Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาระบบประสาทกล้ามเนื้อและกระดูก - Coggle Diagram
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาระบบประสาทกล้ามเนื้อและกระดูก
บทบาทของพยาบาลในการดูแลเด็กที่มีความผิดปกติของระบบประสาท
การรวบรวมข้อมูลภาวะสุขภาพ
การประเมินสัญญาณชีพ
การประเมินทางระบบประสาท
ระดับความรู้สึกตัว
การสื่อสารทางคำพูด
การเคลื่อนไหวและการทรงตัว
การลืมตาและรูม่านตา
การตรวจพิเศษ
ตรวจน้ำไขสันหลัง
ตรวจคลื่นสมอง
MRI
การดูแลเด็กที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท
การให้คำแนะนำบิดามารดาของผู้ป่วยเด็กโรคทางระบบประสาท
ความไม่รู้สึกตัว
เป็นภาวะการทำงานของสมอง ที่ไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า แม้ว่าสิ่งเร้าจะรุนแรงหรือทำให้เจ็บปวดก็ตาม
ระดับของความรู้สึกตัว
รู้สึกตัวดี (Full consciousness)
ตื่นและรู้สึกตัวดี
รับรู้เวลา บุคคล สถานที่ ปกติ
พฤติกรรมเหมาะสมกับวัย
ความรู้สึกสับสน ( Confusion)
สับสน
ผิดปกติเกี่ยวกับการตัดสินใจ
การรับรู้ผิดปกติ ( Disorientation )
ไม่รับรู้เวลา บุคคลและสถานที่
ระดับความรู้สึกตัวลดลง
ความรู้สึกง่วงงุน ( Lethagy / Drowsy )
เคลื่อนไหวได้เล็กน้อย
ง่วงงุน พูดช้า สับสน
กระตุ้นด้วยสิ่งเร้าหรือปลุก ผู้ป่วยจะโต้ตอบได้ปกติ
ถ้าไม่สามารถโต้ตอบได้ คือ Obtundation
ความรู้สึก Stupor
ผู้ป้วยไม่รู้สึกตัว หลับลึก แต่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่รุนแรงได้และกระตุ้นซ้ำๆหลายครั้ง
การเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงครางเบาๆ ตอบสนองค่อนข้างช้า
หมดสติ (coma)
ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถตอบสนองทั้งด้านการเคลื่อนไหวหรือทางวาจา ต่อสิ่งกระตุ้น ต่างๆ
ท่าทาง ( Posturing ) ของเด็ก
ในภาวะไม่รู้สึกตัว
ท่า Decorticate posturing
ในภาวะหมดสติ
ท่า Decerebrate posturing
ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexes)
ในช่วงหมดสติระดับลึก (deep coma) จะพบว่า reflexes ต่างๆ ของเด็กจะหายไป
Glasgow Coma Scale ในเด็ก
การตอบสนองด้วยการลืมตา (Eye opening : E)
การตอบสนองการพูด (Verbral response : V)
กรณีเด็กอายุ 5 – 18 ปี
การตอบสนองด้วยการเคลื่อนไหว (Motor response : M)
กรณีเด็กอายุ 5 – 18 ปี
ภาวะไม่รู้สึกตัว ร่วมกับการเคลื่อนไหวผิดปกติ
อาการสำคัญ คือ ชักเกร็ง ซึม ไม่ดูดนม
กรณีที่ 1 ไม่มีไข้ นึกถึง ความผิดปกติของสมองที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บ (Head Injury) เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) โรคลมชัก (Epilepsy)
กรณีที่ 2 มีไข้ นึกถึง ความผิดปกติที่สมองทีเกิดจากการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง สมองและไขสันหลัง (Meningitis ;Encephalitis; Tetanus)
กรณีที่ 3 มีไข้สูง เกิน 38 °c อายุ ประมาณ 6 เดือน – 5 ปี ไม่มีการติดเชื้อของระบบประสาทนึกถึง Febrile convulsion
การตรวจกำลังกล้ามเนื้อ
ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อเลย = 0
มีการหดตัวของกล้ามเนื้อบ้างเล็กน้อ แขนขา ขยับ ได้บ้างเล็กน้อย = 1
มีการหดตัวของกล้ามเนื้อมากกว่าระดับ 1 แต่ยกแขน หรือขาไม่ได้ = 2
กล้ามเนื้อมีแรงพอที่จะยกแขน ขา ได้โดยไม่ตก = 3
มีแรงยกแขน ขา ต้านแรงผู้ตรวจได้บ้าง = 4
กล้ามเนื้อมีแรงปกติเหมือนคนทั่วไป = 5
ภาวะชักจากไข้สูง ( Febrile convulsion)
อาการชักที่สัมพันธ์กับการมีไข้ โดยไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อของระบบประสาทหรือความไม่สมดุลย์ของเกลือแร่
ปัจจัยเสี่ยงของการชักซ้ำ
อายุ โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการชักครั้งแรกในช่วงอายุก่อน 1 ปี
มีความผิดปกติของระบบประสาทก่อนมีอาการชัก
ประวัติการชักของสมาชิกในครอบครัว
ไข้ที่เกิดร่วมกับการติดเชื้อ
สาเหตุ
การติดเชื้อในระบบต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ระบบประสาท
อาการ
มีอาการชักเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส
อาการชักเกิดขึ้นภายใน 24 ชม.แรกที่เริ่มมีไข้
เกิดในเด็กอายุ 3 เดือน ถึง 5 ปี พบมากช่วงอายุ 17 – 24 เดือน
ชนิดของการชักจากไข้สูง
Simple febrile seizure (primary febrile seizure)
มีไข้ร่วมกับชักในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี
การชักเป็นแบบทั้งตัว (generalized seizure)
ระยะเวลาการชักเกิดช่วงสั น ๆ ไม่เกิน 15 นาที
ไม่มีการชักซาในการเจ็บป่วยครั้งเดียวกัน
ก่อน – หลัง ชักไม่มีอาการทางระบบประสาท
Complex febrile seizure
การชักเป็นแบบเฉพาะที่หรือทั้งตัว (Local or Generalized seizure)
ระยะเวลาการชักเกิดนานมากกว่า 15 นาที
เกิดการชักซาในการเจ็บป่วยครั งเดียวกัน
หลังชักจะมีความผิดปกติของระบบประสาท
อาการชักชนิด complex มีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคลมชัก แพทย์
จะให้ยาป้องกันการชัก เช่น Phenobarbital หรือ Valproic acid
การประเมินสภาพ
การซักประวัติ
ไข้ , การติดเชื้อ , ประวัติครอบครัว , การได้รับวัคซีน , โรประจำตัว
ประวัติการชัก , ระยะเวลาของการชัก
ประเมินสภาพร่างกาย การตรวจร่างกาย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจพิเศษอื่นๆ
โรคลมชัก ( Epilepsy )
ภาวะทางระบบประสาทที่ทาให้เกิดอาการชักซ้ำๆ อย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป
ผลจากเซลส์ประสาทสมองปล่อยคลื่นไฟฟ้าผิดปกติ เกิดเป็นครั้งคราวทันทีทันใดและรุนแรง
มีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อลาย การรับความรู้สึก อวัยวะภายในโดยแสดงออกทางระบบประสาทอัตโนมัติ พฤติกรรมผิดปกติและความรู้สึกตัวลดลง
อุบัติการณ์
พบได้บ่อยในเด็กโรคระบบประสาท พบได้ร้อยละ 4-10 ของเด็กทั่วไป
อายุที่มีอุบัติการณ์บ่อยคือ 2-5 ปี และเมื่ออายุเพิ่มขึ้นอุบัติการณ์จะลดลง
อัตราการเกิดพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
สาเหตุ
ไม่ทราบสาเหตุ : จากความผิดปกติของ Neurotransmission ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน
ทราบสาเหตุ
ติดเชื้อระบบประสาทส่วนกลาง , ภยันตรายระหว่างการคลอดหรือหลัง คลอด,ภยันตรายที่ศีรษะ,ความผิดปกติของสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
น้ำตาลในเลือดต่ำ,ความผิดปกติพัฒนาการทางสมอง,โรคหลอดเลือดสมอง,สารพิษและยา,โรคระบบประสาทร่วมกับความผิดปกติของผิวหนัง, โรคทางพันธุกรรม
กลุ่มที่หาสาเหตุไม่ได้ : มีพยาธิสภาพภายในสมอง จัดอยู่ในกลุ่ม Symtomatic epilepsy
อาการและอาการแสดง
Preictal period คือ ระยะก่อนอาการชัก
อาการนา (Seizure prodromes) อาการบางอย่างที่นามาก่อนมีอาการชัก อาจเกินนานหลายนาที
อาการเตือน (Aura) ลักษณะอาการเตือนแตกต่างกันตามตาแหน่งของสมอง เช่น มีอาการปวด ชา เห็นภาพหลอน
Ictal event หรือ Peri-ictal period
ระยะที่เกิดอาการชัก มีระยะเวลาตั้งแต่วินาที จนถึงนาที มักจะไม่นานเกินครึ่งชั่วโมง
เกิดขึ้นทันทีทันใด
เกิดในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 5 นาทีและหยุดเอง มีส่วนน้อยที่ชักและดำเนินต่อเนื่องเป็น Status epilepticus
เกิดขึ้นเองแต่บางครั้งมีปัจจัยกระตุ้น
ส่วนใหญ่มีลักษณะเหมือนกันทุกครั้ง
Postictal peroid
ระยะเวลาเมื่อการชักสิ้นสุดลง มีอาการทางคลินิค มีการเปลี่ยนแปลงคลื่นไฟฟ้าสมอง ระยะนี้ อาจเกิดนานหลายวินาทีถึงหลายวันก็ได้ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
มีอาการ คือ สับสน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
Postical paralysis หรือ Todd’s paralysis กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉพาะที่
Automatism
การเคลื่อนไหวร่างกายไปโดยอัตโนมัติขณะชัก มักเป็นการเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อ
เคี้ยวปาก กระพริบตาถี่ๆ ตีมือคว่ำหงายสลับกัน
Interictal peroid
ช่วงเวลาระหว่างการชัก เริ่มตั้งแต่ระยะเวลาหลังการชักหนึ่งสิ้นสุดลงไปจนถึงเริ่มเกิดชักครั้งใหม่ โดยทั่วไปจะไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่อาจพบคลื่นไฟฟ้าสมองที่ผิดปกติ
ชนิดและกลุ่มอาการชัก
ลักษณะของอาการชัก
อาการชักเฉพาะที่ (Partial / Focal seizure)
ชักเฉพาะที่แบบมีสติ (Simple partial seizures /Simple focal seizure)
อาการชักเฉพาะที่แบบขาดสติ (Complex partial seizures /Complex focal seizure)
อาการชักเฉพาะที่ตามด้วยอาการชักทั้งตัว (Focal with secondarily generalized seizures)
อาการชักทั้งตัว (Generalized seizures) เกิดการเสียหน้าที่ของสมองทั้ง 2 ซีก
อาการชักเหม่อ (Absence)
กลุ่มอาการชักเหม่อแบบตรง (Typical absence seizures)
อาการชักเหม่อที่ไม่รู้ตัวหรือไร้สติเท่านั้น
อาการชักเหม่อที่มีอาการกระตุกหรือสะดุ้งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
อาการชักเหม่อที่มีอาการตัวอ่อนร่วม
อาการชักเหม่อที่มีอาการเกร็งกล้ามเนื อ ร่วม อาการเกร็งเฉพาะที่กล้ามเนื้อใบหน้าหรือคอ
อาการเกร็งกระตุก (Tonic clonic seizures)
อาการชักกระตุก (Clonic seizures)
อาการชักเกร็ง (Tonic seizures)
อาการชักตัวอ่อน (Atonic seizures)
อาการชักสะดุ้ง (Myoclonic seizures)
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ( Meningitis)
เป็นการอักเสบเฉียบพลันของเยื่อหุ้มสมองชั้นในสุดและอแรคนอยด์ที่อยู่รอบๆ
สมองและไขสันหลังและเยื่อหุ้มสมองถูกทาลาย ส่วนมากพบในเด็กอายุต่ากว่า 5 ปี ที่พบบ่อย
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 3 ตัว คือ Haemophilus influenzae, Neisseria meningitidis, Streptococcus peumoniae
อุบัติการณ์
เกิดในช่วงหน้าหนาว เพราะเป็นช่วงที่ระบบต้านทานในทางเดินหายใจทางานน้อยลง
พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
เชื้อมักจะเข้าทางหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) โพรงอากาศจมูกอักเสบ (Sinusitis) เชื้อ Neisseria meningococcus พบได้ทั้งในเด็กและวัยรุ่น
อาการและอาการแสดง
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดข้อ ชักและซึมลงจนหมดสติ มีอาการคอแข็ง
ตรวจพบ Kernig sign และ Brudzinski sign ให้ผลบวก Babinski ได้ผลบวก
อาการที่แสดงว่าเส้นประสาทสมอง ถูกรบกวนหรือทำลาย (คู่ที่ 3, 4, 5, 6, 7, 8)
รายที่เกิดจากเชื้อเมนิงโกคอคคัส
ตรวจพบผื่นแดงที่ผิวหนัง จุดเลือดออก
กระจายทั่วๆ ไป รวมทั้งมีเลือดออกที่ต่อมหมวกไต
การประเมินสภาพ
การตรวจน้ำไขสันหลัง CSF
ค่าปกติของน้าไขสันหลัง จะไม่มีสี
ความดันระหว่าง 75 – 180 มม.น้ำ (5 – 15 มม.ปรอท)
ไม่มีเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว
โปรตีน 15 – 45 mg / 100 ml (1% ของ serum protein)
กลูโคส 50 – 75 mg / 100 ml.
คลอไรด์ 700 – 750 mg / 100 ml.
Culture & Latex agglutination
เยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉัยบพลันจากแบคทีเรีย
กลูโคสจะต่ำ โปรตีนจะสูง PMN > 300 /mm³
เยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันจากไวรัส
กลูโคสจะปกติ โปรตีนจะมีค่าปกติหรือสูง โมโนนิวเคลียร์ > 300 /mm³
เยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉัยบพลันจากวัณโรค
กลูโคสจะต่ำ โปรตีนจะสูง PMNและโมโนนิวเคลียร์ > 300 /mm³
โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Meningitis )
เชื้อสาเหตุ
Neisseria meningitides เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ
ที่พบบ่อยๆ คือ ซีโรกรุ๊ป A,B, C, Y และ W135
การเก็บและส่งตัวอย่างตรวจ
ทางชีวเคมี และวิธี PCR (กรณีเก็บตัวอย่างเชื้อบริสุทธ์)
ตรวจหาค่า Minimum inhibition concentration (MIC)
วิธี seminested-PCR
ข้อบ่งชี้การตรวจ
ระยะติดต่อ
ผู้ที่สามารถแพร่เชื้อได้ คือ ผู้ที่ไม่มีอาการ(พาหะ)
ผู้ป่วยสามารถแพร่โรคได้
จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อในน้ามูก น้าลายแล้ว
ปกติเชื้อจะหมดไปจากช่องโพรงจมูกทางด้านหลัง
( nasopharynx ) ของผู้ป่วยภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยาต้านจุลชีพที่เหมาะสม
วิธีการติดต่อ
นี้ติดต่อจากคนไปสู่คน โดยเชื้อจะออกมาทางละอองน้ำมูก น้ำลาย
ผู้ป่วย โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 2-10 วัน (เฉลี่ย 3-4 วัน)
ผ่านระบบทางเดิน
หายใจ เชื้อนี้ทาให้เกิดโรคได้ 3 แบบ
แบบไม่มีอาการหรืออาการน้อย
แบบเชื้อแพร่เข้ากระแสเลือดหรือเลือดเป็นพิษ (meningococcemia)
แบบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitidis)
อาการและอาการแสดง
ไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจมีผื่นแดง จ้ำเลือด
(pink macules) ขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วยและอาจเกิดภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว
Meningococcemia
Acute Meningococcemia อาการเกิดอย่างฉับพลัน มีอาการปวดศีรษะ เจ็บคอและไอ เป็นอาการนามาก่อน ตามด้วยไข้สูง หนาวสั่น ปวดตามข้อ
Chronic Meningococcemia พบได้น้อย ส่วนใหญ่มักมีไข้ ผื่นตามผิวหนังอาจเป็น ผื่นแดงจ้า ปวดและเจ็บข้ออยู่เป็นเดือน ไข้จะเป็นๆ หายๆ
Fulminant Meningococcemia เป็นอย่างรุนแรง ระบบไหลเวียนโลหิตไม่
ทำงาน อาจ ช็อคถึงเสียชีวิตได้
Meningitis
มีอาการไข้ ปวดศีรษะ คอแข็ง ซึมและสับสน อาการจะแย่ลงอย่างรวด อาจพบอาการที่แสดงถึงการระคายเคืองของเยื่อหุ้มสมองผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีจ้าเลือดออกตามผิวหนัง
การรักษา
Glucocorticoid therapy ก่อนการให้ยาปฏิชีวนะ 15 นาที
ยาปฏิชีวนะ เช่น Ceftriaxone /PGS/Chloramphenicol
การรักษาแบบประคับประคองและตามอาการอื่นๆ
การป้องกันผู้สัมผัสโรค
บุคคลที่อยู่ร่วมกับผู้ป่วยในบ้านเดียวกัน และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด ต้องได้รับยาป้องกัน ได้แก่ Rifampicin หรือ ceftriaxone หรือ ciprofloxacin
การควบคุมและป้องกันโรค
ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคแก่ประชาชน
ใช้วัคซีนป้องกันโรค ใน Serogroups A, C, Y และ W135 ทั้งผู้ใหญ่และเด็กโต
สาหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่จะเดินทางไปในที่ที่มีการระบาด ฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรคได้
รีบให้ยาฆ่าเชื้อแก่ผู้สัมผัสที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยทันที
การรักษา ยา penicillin และ chloramphenical
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับความดันในสมองสูง
โรคอุทกเศียร : น้้าไขสันหลังคั่งในโพรงสมอง
ภาวะน้้าคั่งในกะโหลกศีรษะ (Hydrocephalus)
อาการสำคัญ
ศีรษะโตแต่กำเนิด
กระหม่อมหน้าโป่ง
ศีรษะโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับทรวงอก
(OF circumference > C circumference 2.5cms)
ปวดศีรษะ ซึม ไม่ดูดนม อาเจียนพุ่ง
Congenital Hydrocephalus ความผิดปกติในการสร้างน้าไขสันหลัง
Obstructive Hydrocephalus ความผิดปกติในการอุดกั้นทางเดินน้าไขสันหลัง
Communicate Hydrocephalus ความผิดปกติในการดูดซึมน้าไขสันหลัง post meningitis
อาการแสดงทางคลีนิก
หัวบาตร(Cranium enlargement)
หัวโตกว่าปกติเมื่อเทียบกับGrowth curve ปกติ
รอยต่อกะโหลกศีรษะแยกออกจากกัน (Suture separation)
รอยเปิดกะโหลกโป่งตึง (Fontanelle bulging)
หนังศีรษะบางและเห็นเส้นเลือดดำ
เสียงเคาะกะโหลกเหมือนหม้อแตก
อาการแสดงของความดันในกะโหลกศีรษะสูง
ตากลอกลงล่าง กลอกขึ้นบนไม่ได้
ตาเขเข้าในมองไปด้านข้างไม่ได้
รีเฟลกซ์ไวเกิน(Hyperactive reflex)
การหายใจผิดปกติ(Irregular respiration)
การพัฒนาการช้ากว่าปกติ
สติปัญญาต่ากว่าปกติ,ปัญญาอ่อน(Mental retardation )
เด็กเลี้ยงยากไม่รับประทานอาหาร(Failure to thrive)
การรักษา
การรักษาด้วยยา ยาขับปัสสาวะ Acetazolamide ช่วยลดการสร้างน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง ประมาณ 25-50%
การรักษาด้วยการผ่าตัด
การผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในโพรงสมองออกนอกร่างกาย
สายระบายจากโพรงสมอง(Ventricular shunt)
วาล์ว(Valve)และส่วนที่เก็บนาหล่อสมอง(Reservoir)
สายระบายลงช่องท้อง(Peritoneal shunt)
การผ่าตัดใส่สายระบายน้ำในโพรงสมองสู่ช่องในร่างกาย ผ่าตัดใส่สายระบายจาก
โพรงสมองลงช่องท้อง(Ventriculo-peritoneal shunt)
โพรงสมองลงช่องหัวใจ(Ventriculo-atrial shunt)
โพรงสมองลงช่องปอด(Ventriculo-pleural shunt)
โพรงสมองลงช่องใต้เยื่อหุ้มสมอง
โพรงสมองทารกในครรภ์ลงถุงน้ำคร่ำ
สายระบายน้ำในโพรงสมอง(CSF Shunt)
โรคแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
สายระบายน้ำในโพรงสมองมีการอุดตันหรือระบายมากเกิน
การติดเชื้อของสายระบายน้ำในโพรงสมอง
ภาวะโพรงสมองตีบแคบ(Slit ventricle)
ภาวะเลือดออกในศีรษะ เกิดเลือดออกในโพรงสมอง
ไตอักเสบ(Shunt nephritis)
อาการการเพิ่มของความดันในกะโหลกศีรษะสูง
การรักษา IICP
รักษาเฉพาะเช่น เนื้องอก การอุดกั้นทางเดินน้ำไขสันหลัง
การรักษาเบื้องต้น กรณีมี IICP สูงอย่างเฉียบพลัน
การจัดท่านอนนอนราบศีรษะสูง 15 – 30 องศา
กรณีผู้ป่วยมีซึม ไม่รู้สึกตัว แพทย์จะรักษาโดยการใส่ท่อหลอดลมคอและช่วยหายใจเพื่อลดความดัน PaCO2 ในหลอดเลือดแดงให้อยู่ระหว่าง 30 – 35mmHg
ให้ยาขับปัสสาวะ (Diuretic) ทางหลอดเลือดดำ
การรักษาความผิดปกติที่เกิดต่อเนื่องจากพยาธิสภาพเดิมหรือที่เกิดร่วม
Hydrocephalus : Obstructive , Communicating
ภาวะสมองบวม
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการสำคัญ
มีก้อนที่หลัง หรือที่หน้าผาก ขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง ปัสสาวะ อุจจาระ ตลอดเวลา นึกถึง Congenital Spina bifida occulta Meningocele Meningomyelocele
ไข้ร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีประวัติ ไม่ได้รับวัคซีน ไม่มีประวัติการคลอดในรพ. เป็นชนต่างด้าว นึกถึง Poliomyelitis
Spina Bifida
เป็นความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง มีถุงยื่นผ่านจากกระดูกไขสันหลังออกมาตามตาแหน่งที่บกพร่องนั้น
พบบ่อยที่สุดที่บริเวณ lumbosacrum
Spina bifida occulta
ผิดปกติกระดูกสันหลังส่วน Vetebral arches ไม่รวมตัวกัน เกิดเป็นช่องโหว่ระหว่างแนวกระดูกสันหลัง
เกิดบริเวณ L5 หรือ S1 ไขสันหลังและเยื่อหุ้มสมองยังอยู่ในกระดูกสันหลัง
Spina bifida cystica
ผิดปกติของการปิดของส่วนโค้งกระดูกสันหลังทาให้มีการยื่นของไขสันหลัง
เยื่อหุ้มสมองผ่านกระดูกออกมาให้เห็นเป็นถุงหรือก้อน มี 2 ชนิด
Meningocele
Myelomeningocele หรือ Meningomyelocele
การวินิจฉัย
การซักประวัติ
มารดาไม่ได้รับกรดโฟลิคขณะตั้งครรภ์ , ได้ยากันชักประเภท Valporic acid
การตรวจร่างกาย
แขนขาอ่อนแรง พบก้อนหรือถุงตามแนวกระดูกสันหลัง
การตรวจพิเศษ
การตรวจระดับ alpha fetoprotein ขณะตั้งครรภ์
ภาวะไม่รู้สึกตัวร่วมกับสติปัญญาบกพร่อง
อาการสำคัญ
ไม่รู้สึกตัว เกร็งเมื่อกระตุ้น หายใจไม่มีประสิทธิภาพ การดูดกลืนบกพร่อง เลี้ยงไม่โต ข้อติดแข็ง พัฒนาการล่าช้า
มีประวัติ สมองขาดออกซิเจน นึกถึง Cerebral palsy
สมองพิการ ( CP : Cerebral palsy )
ชนิดของสมองพิการ
กล้ามเนื้อหดเกร็ง (Splastic)
Splastic quadriplegia มีความผิดปกติกล้ามเนื้อแขนขา ทั้ง 2 ข้าง คอและลาตัวอ่อนผิดปกติ ศีรษะเล็ก น้าลายไหล
Splastic diplegia มีความผิดปกติกล้ามเนื้อแขนขาทั้ง 2ข้าง ขาเป็นมากกว่าแขน
Splastic hemiplegia ผิดปกติที่แขนขาซีกใดซีกหนึ่ง
Extrapyramidol cerebral palsy (athetoidsis) การ
เคลื่อนไหวผิดปกติตลอดเวลาขณะตื่น
Ataxia cerebral palsy มีเดินเซ ล้มง่าย กล้ามเนื้อตึงตัว น้อย ทรงตัวได้ไมดี สติปัญญาปกติ
Mixed type หลายอย่างร่วมกัน
อาการและอาการแสดง
มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการช้า โดยเฉพาะด้านการเคลื่อนไหว การทรงตัวผิดปกติ
ปัญญาอ่อน
อาการอื่นๆ ร่วม เช่น ชัก หูหนวก ตาบอด การรับรู้ผิดปกติปัญหาด้านการพูด
การประเมินสภาพ
ซักประวัติ
มารดามีการติดเชื้อขณะคลอด
คลอดท่าก้น
เด็กมีพัฒนาการช้ากว่าวัย ตัวเกร็งแข็ง
ประเมินร่างกาย
เส้นรอบศีรษะไม่เพิ่มขึ้น ท่าทางการเคลื่อนไหวผิดปกติ พัฒนาการไม่เป็นไปตามวัย
เป้าหมายการพยาบาลเด็กที่ไม่รู้สึกตัว
การทำทางเดินหายใจให้โล่ง
แรงดันภายในสมองต้องไม่เพิ่มขึ้น
ได้รับการดูแลขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ
ด้านอาหาร
คำแนะนำต่างๆในการรับประทานยากันชัก
ด้านการขับถ่าย
ด้านความสะอาด
ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับตา
ภาวะแทรกซ้อนทางผิวหนัง
ครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้รับความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับความเจ็บป่วย