Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เครื่องมือในการบำบัดทางการพยาบาลจิตเวช, นางสาวจันทราทิพย์ แก้วไข่ เลขที่…
เครื่องมือในการบำบัดทางการพยาบาลจิตเวช
การตระหนักรู้ในตัวเอง และการใช้ตนเองเป็นเครื่องมือเพื่อบำบัด
Carl R. Rogers เเบ่งตัวตน(Self) ออกเป็น3ลักษณะ
Real self ตัวตนที่แท้จริง ซึ่งบางคนอาจจะมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของตนเองก็ได้
Ideal self ตัวตนที่อยากมี อยากเป็น แต่ยังไม่มี ไม่เป็นในสภาวะปัจจุบัน
Perceived Self ตัวตนที่เราคิดว่า เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน
Self - awareness หมายถึง สะภาวะที่บุคคล รู้สึกตัว หรือ มีสติระลึกรู้ถึง ความคิด ความรู้สึก และการกระทำของตนเอง
Here and Now ทฤษฎีการให้คำปรึกษาเชองบำบัดแนวเกสตัลท์ (Gestait therapy)
ตระหนักรู้ในตัวเอง ในฐานะบุคคล (Self as a Person)
ตระหนักรู้ในตนเองในฐานะวิชาชีพ (Self as a Professonal)
การพัฒนาการรู้จักตนเอง
Johari's window
BLIND SELF ตัวเองรับรู้ คนอื่นไม่รับรู้
HIDDEN SELF คนอื่นรักบรู้ ตัวเองไม่รู้
OPEN SELF ตัวเองรับรู้ คนอื่นรับรู้
UNKNOWN SELF ตัวเองไม่รู้ คนออื่นไม่รู้
การเข้าใจตนเอง รับรู้ว่า ตนเองเป็นอย่างไร
การรับฟังข้อมูลจากบุคคลอื่น บุคคลต้องมีใจกว้าง ทำใจให้เป็นกลาง เปิดโอกาศให้ตนเองพัฒนา รับฟังด้วยความสงบเเละรู้สึกขอบคุณ
การเปิดเผยตนเอง ทำได้เมื่อเกิดสัมพันธภาพที่ดี การซื่อสัตย์ต่อความคิด ความรู้สึกของตนเอง และเเสดงออกไปตามธรรมชาติด้วยความจริงใจ
การฝึกฝน โดยการปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอทุกขั้นตอน จะทำให้เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่นยิ่งมากขึ้น
การใช้ตนเองเป็นเครื่องมือในการบำบัด
กิจกรรมสำคัญ คือ การสร้างสัมพันธภาพระหว่างพยาบาลและผู้ป่วยเพื่อการบำบัดทางจิต การใช้การสื่อสาร ตระหนักรู้ในตนเองอยู่ตลอดเวลา
องค์ประกอบที่สำคัญในการใช้ตนเองเพื่อการบำบัด
ความรักเพื่อมนุษย์ (love) การใส่ใจดูแลเอื้อาทร ห่วงใยต่อผู้ป่วย การให้ความรักแก่ผู้ป่วยจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณค่าในตนเอง
การเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย(empathy) การเข้าใจหรือเข้าถึงความรู้สึกและอารมณ์ที่แท้จริงของผู้ป่วย พยาบาลต้องมีความไวต่อความรู้สึก เเละความตระหนักรู้ในตนเอง
ความเข้าใจ (understanding)เข้าใจในความเป็นบุคคลของผู้ป่วยทั้งด้านความคิดความรู้สึก การกระทำ ความสามารถทางสติปัญญา
การยอมรับ (acceptance) การยอมรับความเป็นบุคคลที่จะเเสดงพฤติกรรมได้ทั้งทางบวกและทางลบโดยไม่ตำหนิผู้ป่วย
เจตคติที่ควรมีในการใช้ตนเองเป็นเครื่องมือในการบำบัด
ความมีคุณค่าในบุคคล (personal worth)
ความมั่งคงเเห่งบุคคล (personal integrity)
ความมีใจกว้าง (open mild)
การสนับสนุนช่วยเหลือ (advocacy)
การมีความหวัง (hopefulness)
การมีส่วนร่วม (involvement)
การสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
สัมพันธภาพแบบวิชาชีพ (Professional relationship)
ผู้ประกอบวิชาชีพมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริการแก่ผู้รับบริการสัมพันธภาพไม่มีลักษณะที่ ต่างฝ่ายเป็นผู้ให้และรับซึ่งกันและกัน
สัมพันธภาพมีกระบวนการ (process)
มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้รับบริการ
ในการสร้างสัมพันธภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาชีพ ซึ่งได้รับการศึกษาฝึกฝนมาโดยตรงจากสถาบันการศึกษา
ผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขตของกฏหมาย และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของตน
สัมพันธภาพทางสังคม (Social relationship)
ผู้ติดต่อมีการให้เเละรับซึ่งกันเเละกัน
สัมพันธภาพดำเดินไปตามอารมณ์และความพึงพอใจของผู้ติดต่อ
ไม่มีการกำหนดจุดมุ่งหมายในการสร้างสัมพันธภาพ
ลักษณะของสัมพัมธภาพจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ระเบียบวิธีการแต่ละท้องถิ่น
สัมพันธภาพระหว่างพยาบาลกับผู้รับบริการ
มีลักษณะเป็นการช่วยเหลือ (helping) โดยพยาบาลเป็นฝ่ายให้บริการทั้งแก่บุคคล ครอบครัว และสังคม
เป็นกระบวนการที่มีขั้นตอน (process or dynamic ) คือมีการเริ่มต้น ดำเนินไปและสิ้นสุดตลอดระยะเวลาต้องมีการประเมินผล มีการปรับปรุง และเปลี่ยนแปลง
มีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้บริการด้านสุขภาพอนามัยแก่บุคคล ครอบครัว และสังคม
พยาบาลเป็นนักวิชาชีพผู้มีความรู้ ได้รับการศึกษาและการฝึกฝนจากสถาบันการศึกษาวิชาชีพพยาบาล
สัมพันธภาพดำเนินไปภายใต้กฎระเบียบและจรรยาบรรณวิชาชีพพยาบาล
คุณสมบัติของพยาบาล
ความสม่ำเสมอ (consistency)
ความจริงใจ (genuineness)
บุคลิกภาพที่ผสมผสานกันดี (integrity)
ความเข้าใจผู้รับบริการ (empathy)
ความเข้าใจตนเอง (self understanding)
ความเคารพในเกียรติผู้รับบริการ (respect)
ระยะของสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
ระยะแก้ไขปัญหา (Working Phase)
ร่วมกับผู้ป่วยในการวิเคราะห์หาสาเหตุ เเละกลไลของปัญหาต่างๆ
ร่วมกับผู้ป่วยหาวิธีแก้ไขปัญหา หรือปรับปรุงพฤติกรรมให้เหมาะสม
นำแผนการแก้ไขปัญหาไปปฏิบัติ
ระยะยุติสัมพันธภาพ (Terminating Phase)
เป็นระยะที่คลี่คลายปัญหาได้แล้ว และส่งเสริมความเชื่อมั่นในตนเองในการตัดสินใจและปรับตัว
ระยะเริ่มต้นสัมพันธภาพ (orientation /Initiating phase)
แนะนำตัวให้รู้จักว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร
กำหนดข้อตกลง ได้แก่ บอกวัตถุประสงค์ วัน เวลา และสถานที่ในการสนทนาแต่ละครั้ง
เทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด
องค์ประกอบสำคัญของเทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด
การจัดท่านั่ง(seating arrangment)
ระยะระหว่างบุคคล (personal space)
ระยะเวลาในการพบผู้รับบริการ(times)
สถานที่ที่ใช้ในการพบผู้รับบริการ (setting)
เทคนิคการส่งเสริมให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน
Veralizing implied thought and feeling ช่วยให้พูดถึงความคิดและความรู้สึกของเขา
Validating ตรววจสอบเพื่อให้เเน่ใจ เมื่อพยาบาลควรขอคำยืนยันจากผู้ป่วย
Clarifying การขอคำอธิบายให้กระจ่าง ถ้าพยาบาลไม่เข้าใจให้ขอคำอธิบายทันที
เทคนิคการช่วยเสริมให้ผู้ป่วยรู้ว่าตนเองมีคุณค่า
Giving recognition การแสดงการระลึกได้ จำได้ เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความภาคภูมิใจว่าพยาบาลสนใจในตัวเขา
Offering self การเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย อยู่เป็นเพื่อน เป็นผู้ฟังที่ดี
เทคนิคการกระตุ้นให้อธิบายสิ่งที่รับรู้ ให้ผู้ป่วยได้นึกคิดถึงการรับรู้ผู้ป่วยในปัจจุบัน(Encouraging description of perfection)
Attempting to trenslate into feeling : การแปลคำพูดของผู้ป่วยเป็นความรู้สึก พยาบาลควรถามผู้ป่วยอยู่เสมอว่า อะไรคือความรู้สึกของผู้ป่วยท่ี่อยู่ในเนื้อหาคำพูดนั้น
Accepting : ยอมรับในตัวผู้ป่วยและสิ่งที่ผู้ป่วยพูด การเข้าใจความหมายในการเเสดงออกืางพฤติกรรม ท่าทีการยอมรับจะต้องไม่ขัดกับคำพูดของพยาบาล
Sharing observation : การบอกกล่าวถึงสิ่งที่พยาบาลสังเกตเห็นในตัวผู้ป่วย
Acknowledge the patient's feeling : การช่วยให้ผู้ป่วยทราบ ความรู้สึกของเขานั้นเป็นที่เข้าใจและยอมรับ
Using silence : การใช้ความเงียบในบางสภาณการ์การแสดงท่าทียอมรับ และสนใจ โดยใช้วิธีการเงียบ จะดีกว่าการพูด
Reflection : การสะท้อนคำพูดของผู้ป่วยทั้งประโยคหรือบางส่วนของประโยค
Verbalizing the implied or verbalizing implied thoughts and feeling : การพูดเป็นนัย จะกระตุ้นให้ผู้ป่วยสำรวจความคิด ความรู้สึก และการกระทำของตนเอง
เทคนิคการเสริมความเข้าใจในการปรับปรุงของผู้ป่วย
Focusing การมุ่งความสนใจให้อยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
Placing event in time หรือ sequence (การเรียงลำดับเหตุการณ์)
Voicing doubt (การตั้งข้อสงสัย)
Encouraging Evaluation การกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ประเมินตนเอง โดยคิดพิจารณาไตร่ตรองเหตุการณ์ หรือเรื่องราวที่ผ่านมา
Encouraging Formulation of a plan of action การกระตุ้นให้ผู้ป่วยสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์โดยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างที่เคยประสบมาผู้ป่วยมีแผนการแก้ปัญหาไว้อย่างไร
Summarzing (การสรุป)
Encouraging Comparison (กระตุ้นให้ผู้ป่วยรู้จักเปรียบเทียบ)
Giving information (การให้ข้อมูล)
เทคนิคการกระตุ้นและส่งเสริมให้มีการสนทนา หรือ กระตุ้นให้เปิดเผยตนเอง (Encourage conversation)
Using broad opening statement : ใช้คําพูดกว้างๆ ทําให้ผู้ป่วยสามารถระบายความคิดความรู้สึกตนออกมา เช่น “ มีอะไรกังวลใจหรือคะ”
Using general leads : การใช้คำที่เป็นคำนำให้ผู้ป่วยพูดต่อ เช่น ค่ะ อืม หรือค่ะ กรณีผู้ป่วยพูดค้างอยู่ หรือหยุดชะงักไป พยาบาลต้องสนับสนุนให้ผู้ป่วยเล่าจนจบ เช่น "แล้วอย่างไรต่อไปอีกค่ะ หรือเล่าต่อซิค่ะ"
Using Open - ended question : คำถามปลายเปิด เป็นการกระตุ้นให้บุคคลคิดถึงปัญหา เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้พูดอย่างอิสระ ทำให้พยาบาลได้ทราบเรื่องราวไม่คาดคิด
Using Closed - ended question : คำถามปลายเปิด ใช้กรณีที่ผู้ป่วยในภาวะวิกฤตต้องรีบช่วยเหลือ เช่น ในกรณีที่ผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยที่เเยกตัวมากๆ คำตอบที่ได้สั้นๆ
Exploring : การค้นหาข้อมูลให้มากขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงปัญหานั้นได้
นางสาวจันทราทิพย์ แก้วไข่ เลขที่ 91 รหัส 602601013