Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พัฒนาการพยาบาลประเทศไทย - Coggle Diagram
พัฒนาการพยาบาลประเทศไทย
3.1ด้านการศึกษาพยาบาล
จากความหลากหลายของผู้เรียน ความก้าวหน้า
ทางเทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษา
ในระดับอุดมศึกษา รวมถึงการจัดการศึกษาในสาขาพยาบาล
มีการปรับปรุงหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอน
1.รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาด้าน
พุทธิพิสัย(Cognitive domain)
2.รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาด้าน
จิตพิสัย (Affective domain)
3.รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาด้าน
ทักษะพิสัย (Psycho-motor domain)
4.รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาทักษะ
กระบวนการ(Processskill)
5.รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการบูรณาการ
(Integration instruction model)
3.5การพัฒนาองค์กรทางวิชาชีพทางการพยาบาล
3.5.4ด้านการวิจัยการพยาบาล
จึงพบว่างานวิจับทางการพยาบาลมีจำนวนเพิ่มขึ้น
มุ่งเน้นการพัฒนาบันฑิตศึกษาเเละพัฒนาบุคลให้มีความรู้ความสามารถทางการวิจัย
การพัฒนาระบบการศึกษาการพยาบาลในยุคหลังปี 2537
rพบว่ามีผลงานทางการวิจัยน้อยร้อยละ 80
จากการสำรวจงานวิจัยของไทยในยุคก่อนปี 2537
3.5.3ด้านการศึกษาพยาบาล
การศึกษาการพยาบาลมีการปรับปรุงเเก้ไขตามเเนวคืดตามสภาการพยาบาลนานาชาติ
3.5.2ด้านการบริหารทางการพยาบาล
ฝ่ายบริหารการพยาบาลจึงต้องประกอบไปด้วยบุคลที่มีความฉลาดเเละมีความสามารถสูง มีความรับผิดชอบ
ในหน่วยงานที่บริการเจ้าหน้าที่จะทำงานบริการโดยตรงเเก่ผู้ป่วยเเละที่สำคัญที่สุดคือผู้ป่วย
3.5.1ด้านการบริการ
มีการปรับปรุงคุณภาพเเละมาตรฐานของการพยาบาลตามนโยบายของรัฐบาล
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชชนนีนารถได้ทรงโปรดเกล้าให้จัตั้งโรงเรียนเเพทย์ผดุงรรภ์เเละหญิงพยาบาลขึ้นในโรงพยาบาลศิริราช
ปุจจุบันคือ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลการ
เริ่มขึ้นอย่างเต็มรูบเเบบตามหลักสากลในรัชการที่ 5 เเห่งกรุงรัตนโกสินทร์
3.4มุมมองของสังคมต่อวิชาชีพพยาบาล
พยาบาล เป็นวิชาชีพที่ทําหน้าที่ให้การรักษาพยาบาล ดูแลผู้ป่วยตาม
ลักษณโรคที่เป็นทั้งทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ เพื่อเป็นการสะท้อนความ
คิดเห็นของประชาชนที่มีต่อพยาบาลวิชาชีพในปัจจุบัน
ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “พยาบาลวิชาชีพ”
อันดับที่ 3
ควรมีหน้าที่รักษาพยาบาล ดูเเลผู้ป่วยทั้งด้านร่างกายเเละจิตใจให้เป็นตามมาตรฐานเเละจรรยาบรรณวิชาชีพ
อันดับที่ 2
การให้บริการของการพยาบาลระหว่างรัฐเเละเอกชน มีความเเตกต่างกัน เช่นการพูดจา กิริยา ท่าทาง
อับดับที่ 1
เป็นอาชีพที่มีเกียรติ สังคมให้การยอมรับเเละยกย่องผู้ประกอบอาชีพนี้
อันดับที่ 4
ต้องเสียสละ อดทนเเละมีใจรักในวิชาชีพ
อันดับที่ 5
เป็นอาชีพที่หางานทำได้ไม่ยาก
2.ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ พยาบาล
อันดับที่ 2
ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะ สภาพเเวดล้อม สังคมการทำงานที่เเตกต่างกัน อาจส่งผลให้มุมมอง เเนวคิด หรือเเนวทางปฏิบัติงานไม่เหมือนกัน
อันดับที่ 3
เชื่อมั่น เพราะผู้ที่จบวิชาชีพนี้จะต้อง่านการเรียนรู้เเละฝึกฝนเป็นอย่างมาก
อันดับที่ 1
ค่อข้างเชื่อมั่น เพราะ ผู้ประกอบวิชาชีพนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีใจรักในงาน ยึดถือปฏิบัติตามกฎระเบียบเเละจรรยาบรรรวิชาาชีพ
อันดับที่ 4
ไม่เชื่อมั่น เพราะ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดๆก็เกิดความผิดพลาดได้
พยาบาลเเบบไหนที่ประชาชนต้องการ
จิตใจดีสุภาพ ยิ้มเเย้ม
เป็นคนดี ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม
มีความรูความชำนาญในวิชาชีพ
ต้องเป็นผูที่มีใจรักในอาชีพ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ
3.ความคาดหวังของสังคมที่มีต่อ พยาบาล
อันดับที่ 2
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้การสนับสนุนเเละพัฒนาวิชาชีพพยาบาลให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง
อันดับที่ 3
การผลิตพยาบาลที่มีคุณภาพเเละปริมาณเพียงพอกับความต้องการในการรักษาพยาบาล
อันดับที่ 1
เป็นอาชีมี่ได้รับการยกย่อง เชื่อถือ จากสังคม ผู้ที่ทำงานด้านนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรม
อันดับที่ 4
การสร้างชื่อเสียงหรือมีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
อับดับที่ 5
เป็นผู้ที่ให้ความรู้ คำเเนะนำ สร้างความเข้าใจ้้ก่ประชาชนในการดูเเลสุขภาพอนามัย
3.3การวิจัยทางการพยาบาล
พ.ศ.2508
เริ่มเมื่อมีการเปิดหลักสูตรครุศาสตร์การพยาบาล ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การวิจัยมักจะเป็นปัญหาหรือประเด็นที่เกี่ยวกับการวิจัยทางการพยาบาล
พ.ศ.2537
พบว่ามีงานวิจัยทางการพยาบาลน้อย
ร้อยละ 80 เป็นงานวิจัยที่จัดทำในระดับวิทยาลัย
หลังปีพพ.ศ.2537
พบว่ามีงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น มุ่งเน้นการพัฒนาบัณฑิตเเละบุคคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการวิจัย
ปัจจุบันจะพบว่าพยาบาลมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
มีการนำหลักฐานเชิงประจักษ์เเละผลงานวิจัยมาใช้ในคลินิกมากขึ้น
3.2ด้านการปฏิบัติการพยาบาล
สมัยก่อน
เป็นการดูเเลกันเองของสมาชิกในในครอบครัวเเละชุมชนเดียวกันรักษาโรคภัยไข้เจ็บกระทำโยการรักษาด้วยสมุนไพรเเละเวทมนต์คาถา
การตั้งครรภ์เเละคลอดบุตรในสมัยโบราณมีความเสี่ยงสูง กระทำการคลอดโดยสตรีที่มีอายุเเละมีประสบการณ์สูง คือ หมอตำเเย
การพัฒนาเริ่มต้นในรัชการที่ 3 นำโดยนายเเพทย์เเดน บีช บรัดเลย์
ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลขึ้น ชื่อว่าโรงพยาบาลหมอบรัดเลย์
มีสตรีคนไทยคนเเรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาลผดุงครรภ์เเผนปัจจุบัน ที่ต่างประเทศ ชื่อว่านางรอด ประทีปเสน
ได้ทำการคอลอดเเละการปฏิบัติในชนชั้นสูงเท่านั้น
จากนั้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองมีการรักษาการปฏิบัติการพยาบาลเป็นเเผนปัจจันมากขึ้น
ปัจจับัน
มีการสร้างโรงพยาบาลประจำจังหวัด
มีการสร้างสถานีอนามัยทั้งในส่วนกลางเเละภูมิภาค
มหาวิทยาลัยขอนเเก่นมีการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์เป็นเเห่งเเรก
มีการพัฒนากระบวนการพยาบาลมาใชในการปฏิบัติการทางพยาบาลมาโดยตลอด เเละปรับเปลี่ยนการมอบหมายงานตามหน้าที่ มีการปฏิบัติงานกันเป็นทีม
การปฏิบัติการให้พยาบาลมีออกสิทธิ โดยมีการให้การปฏิบัติการบริการโดยเท่าเทียมกัน เน้นความเสมอภาคเเละสิทธิมนุษยชนของประชาชน