Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาจิตสังคมและการพยาบาลในระยะที่สอง ของการคลอด -…
การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาจิตสังคมและการพยาบาลในระยะที่สอง
ของการคลอด
ระยะที่สองของการคลอด
1.Eary / late phase
ผู้คลอดจะมีอาการสงบลง สามารถนอนพัก ได้ช่วงสั้นๆ อยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้เป็นช่วงที่จะเตรียมเบ่งต่อไป ระยะนี้ใช้เวลา 10 – 30 นาที
2.Descent / Active phase
ระยะเคลื่อนต่ำของศีรษะเด็กลงมาจนสามารถเห็นศีรษะของทารก ถ้าการหดรัดตัวของมดลูกดีจะเห็นส่วนที่กว้างที่สุดของส่วนนำ(crowning) และส่วนนำจะไม่กลับเข้าไปอีกแม้ว่ามดลูกมีการคลายตัว ครรภ์แรกใช้เวลาประมาณ 30 นาที ครรภ์หลังใช้เวลา ประมาณ 15 นาที
3.Perineal phase
ศีรษะทารกอยู่ที่ฝีเย็บจนกระทั่งศีรษะคลอด ออกมาเป็นช่วงที่ฝีเย็บเริ่มบาง โป่งตึง มองเห็นทวารหนัก การหดรัดตัวของมดลูกรุนแรงมากขึ้นใช้เวลา ประมาณ 15 นาที ไม่ควรเกิน 45 นาที
การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
1. แรงผลักดันเด็ก
การหดรัดตัวของมดลูก ถี่ขึ้น แรงขึ้น ทำให้ส่วนนำของทารกเคลื่อนต่ำไปถ่างขยายปากช่องคลอดเกิด Ferguson’s reflex (เกิดจากการหลั่ง Oxytocin เพิ่มขึ้น ทำให้มดลูกหดรัดตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการบางและการเปิดขยายของปากมดลูกเพิ่มขึ้น แล้วก็ส่งผลต่อการหลั่ง Oxytocin เพิ่มขึ้นด้วย)
Interval 2-3 นาที
Duration 60-90 วินาที
ความรุนแรงระดับ 2+,3+
การหดรัดตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และ diaphragm คือ แรงเบ่งของมารดา ช่วยเพิ่มแรงขับดัน 3 เท่า
Pushing reflex คือการที่มารดาอยากเบ่งเพราะส่วนนำเคลื่อนต่ำลงมากดกับ Pelvic floor และ Rectum ทำให้ปวดถ่ายอุจจาระเป็น Voluntory ระยะแรก
ถ้า Pelvic floor ถูกยืดมากเป็น Involuntory
2. การเปลี่ยนแปลงที่ตัวทารก
ถุงน้ำคร่ำแตกทำให้ตัวทารกสัมผัสผนังมดลูกมากขึ้น
3. การยืดขยายของพื้นเชิงกราน
ช่องทางคลอดเกิดการฉีกขาด / ฝีเย็บและทวารหนักจะโป่งตึง
อาการแสดงว่าเข้าสู่ระยะที่สองของการคลอด
1.Probable signs
รู้สึกอยากเบ่ง
ตรวจทางทวารหนักไม่พบขอบ Cx.
พบ Bloody show มากขึ้น
Membrane rupture
ฝีเย็บโป่งตึง
ทวารหนักตุง
ปากช่องคลอดอ้าเล็กน้อย
มองเห็นส่วนนำทางช่องคลอด
2. Positive signs
ตรวจภายในไม่พบขอบของปากมดลูก
การประเมินภาวะสุขภาพ
1. การประเมินสภาวะทั่วไปของผู้คลอด
• Vital signs
• Weekness
• Bladder full : กระตุ้น , catheter
2. การประเมินความก้าวหน้าของการคลอด
การหดรัดตัวของมดลูก ประเมินทุก 15 นาที (ไม่มีภาวะเสี่ยง) ทุก 5 นาที (มีภาวะเสี่ยง)
การเคลื่อนต่ำของส่วนนำและการหมุนภายในของทารก Latent phase, Active phase, Transitional phase ขณะเบ่งคลอดเห็นส่วนนำ โผล่ทางช่องคลอด หรือ PV ดู
การประเมินระยะเวลาของการคลอด
ครรภ์แรก ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง
ครรภ์หลัง ใช้เวลา 30 นาที -1 ชั่วโมง
3. ประสิทธิภาพการเบ่งของผู้คลอด
เบ่งขณะมดลูกมีการหดรัดตัว เบ่งในท่านอนหงายส้นเท้าจิกกับที่นอน หรือท่า Lithotomy มือทั้ง 2 ข้างจับข้างเตียง
การเบ่งที่มีประสิทธิภาพ สูดลมหายใจเข้า เบ่งยาว (6-8 วินาที) หากมดลูกยังหดรัดตัวอยู่ให้เบ่งซ้ำ
ระวังการเกิด Valsalva maneuver ที่ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงมดลูกและรกลดลง ทารกเกิด ภาวะขาดออกซิเจน
4. ปฏิกิริยาตอบสนองด้านจิตสังคม
ครรภ์แรก เกิดความกลัว รู้สึกว่าบริเวณฝีเย็บจะขาด ควรอยู่เป็นเพื่อน
พฤติกรรม ส่งเสียงร้อง ท้อแท้หมดหวัง โกรธ ก้าวร้าว ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ตอบสนองต่อคำบอกเล่าสั้นๆ สนใจตนเองมากกว่าทารก
5. การประเมินสภาวะของทารกในครรภ์
ควรฟัง FHS ทุก 5 นาที ใช้ drop tone
ฟัง FHS ขณะมดลูกคลายตัว
ต่ำกว่า 100 ครั้ง/นาที, สูงกว่า 160 ครั้ง/นาที
บันทึกอาการเปลี่ยนแปลง
FHS ผิดปกติ ออกซิเจน 4-5 ลิตร/นาที
6. การประเมินการปรับตัวทารกตามกลไกการคลอด
ระยะทารกผ่านช่องเชิงกรานแนวล่าง
Internal rotation, Extension
ประเมินด้วยการ PV (Per vaginal)
ประเมิน Position, Attitude, Synclitism /Asynclitism, Molding, Caput succedaneum
การดูแลมารดา
การดูแลเกี่ยวกับการดำเนินการคลอด
สังเกตการณ์หดรัดตัวของมดลูก เกี่ยวกับระยะเวลา ความถี่ และความแรงของการหดรัด ตัวของมดลูก ปกติมดลูกหดรัดตัวทุก 2-3 นาที นานประมาณ 60-90 วินาที ความแรงระดับมาก
สังเกตการณ์เคลื่อนต่ำของส่วนน่า โดยการตรวจทางช่องคลอด ถ้าการคลอดก้าวหน้า ศีรษะทารกจะมีการเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ จากระดับ 0 จนถึง +4
การเจาะถุงน้ำคร่ำ มักเจาะถุงน้ำคร่ำใน active phase ของระยะที่หนึ่งของการคลอด
การประเมินสภาวะผู้คลอด
การสังเกตอาการผิดปกตติ่างๆ
การงดน้ำงดอาหาร การให้ IV fluid
การพักผ่อน / การดูแลความสุขสบายทั่วไป
การบรรเทาความเจบ็ปวดด้วยวธิีการต่างๆ
การเตรียมด้านร่างกายและจิตใจเพื่อการคลอด
การเตรียมสถานที่และเครื่องมือ เครื่องใช้
เตียงคลอด ควรได้รับการดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ บางสถานที่ต้องเตรียมโคมไฟส่อง
อุปกรณ์ใน Set คลอด
Set ผ้า
-ผ้าสี่เหลี่ยม สำหรับปูหน้าท้อง ปูรองคลอด ปูหน้าขา เช็ด ตัวทารก คลุม Set และผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง
-ถุงเท้า 1 คู่
-เสื้อกาวน์ ผ้าเช็ดมือ
-ถุงมือ (แล้วแต่สถานที่)
Set อุปกรณใ์นการทา คลอดทารก
-กรรไกรตัดฝีเย็บ 1 อัน
-กรรไกรตัดสายสะดือ 1 อัน
-Artery clamp (ใช้หนีบสายสะดือ) 2 อัน
-Tooth forceps 1 อัน (แล้วแต่สถานที่)
-ผ้า safe perineum
-สำลี (ชุบ normal saline ใช้เช็ดตา 2 ก้อน และชุบ providine solution ใช้ก่อน ตัดสายสะดือ)
-ถ้วยใส่น้ำยา
-ลูกสูบยาง 2 อัน
-ยางรัดสายสะดือ (Cord ring)
-ชามกลม 1 ใบ และชามใส่รก 1 ใบ (ขนาดและจำนวนแล้วแต่สถานที่)
Set อุปกรณ์ในการเย็บแผล
-Syringe 5-10 cc 1 อัน
-เข็มเบอร ์18 หรือ 20 และ 23 อย่างละ 1 อัน
-Xylocain1-2% 5-10 cc
-Needle holder 1 อัน
-เข็มสำหรับเย็บแผล (cutting ,and non cutting)
-กรรไกรตัดไหม 1 อัน Toothforceps 1 อัน
-Catgut No. 2/0 หรือ Atromatic catgut No.2/0
-สำลีก้อนใหญ่ หรือกอซ
-อุปกรณ์ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
อุปกรณ์ที่ต้องคีบเพิ่ม
Set scrub ประกอบด้วย
-ชามกลมเล็ก 1 ใบ ชามกลมใหญ่ 1 ใบ (แล้วแต่สถานที่)
-สำลีก้อนใหญ่
-Nontooth foroceps 1 อัน
-น้ำยาสำหรับ scrub เช่น Providine scrub, Providine solution
-Normal saline
การเตรียมตัวผู้คลอด
การจัดท่าคลอด
-นอนหงายชันเข่า
-นอนหงายขึ้นขาหยั่ง
-นอนตะแคง
-ท่าศีรษะลำตัวสูง
การทำความสะอาดผู้คลอด
-การ Scrub perineum
-หลักการ : ไม่ข้ามของ ยึดหลัก sterile technique
การเตรียมตัวผู้ทำคลอด
เปลี่ยนเสื้อผ้า รองเท้า สำหรับปฏิบัติงานในห้องคลอด
สวมหมวก ผูก Mask ใส่แว่นตาสา หรับทำคลอด
ใส่ผ้ายางกันเปื้อน
ใส่รองเท้าบู๊ท
ล้างมือแบบ Sterile
สวมเสื้อกาวน์ ใส่ถุงมือสั้น-ยาว
ขั้นตอนกลไกการคลอด
Engagement
ส่วนที่กว้างที่สุดของส่วนนำผ่านช่องทางเข้าของเชิงกราน (pelvic inlet) ลงมาแล้ว
Flexion
การก้มของศีรษะทารก เป็นการเปลี่ยนแปลง attitude ที่ส่วนของศีรษะของทารก โดยเกิดขึ้นในขณะที่ผ่านลงมาในหนทางคลอด
Descent
การเคลื่อนต่ำของศีรษะทารกผ่านช่องทางคลอดออกสู่ภายนอก
Internal rotation
การหมุนของศีรษะทารกภายในช่องเชิงกราน เพื่อให้เหมาะสมกับช่องทางคลอด
Extension หรือ birth of the fetal part
การเงยของศีรษะทารกขณะผ่านพ้นช่องทางคลอดออกมาภายนอก
Restitution
การหมุนกลับของศีรษะทารกประมาณ 45 องศา เพื่อให้สัมพันธ์กับไหล่ ที่อยู่ในช่องทางคลอด
External rotation
การหมุนของศีรษะทารกต่อไปอีก 45 องศา
Expulsion
การคลอดของไหล่ ลำตัว สะโพก และขา ผ่านช่องทางคลอดสู่ภายนอก
การทำคลอดปกติ
การพิจารณาย้ายผู้คลอดเข้าห้องคลอด
ครรภ์แรก ย้ายผู้คลอดเมื่อปากมดลูกเปิด 10 เซนติเมตร อยากเบ่ง เจ็บครรภ์ถี่ หรือฝีเย็บตุง
ครรภ์หลัง ย้ายเข้าห้องคลอดก่อนเข้าระยะที่สองของการคลอด คือ ควรย้ายผู้คลอดตั้งแต่ปากมดลูกเปิด 7-8 เซนติเมตร
รายที่มีประวัติคลอดเร็ว (Precipitated labor) ควรย้ายผู้คลอดตั้งแต่ปากมดลูกเปิด 5-6 เซนติเมตร
การเข้า case ทำคลอด
ครรภ์แรก จะเข้า case ทำคลอดเมื่อพบ head seen
ครรภ์หลัง จะเข้า case ทำคลอด เมื่อปากมดลูกเปิด 10 ซม.
รายที่มีประวัติคลอดเร็ว จะเข้า case ทำคลอด เมื่อปากมดลูกเปิด 7-8 ซม.
การทำคลอดศีรษะทารก
ผู้ทำคลอดยืนอยู่ทางด้านขวาของผู้คลอด
เมื่อศีรษะทารกมี crowning ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ข้างซ้าย ช่วยกด (Flex) ที่ยอดศีรษะ (vertex) เพื่อให้ศีรษะทารกเงยขึ้นอย่างช้าๆ มือขวาถือผ้า safe perineum วางมือทาบบนฝีเย็บ ให้นิ้วหัวแม่มือและอีก 4 นิ้วอยู่คนละด้าน
เมื่อ Sub occiput มายันใต้ขอบล่างกระดูกหัวเหน่า ใช้มือขวา ช่วยดันให้ศีรษะเงยขึ้นช้าๆ จน Biparietal diameter คลอดออกมา ให้หยุดเบ่ง
ใช้มือซ้ายจับศีรษะเด็กที่อยู่เหนือ Perineum ให้เงยขึ้นพร้อมกับมือขวารวบบริเวณ Perineum และดันที่ 2 ข้างของรูทวารหนัก ให้หน้าผากเงยขึ้น
เมื่อหน้าผากคลอดออกมา มือขวาช่วยรูด Perineum ผ่านหน้า คางทารกและรวบผ้า safe perineum ทิ้งถังขยะทันที
ภายหลังศีรษะคลอดในท่า Extention ทารกจะหมุน occiput ไปทางเดิม ถ้าไม่หมุนผู้ทำคลอดช่วยหมุน เพื่อให้เกิด Restitution, External rotation
ใช้สำลีแห้งหรือชุบ normal saline 2 ก้อนเช็ดตาทารกทั้ง 2 ข้าง
สอดนิ้วชี้เข้าไปในช่องปาก เพื่อดูดมูกในปากและจมูกทารก
การทำคลอดไหล่หน้า
ใช้มือจับศีรษะทารกให้อยู่ระหว่าง อุ้งมือทั้ง 2 ข้าง
ค่อยๆโน้มศีรษะทารกลงมา ข้างล่างตามแนวช่องเชิงกราน ส่วนบนเมื่อเห็นซอกรักแร้จึงหยุด
ห้ามดึงรั้งใต้คางทารก ระวังการ เกิดภาวะคอเอียง (Conginital torticollis)
การทำคลอดไหล่หลังและลำตัวทารก
จับศีรษะเหมือนการทำคลอดไหล่หน้าแล้วโน้มศีรษะขึ้นในทิศทาง 45 องศา กับแนวดิ่ง
เมื่อเห็นซอกรักแร้ ให้ดึงทารกออกมาในแนวตรงโดยเปลี่ยนมือ ซ้ายที่วางข้างบนศีรษะทารกมารองรับลำตัวแล้วค่อยดึงทารก ออกมา
ห้าม สอดนิ้วดึงใต้รักแร้ทารก ระวัง Erb-Duchenne Paralysis
การช่วยเหลือทารกภายหลังคลอดทันที
การทำคลอดตั้งแต่ศีรษะเกิดจนลำตัวคลอด ควรใช้เวลา 2-3 นาที
เมื่อทารกคลอดหมดทั้งตัวให้ดูและขานเวลาเกิด ผู้ช่วยคลอดช่วยเขียนป้าย ผูกข้อมือ (ชื่อ-สกุล ผู้คลอด เพศทารก วันที่ เวลาเกิด และน้ำหนัก)
ประเมินสภาวะทารกแรกเกิดด้วย APGAR score นาทีที่ 1, 5, 10
วางทารกที่ผ้ารองคลอด ตะแคงหันหลังให้ชิดปากช่องคลอด หันศีรษะมา ทางผู้ทำคลอด ให้สายสะดือวางพาดบนลำตัว
ดูดมูกจากปากและจมูก จนกว่าทารกจะหายใจดี (กรณีทารก Active ดีให้ผูก เชือก Landmark ชิด Vulva ก่อน)
เช็ดตัวทารกด้วยผ้าขนหนูแห้ง กระตุ้นให้ทารกร้อง
การผูกและตัดสายสะดือ
ตัด cord โดยหันปลายกรรไกรเข้าหาอุ้งมือผู้ทำคลอดและกำมือขณะตัด วาง cord ที่ตัดแล้วบนผ้าคลุมหน้าท้องหรือ ชามกาละมังที่รองรับรก
ใช้ Tooth forceps หรือเส้นเชือกรูด cord ring จาก Artery clamp รัด cord และบีบ cord อีกครั้งว่ามีเลือดซึมออกมาหรือไม่
เช็ดคราบเลือดจากตัวทารกโดยใช้ผ้าแห้งสะอาด
อุ้มทารกให้มารดาดูเพศ หน้าและ Bonding
วาง cord พาดบนนิ้วกลางและนิ้วนางของมือซ้าย นิ้วชี้และนิ้วก้อยวางทับที่ cord สอดสำลีที่ชุบน้ำยาฆ่าเชื้อรองใต้ตำแหน่งที่จะตัด การผูกและตัดสายสะดือ
ทำความสะอาดบริเวณที่จะตัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ (ตามชนิด ของโรงพยาบาล)
ใช้ Artery clamp ตัวแรกที่ใส่ cord ring หนีบ cord ห่างจาก ตัวทารก 2-3 cms. จากนั้นรีดเลือดที่ cord ก่อนใช้ Artery clamp ตัวที่ 2 หนีบห่างกัน 2-3 cms.
ผูกเชือกชิด Vulva เพื่อดูการเคลื่อนต่ำของสายสะดือ (แล้วแต่สถานที่ บางแห่งไม่มี)
การทำคลอดไหล่และลำตัวทารก
การตรวจสายสะดือพันคอทารก
สอดนิ้วเข้าไปคล่ำรอบคอทารก
ถ้าพบสายสะดือพันคอ 1 รอบ ให้สอด นิ้วเข้าไประหว่างสายสะดือและคอ ทารก แล้วรูดให้ผ่านท้ายทอยมาด้านหน้าทารก
ถ้าพันคอ 2 – 3 รอบให้ใช้ Artery clamp 2 ตัวหนีบแล้วตัด
หน้าที่ของผู้ช่วยคลอด
ช่วยจัดท่าผู้คลอด
เตรียมและดูแลความครบถ้วนของอุปกรณ์ในการทำคลอด เช่น ถังสำหรับใส่ผ้าเปื้อน โคมไฟตั้ง เทน้ำยา เตรียม Radiantwarmer
ช่วยเชียร์เบ่งคลอด
ดูแลความสุขสบายทั่วไปของผู้คลอด
ฟังเสียงหัวใจทารก (FHS) และประเมินการหดรัดตัวของมดลูก (Uterine contraction) ทุก 5 นาทีพร้อมลงบันทึก บันทึกเวลาคลอด ชั่งน้ำหนัก เขียนและผูกป้ายข้อมือ เช็ดตัวทารก
รายงานหัวหน้าเวรเมื่อมีความผิดปกติ
วัดความดันโลหิตหลังรกคลอด
-ถ้า BP ≤130/90 mmHg ฉีด Methergin 0.2 mg
-ถ้า BP>130/90 mmHg ฉีด Syntocinon 10 ยูนิต (หรือแล้วแต่สถานพยาบาลกำหนดตาม Evidence base)
นำทารกไปดูดนมมารดาบนเตียงคลอด
เช็ดตา ป้ายตา (Terramycin) เช็ดสะดือทารก
ฉีดวิตามิน K1, ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
เป้าหมายของการพยาบาล
1.การช่วยให้ผู้คลอดเบ่งคลอดด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.การมีส่วนร่วมในกระบวนการคลอด
3.ผู้คลอดและทารกในครรภ์ปลอดภัยจากการคลอด
4.ผู้คลอดได้รับความสุขสบาย ได้รับความเจ็บปวดจากการคลอดน้อยที่สุด
5.การได้รับการสนับสนุนจากสามี/ญาติหรือบุคลากรทางสุขภาพขณะคลอด
6.การป้องกันการติดเชื้อและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ