Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การอักเสบและการติดเชื้อ - Coggle Diagram
การอักเสบและการติดเชื้อ
ภาวะไข้
(Fever หรือ pyrexia)
อุณหภูมิของร่างกาย
อุณหภูมิที่ที่ถือว่าเป็นไข้คือ สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส
37.5 - 38.4 องศาเซลเซียส เรียกว่า ไข้ต่ำ
38.5 - 39.4 องศาเซลเซียส เรียกว่า ไข้ปานกลาง
39.4 - 40.5 องศาเซลเซียส เรียกว่า ไข้สูง อันตรายที่สุด
สารที่ทำเกิดอาการไข้
pyrogens
Exogeneous pyrogens
Tumor necrotic factor
กลไกการเกิดไข้
ขั้นที่ 1 เซลล์ได้รับบาดเจ็บหรือถูกทำลาย
ขั้นที่ 2 ตั้งค่าอุณหภูมิร่างกายใหม่
ขั้นที่ 3 ร่างกายตอบสนองต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น
อาการหนาวสั่น
(Chill)
ขั้นที่ 4 อุณหภูมิค่อยๆเพิ่มขึ้นตอบสนองต่อจุด set point ใหม่ของร่างกาย
ขั้นที่ 5 การตอบสนองของร่างกายเพื่อลดอุณหภูมิ
หลอดเลือดขยายตัว
เหงื่อออก
หายใจเร็ว
การตอบสนองของร่างกาย
Prodromal stage
อาการเริ่มเเรกไม่รุนแรง
มีอาการปวดศรีษะ
หลอดเลือดสมองขยายตัว
อ่อนเพลีย
รู้สึกไม่สบาย
Chill stage
อาการรุนแรงขึ้น
หลอดเลือดหดตัว
ขนลุก
ผิวหนังซีด
รู้สึกหนาว
มีอการสั่น
Flush stage
ผิวหนังเริ่มแดงและอุ่นขึ้น
หลอดเลือกบริเวณผิวหนังขยายตัว
Defervescence stage
ระยะการมีไข้สูง
เหงื่อออกมาก
การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
(Tissue repair)
กระบวนการซ่อมแซม
การงอกใหม่ (Regeneration)
เพิ่มจำนวนขึ้นทดแทนส่วนที่ถูกทำลาย
ความสมารถการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
เซลล์ไม่คงตัว(Labbile)
เพิ่มจำนวนตลอดเวลา
เนื้อเยื่อที่มีการหลุดลอก
เซลล์คงสภาพ
(Stable cells)
เพิ่มจำนวนต่ำในภาวะปกติ
แบ่งตัวได้เร็วเมื่อมีการกระตุ้น
อวัยวะนั้นซ่อมแซมตัวเองได้
เซลล์ถาวร
(Permanent or fixed cells)
ไม่สามารถแบ่งตัวได้
เซลล์จะถูกแทนที่ด้วย Fibrous tissue cell
การหายของแผล
(Healing)
ระยะการสร้างเนื้อเยื่อเส้นใย
หรือระยะงอกขยาย
สร้างเนื้อเยื่อใหม่
ไฟโบรบลาส
(Fibrobrast)
สังเคาระห์คอลลาเจน
ระยะที่มีเลือดออกและอักเสบ
ฉีดขาดของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อ
เลือดออก
หลอดเลือดหดตัว
เกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
ระยะเนื้อเยื่อเจริญเต็มที่หรือระยะปรับตัว
รักษาสมดุล
สร้างและสลายเส้นใยคอลลาเจน
ความผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อน
(complication)ของการซ่อมแซม
สร้างแผลเป็นไม่แข็งแรง
สร้างแผลเป็นมากเกินไป
การเกิดเนื้องอก
การรบกวนหรือขัดขวางหน้าที่ของอวัยวะ
ปัจจุยที่มีผลต่อการหายของแผล
อายุ
สูงอายุ
ซ่อมแซมแผลได้ช้า
ตอบสนองต่อการอักเสบได้น้อย
สังเคราะคอลลาเจนและเยื่อบุผิวลดลง
สร้างหลอดเลือดได้ช้า
ภาวะโภชนาการ
โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต
ไขมัน
วิตามิน
เกลือแร่
การไหลเวียนของหลอดเลือด
และการขนส่งออกซิเจน
กำจัดสารที่ไม่ต้องการและ
ของเสียออกจากร่างกาย
ความผิดปกติของภูมิคุ้มกันร่างกาย
ป้องกันการอักเสบ
ความเครียด
หลั่งฮอร์โมนช่วยทำลายสารชีวโมเลกุล
ฮอร์โมนกลูคากอน
ฮอร์โมนแคทีโคลามีน
การติดเชื้อ
(infection)
วงจรการติดเชื้อ
(Chain of infection)
เชื้อที่เป็นสาเหตุหรือเชื้อก่อโรค
รังโรค
แหล่งที่เชื้อโรคอาศัย
เจริญเติบโต
แบ่งตัว
แพร่กระจายพันธุ์
ทางออกของเชื้อจากรังโรค
ระบบสืบพันธุ์
ระบบทางเดินหายใจ
ระบบทางเดินปัสสาวะ
ระบบโลหิต
แมลงกัดและดูดเลือดไปกัดผู้อื่น
มาารดาสู่ทารก
ผิวหนัง
วิธีการแพร่กระจายเชื้อ
การสัมผัส
ทางตรง
ทางอ้อม
กระแพร่เชื้อ
แพร่กระจายโดยมีตัวนำ
ทางเข้าของเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย
ทางเดินหายใจ
ทางเดินอาหาร
อวัยวะสืบพันธุ์
ผิวหนังที่ฉีดขาด
ความไวของบุคคลในการรับเชื้อ
ลักษณะของเชื้อจุลชีพ
ธรรมชาติของเนื้อเยื่อที่รับเชื้อ
สุขภาพทั่วไปของแต่ละบุคคล
ภูมิคุ้มกันโรค
ระยะของการติดเชื้อ
ระยะที่ 1 Incubation period
ระยะฟักเชื้อ
มักไม่พบอาการและอาการแสดงออก
ใช้เวลาเป็นชั่วโมงถึงปี
ระยะที่2 prodomal period
ระยะที่มีอาการนำ
เริ่มแสดงอาการ
เบื่ออาหาร
ปวดเมื่อยตามตัว
ปวดศรีษะ
ปวดกล้ามเนื้อ
ปวดข้อ
ระยะที่ 3 Acute period
Localized acute infection
ระบุตำแหน่งได้ชัดเจน
อาการและอาการแสดง
ปวด
บวม
แดง
ร้อน
Systemic acute infection
มีผลต่อทุกส่วนของร่างกาย
อาการและอาการแสดง
มีไข้
หนาวสั่น
หัวใจเต้นเร็ว
หายใจเร็ว
ชนิดของเชื้อก่อโรค
พรีออน (prion)
โรคทางสมอง
เซลล์สมองโป่ง
รูปร่างสมองจะผิดรูปทั้งสมอง
การวินิจฉัย
การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
กสรตรวจไขสันหลัง
การถ่ายภาพสมอง
ไวรัส (viruses)
การแบ่ง
ดีเอ็นเอ
อาร์เอ็นเอ
รูปร่างโปรตีนห่อหุ้ม
เปลือกไขมันรอบตัวไวรัส
อาการและอาการแสดง
ไข้ ไอ จาม น้ำมูก เสมหะ
ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
ไข้ สับสน ปวดศรีษะ ชักและอาจโคม่าได้
แบคทีเรีย (Bacteria)
สารพิษเชื้อแบบทีเรีย
Exotoxins
ละลายน้ำได้
Endotoxins
มีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม
เชื้อรา (Fungi)
จุลินทรีย์ขนาดใหญ่
ก่อโรค
เชื้อราชนิดที่มีเซลล์เดียว
เรียกว่า ยีสต์
เชื้อราที่มีหลายเซลล์
เรียกว่า Mold
แบ่งความรุนแรงตาม
ความลึกการเจริญเติบโต
Superficial mycoses
ตื้นที่สุด
บริเวณขน
ผม
ผิวหนังชั้นนอกสุด
Cutaneous mycoses
Subcutaneous mycoses
การติดเชื้อ
บริเวณผิวหนัง
ใต้ผิวหนัง
Systemic (deep) myoses
การติดเชื้อ
ทางการหายใจ
ทางเดินอาหาร
ทางหลอดเลือดดำ
การรักษา
การใช้ยาสเตียรอยด์
ยาเคมีบำบัด
ยากดภูมิคุ้มกัน
การฉายแสง
ปรสิต (Parasites)
โปรตัวซัว
สัตว์เซลล์เดียว
เกิดการอักเสบในอวัยวะสืบพันธุ์
ติดต่อทางเพศสัมพันธุ์
เกิดโรคทางเดินอาหาร
การแพร่
อาศัยจำพวกแมลงหรือยุง
พยาธิ
พยาธิใบไม้ในตับ
ถุงน้ำดีอักเสบ
ปวดท้อง
เบื่ออาหาร
คลื่นไส้อาเจียน
อาจมีท้องร่วง
คลำได้ตับโต
ตัวเหลือง ตาเหลือง
การวินิจฉัย
ตรวจดูอุจจาระผู้ป่วย
พยาธิตัวตืด
พยาธิตืดหมู
โรคทีนิเอซีส
โรคซีสติเซอร์โคซิส
พยาธิตืดวัว
พยาธิตัวแก่อยู่ในลำไส้
การอักเสบ
(Inflammation)
เป็นปฏิกิริยาตอบสนองเฉพาะ
เนื้อเยื่อและเซลล์ได้รับบาดเจ็บ
แบ่งตามระยะเวลา
พยาธิสรีรวิทยาการอักเสบ
การอักเสบเรื้อรัง
ดำเนินโรคเป็นเวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน
ลักษณะทางพยาธิวิทยา
การแทรกซึมของเซลล์อักเสบ
ชนิด Mononuclear cells
Macrophages
lymphocytes
plasma cells
Chronic nonspecific inflammation
โรคกระดูกอักเสบแบบเรื้อรัง
ฝีในปอด
การตอบสนองร่างกาย
มีกสรรวมตัวของ Macrophages
และ Lymphocytes มากขึ้น
เนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ และค่อยๆเปลี่ยนแปลง
มีการเพิ่มจำนวนเซลล์
chronic granulomatous inflammation
วัณโรค
การติดเชื้อราบางชนิด
โรคเรื้อน
ซิฟิลิส
การจำแนกชนิดของ
granuloma
Foreign body granuloma
ไหมเย็บ แผล
ผงแป้ง หรือฝุ่นผงต่างๆ
Immune granuloma
การติดเชื้อบางชนิด
ได้รับสารพิษบางชนิด
อาการและอาการแสดง
ลักษณะที่พบเฉพาะที่
แผล
หลุดออกของเยื่อบุหรือผิวหนัง
ฝี (Abscess)
ขอบนอกของฝีจะเป็น Granulation tissue
กลางโพรงฝีจะมีเม็ดเลือดขาวและเนื้อเยื่อที่ตาย
การสะสมของ Neutrophil
การอักเสบเป็นหนอง
เซลล์อีกเสบชนิด Neutrophils
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
การอักเสบชนิดที่มีไฟบรินสะสม
ระบบอวัยวะผิดปกติ
การอักเสบที่มีชนิดของเหลวสะสม
น้ำในช่องท้อง
น้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ
น้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด
บาดแผลไฟไหม้
ลักษณะที่พบทั่วร่างกาย
ระยะที่ 2 Alterations in WBCs
ร่ายกายีการอักเสบอย่างรุนแรง
ไม่สามารถสร้างNeutrophilsขึ้นมาทดแทนได้
ร่างกายสูญเสีย Neutrophils
เพิ่อมจำนวนเม็ดเลือดขาว
ระยะที่ 1
Acute phase response
อาการและอาการแสดง
อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นมากถึง 39.5 องศาเซลเซียส
ตับเพิ่มการสังเคราะห์
ปริมาณ Immature neutrophils เพิ่มมากขึ้น
ย่อยสลายโปรตีนในร่างกายเพิ่มขึ้น
ความดันโลหิตลดต่ำ
อาการเบื่ออาหาร
อาการไข้ ซึม
อาศัย Mediators
การวินิจฉัย
อาศัยการวัดตัวชี้ระดับการอักเสบในเลือด
ประเมินจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Complete blood count (CBC)
Erythrocyte sedimentary rate (ESR)
C-Reactive Protein (CRP)
สารจำพวก Interleukin
Lippprotein-associated
phospholopase A2 (Lp-PLA2)
การอักเสบเฉียบพลัน
ปฏิกิริยาตอบสนองเกิดขึ้นทันทีและรวดเร็ว
ลักษณะทางคลินิก
ปวด (Pain)
บวม (Edema)
แดง (Redness)
ร้อน (Heat)
ลักษณะสำคัญ
การขยายตัวของหลอดเลือด
เลือดไหลเข้าสู่หลอดเลือดมากขึ้น
เนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บมีสีแดง และร้อน
การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของหลอดเลือด
การไหลเวียนเลือดช้าลง
แรงดันภายในหลอดเลือดสูงขึ้น
เซลล์และของเหลวรั่วออกนอกหลอดเลือด
เลือดในหลอดเลือดมีความเข้มข้นสูง
เลือดข้นหนืดมากขึ้นและไหลช้าลง
การแข็งตัวของเลือด
การเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาว
เม็ดเลือดขาวเกาะติดผนังหลอดเลือด
และเคลื่อนย้ายไปยังที่ที่มีการอักเสบ
การเคลื่อนเข้าใกล้ผนังหลอดเลือด
การหมุนไปบนผนังหลอดเลือด
การเคลื่อนตัวผ่านผนังหลอดเลือด
การยึดติดกับผนังเซลล์บุหลอดเลือด
การเคลื่อนเข้าหาสิ่งกระตุ้น
สารที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย
หรือสารอยู่ในร่างกาย
สารคอมพลีเมนต์
สารกลุ่มไซโตไคน์
การจับกิน
กระบวนสุดท้ายปฏิกิริยาการตอบสนองเซลล์
เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล
(Neutrophil)
แมคโครฟาจ
(Macrophage)
สารสื่อกลางการอักเสบ
ชนิดของสารสื่อกลางและ
ชนิดของเซลล์เป้าหมาย
กลุ่มวาโส แอคทีฟ เอมิน
(Vasoactive amine)
ฮีสตามีน
(Histamine)
พบทั่วไปในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบหลอดเลือด
พบในเกล็ดเลือด
พบที่เบโซฟิล
หลอดเลือดแดงเล็กขยายตัว
เพิ่มการซึมผ่านของหลอดเลือดดำ
เซโรโทนิน
(Serotonin)
เมแทบอไลต์ของกรดอะราซิโดนิค
(Arachidonic acid metabolite)
กลุ่มสารที่สำคัญ
โพรสตาแกลนดิน
(Prostaglandins; PG)
ลิวโคไตรอีน
(Leukotrienes; LT)
ไลพอกซิน
(lipoxin)
การเปลี่ยนแปลงโดยเอนไซม์ไซโคลออกซีจีเนส
พรอสตาไซคลิน
(Prostacyclin; PGI2)
โพรสตาแกลนดิน อี2
(prostaglandin E2; PGE2)
สื่อสารกลางกลุ่ม
ระบบสารสื่อกลาง
ระบบคอมพลีเมนต์
2 more items...
ระบบไคนิน
3 more items...
ระบบการแข็งตัวของหลอดเลือด
3 more items...
Platelet-activating factor (PAF)
ฤทธิ์แรงทำให้เกิดการรวมตัวของเกล็ดเลือด
ทำให้หลอดเลือขยายตัวและเพิ่มการซึมผ่านของหลอดเลือด
ส่งเสริมการเกาะกลุ่มของนิวโทรฟิล
โมโนไซท์ และอีโอซิโนฟิล
ส่งเสริมการคลืบคลานของ
เม็ดเลือดขาวออกนอกหลอดเลือด
ส่งเสริมการเกิดการอักเสบ
ไซโตไคน์
(Cytokine)
ภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด
สร้างจากโมโนนิวคลียร์ฟาโกไซท์
ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ
สร้างจากเซลล์เม็ดเลือดขาว
กลุ่มอาการ
Acute phase reaction
อาการไข้
ง่วงนอน
เบื่ออาหาร
ความดันโลหิตลดต่ำหรือช็อก
จำนวนเม็ดเลือดขาวในเลือดสูงขึ้น
ไนตริกออกไซด์
(nitric oxide; NO)
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
ยับยั้งการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด
ยับยั้งการเกาะติดผนังหลอดเลือดของเม็ดเลือดขาว
ผลลัพธ์ของการอักเสบเฉียบพลัน
การกลับคืนสภาพปกติอย่างสมบูรณ์
มีการบาดเจ็บปริมาณน้อยหรือ
บาดเจ็บระยะสั้นๆ
กำจัดสิ่งแปลกปลอมและ
หยุดสร้างสารสื่อกลางการอักเสบ
การถูกแทนที่ด้วยพังผืด
สมานแผลด้วยเนื้อเยื่อเกี่วพัน
มีการบาดเจ็บรุนแรง
ทำลายโครงสร้างพื้นฐานเนื้อเยื่อ
การเกิดหนองฝี
ซากของเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลที่ตายแล้ว
เกิดจากเนื้อเยื่อที่ตาย
การอักเสบดำเนินต่อไป
กลายเป็นการอักเสบเรื้อรัง
ไม่สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้หมด
แบ่งตามรูปแบบการอักเสบ
การอับเสบที่เกิดผ่านการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
การอักเสบที่ไม่ได้ผ่านการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน