อนสีแดง (Red reflex)
การซักประวัติ
-
เกิดปัญหาที่ตาข้างใดหรือทั้งสองตาข้างใดเกิดก่อนข้างใดแย่กว่าผู้ป่วยเคยลองเอามือปิดตาทีละข้างดูหรือไม่
-
-
ถามถึงประวัติอุบัติเหตุทางตา โรคไทรอยด์ โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพราะสามารถเป็นสาเหตุของอาการมองเห็นภาพซ้อน
ถามยาที่รับประทานเป็นประจํา
เช่น ยาในกลุ่ม Steroids ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบรับประทานหยอดตาพ่นหรือฉีดสามารถทำให้เกิดต้อกระจกชนิต Posterior Subcapsular cataract และต้อหินชนิด Steroid induced glaucomaได้
-
การรักษา (treatment)
- การรักษาด้วยยายาที่ใช้รักษาในโรคกระจกตามักจะเป็นยาหยอดตาฆ่าเชื้อต่างๆยาหยอดตาลดอักเสบยาหยอดน้ำตาเทียม
- การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา (corneat transplantation) ปัจจุบันมีหลายวิธีการจะเลือกผ่าตัดแบบไหนขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพเกิดขึ้นในกระจกตา
- การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเทียม (Keratoprosthesis)
- การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดกระจกตา (Limbal stem cett transplantation)
ความหมาย
คือ ภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัว ทำให้แสงไม่สามารถเข้าไปในตาได้ตามปกติ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนหรือมีอาการตามัว
สาเหตุของโรค
ต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมของโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเลนส์ตา ทำให้เลนส์ตาขุ่น หรือนิวเคลียสแข็งขึ้น โดยจะพบความเปลี่ยนแปลงนี้สัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น มักพบมากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดจากมารดาติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์
-
เยื่อบุตาอักเสบ
-
-
-
การวินิจฉัย
-
การตรวจร่างกาย
-
ตรวจทั้งเยื่อบุตาทางด้านในของหนังตา และที่คลุมอยู่บนตาขาว เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของสี ของความเรียบความหนาบาง น้ำตา ขี้ตา ฝุ่นผงหรือสิ่งแปลกปลอม และความปกติอื่นๆ
ต้อลม ต้อเนื้อ
ต้อลม (ตาลม) เป็นก้อนเนื้อนูนที่บนเยื่อบุตาขาว ข้างกระจกตาดำ มีลักษณะเป็นแผ่นหนาหรือนูนกลมสีขาวเหลือง มักพบทางด้านหัวตามากกว่าหางตา บางครั้งเกิดได้ทั้งสองบริเวณ
-
ต้อเนื้อ (ตาลิ้นหมา) เป็นต้อลมที่ขยายตัวใหญ่และหนาขึ้น จนลามเข้าไปในกระจกตาดำ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งมีฐานอยู่ที่ตาขาว และยอดแหลมยื่นเข้าไปในกระจกตาดำ อาจเกิดได้ทั้งด้านหัวตาและหางตา แต่มักพบได้บ่อยบริเวณด้านหัวตา
สาเหตุ
เกิดจากดวงตาถูกรังสีอัลตราไวโอเลต (รังสียูวี) ในแสงแดดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ทำให้เซลล์เยื่อบุตาขาวสร้างสารประเภทโปรตีนและไขมันมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นก้อนหรือแผ่นหนาบนเยื่อบุตาขาวข้างกระจกตาดำ
อาการแสดง
อาการผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใด ๆ แต่ถ้ามีอาการต้อลมอักเสบตาจะแดงช้ำในบริเวณรอบต้อและรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีผงเข้าตาทั้งนี้ต้อลมและต้อเนื้อไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง แต่จะทำให้ตาเกิดการอักเสบได้มากกว่าปกติควรป้องกันไม่ให้ต้อลมอักเสบบ่อยเพราะจะทำให้กลายเป็นต้อเนื้อที่มีเนื้อเยื่อลามเข้าไปบังที่จุดศูนย์กลางของกระจกตาดำทำให้ตามัวลงจนมองเห็นไม่ชัด
-
ต้อหิน
-
การวินิจฉัย
การซักประวัติ
-
มีโรคที่มีผลต่อระบบหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคที่ทำให้หลอดเลือดเล็ก ๆ อักเสบเรื้อรังหรือไม่
-
-
-
-
ถามยาที่รับประทานเป็นประจํา
เช่น ยาในกลุ่ม Steroids ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบรับประทานหยอดตาพ่นหรือฉีดสามารถทำให้เกิดต้อกระจกชนิต Posterior Subcapsular cataract และต้อหินชนิด Steroid induced glaucomaได้
-
สาเหตุ
เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตา หรือเส้นประสาทตาถูกทำลาย โดยเป็นเส้นประสาทที่เชื่อมระหว่างตากับสมอง ปัจจัยหลักมาจากความดันในลูกตาสูง ซึ่งเกิดจากการระบายน้ำออกของลูกตามีการอุดตันและเสื่อมสภาพ ทำให้ระบายน้ำออกจากลูกตาได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้ความดันภายในลูกตาเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนทำลายประสาทตาในที่สุด
-