Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
แนวคิดพื้นฐานในการบำบัดรักษาทางจิต, การใช้ตนเองเพื่อการบำบัด,…
แนวคิดพื้นฐานในการบำบัดรักษาทางจิต
การใช้ตนเองเพื่อการบำบัด
เครื่องมือในการบำบัดทางจิตเวช(Therapeutic tool)
อัตมโนทัศน์ (self concept)
เป็นความคิดการรับรู้และการประเมินผลที่บุคคลมีต่อตนเองซึ่งอาจจะตรงกับความเป็นจริงหรือคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง
แบ่งอัตมโนทัศน์หรือตัวตนออกเป็น 2 ด้านดังนี้
2.1 ตัวตนด้านร่างกาย (physical self)
หมายถึงการรับรู้เกี่ยวกับร่างกายของตนเอง
ได้แก่ การรู้จักตนเองทางสรีรภาพตามความเป็นจริงที่ตนเองเป็นอยู่เช่น เตี้ย สูง ขาว อ้วนผอมเป็นต้น
2.2 ตัวตนส่วนบุคคล (personal self)
หมายถึงการรับรู้คุณค่าของตนเอง เป็นความรู้สึกที่บุคคลที่เกี่ยวกับตนเองทั้งด้านความเชื่อ ความคาดหวัง ค่านิยม อุดมการณ์ ปณิธานในชีวิต เป็นต้น
ความรู้สึกมีคุณค่าและความเชื่อมั่นในตนเองอัตมโนทัศน์ส่วน
บุคคลแบ่งออกเป็น 4 ด้าน
ตัวตนด้านความสม่ำเสมอแห่งตน (self-consistency)
เป็นความรู้สึกหรือการรับรู้ในลักษณะประจำตัวบางอย่างของตัวเอง
ซึ่งมีลักษณะคงที่เช่น รับรู้ว่าตนเองเป็นคนหงุดหงิดง่าย ใจเย็น
ตัวตนด้านปณิธานหรือความคาดหวัง (ideal self or self expectation)
เป็นความรู้สึกนึกคิดหรือทัศนคติเกี่ยวกับตนเอง ตามที่ตนเองปรารถนาจะเป็นบุคคลจะตั้งความคาดหวังไว้ว่าอยากจะเป็น
ตัวตนด้านศีลธรรมจรรยา (moral-ethical self)
เป็นการรับรู้เกี่ยวกับถูกผิดที่บุคคลประเมินตนเองจากการกระทำที่สอดคล้องหรือฝ่าฝืนค่านิยมทางศีลธรรมจรรยาที่ตนเอและยึดถืออยู่ในใจ
ตัวตนด้านการยอมรับนับถือตนเอง (self esteem)
เป็นความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับคุณค่าของตนเองในหลายๆด้านบุคคลจะประเมินตนเองโดยเปรียบเทียบคุณค่าที่ตนเองรับรู้ว่าตนเองมีอยู่หรือเป็นอยู่(self concept)
หากบุคคลมองว่าลักษณะที่ตนเองมีอยู่หรือเป็นอยู่นั้นใกล้เคียงหรือเหมือนกับสิ่งที่ตนปรารถนาจะเป็น
(self concept สอดคล้องกับ ideal self)
ความตระหนัก รู้ในตนเอง (Self awareness)
เป็นภาวะที่บุคคลรู้สึกตัว ของตนเอง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ณ ขณะนั้นรู้ว่าตนเองเป็นใครคิดและรู้สึกอย่างไรกำลังทำอะไรอยู่ในปัจจุบันขณะเป็น “here and now”
3.1การตระหนักรู้ในตนเองในฐานะบุคคล เช่น เจตคติ ความรู้สึก ความคิด ความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งทางด้านจิตใจ ด้านร่างกาย ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ
3.2การตระหนักรู้ในฐานะวิชาชีพ เช่น สัมพันธภาพระหว่างเพื่อร่วมวิชาชีพ ระดับความจริงใจและความทุ่มเทในวิชาชีพ ทัศนคติต่อวิชาชีพ ความรู้และทักษะทางการพยาบาลจิตเวช
อัตตาหรือความเป็นตัวตนของตนเอง (self)
หมายถึงส่วนรวมทั้งหมดของบุคคลทั้งทางด้านร่างกายความคิดความรู้สึกความเชื่อค่านิยมและพฤติกรรมที่บุคคลนั้นเป็นอยู่หรือมีอยู่ตามความเป็นจริง
แนวทางในการเพิ่มการตระหนักรู้ตนเองไว้ดังนี้
1.เพื่อพิจารณาตนเอง โดยการให้เวลาตนเอง ในการพิจารณาความคิด อารมณ์และ
พฤติกรรมของตนเองที่อาจมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้อื่น
รับฟังและเรียนรู้จากผู้อื่น โดยการที่ตัวเราต้องเปิดใจกว้าง ที่จะยอมรับฟังความคิดเห็นของ
ผู้อื่นที่เขาวิเคราะห์ เช่น การแต่งกาย
การเปิดเผยตนเอง โดยการบอกความรู้สึก ความต้องการของตนเองที่เกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองในด้านความคิดเห็น ค่านิยม ความเชื่อ และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ผู้อื่น รู้จักตัวเรามากขึ้น
คุณสมบัติของพยาบาลที่ใช้ตนเองเพื่อการบำบัด
บุคคลทุกคนมีคุณค่า (Positive regard)
ผู้ป่วยบางคนจะเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำลง พยาบาลให้เกียรติและเคารพในความเป็นบุคคลของผู้ป่วยจะเป็นแรงเสริมให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าและภูมิใจในตนเอง
5.อารมณ์เป็นที่ตั้ง(sympathy)
การไม่เอาอารมณ์ของตัวพยาบาลเองเป็นที่ตั้ง
6..ความจริงใจ (Genuine)
พยาบาลจิตเวชจำป็นต้องเน้นมาก เพราะผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตนั้นเป็นผลมาจากการไม่ได้รับความจริงใจจากบุคคลอื่น
4.เข้าใจความรู้สึก (Empathy)
การพยายามเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
เป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ตนเองเพื่อการบำบัดของพยาบาล การที่พยาบาลเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย จะช่วยให้ผู้ป่วยเกิดการตระรู้ในตนเองเข้าใจความรู้สึก
ท่าทีอบอุ่น (Warmth)
การแสดงถึงความเป็นมิตร ความอบอุ่น หรือความห่วงใยในผู้ป่วยเป็นการแสดงออกทางท่าทางมากกว่าแสดงออกทางคำพูดซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพยาบาลทุกคน
7.ความสอดคล้อง (Congruency)
การสอดคล้องทั้งคำพูดและการกระทำโดยเฉพาะการสื่อความหมายกับผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งผู้ป่วยมักจะรับรู้ได้เร็วจากการกระทำของพยาบาล
ให้การยอมรับ (Unconditioning positive regard)
การยอมรับในตัวบุคคลที่ผู้ป่วยเป็นแต่ไม่ได้หมายถึงการยอมรับในพฤติกรรมของผู้ป่วย แต่เป็นการยอมรับที่ผู้ป่วยเป็นอย่างนั้น
การยอมรับได้หลายวิธี เช่น ปฏิบัติต่อผู้ป่วยโดยไม่อคติ หลีกเลี่ยงการตำหนิในการกระทำของผู้ป่วย และให้ความสนใจในพฤติกรรมที่ผู้ป่วยแสดงออก
8.ความอดทน (Endurance)
คือการอดทนที่จะให้เวลา และโอกาสสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการพัฒนาตนเอง พยาบาลต้องอดทนที่จะศึกษาผู้ป่วยติดตามดูแลความก้าวหน้าของผู้ป่วย
ไม่ตัดสินผู้อื่น (Nonjudgmental)
ไม่นำค่านิยมหรือมาตรฐานสังคมของพยาบาลไปตัดสินพฤติกรรมหรือการกระทำของผู้ป่วย
เช่นไม่ตัดสินพฤติกรรมว่าถูก หรือผิด ดีหรือเลว ยกเว้นพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่างๆ
9.ให้ความเคารพ (Respect)
พยาบาลจะแสดงถึงความเคารพโดยเรียกชื่อผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ให้เกียรติกับผู้ป่วยโดยการยอมรับในการแก้ปัญหาของผู้ป่วย ไม่ใช้อำนาจกับผู้ป่วยโดยไม่เหมาะสม
10.เชื่อถือได้ (Trustworthiness)
การมีลักษณะของความน่าเชื่อถือ หรือความน่าไว้วางใจซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้บุคคลเกิดความไว้วางใจ
ความไว้วางใจแสดงได้โดยแสดงความรับผิดชอบ ไม่เปิดเผยความลับของผู้ป่วย
12.มีความรู้ (Knowledge)
พยาบาลต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจสาเหตุกลไกการเจ็บป่วยทางจิตและพฤติกรรมต่างๆที่แสดงออกมาของ
มีความรู้ในการนำกระบวนการพยาบาลมาวางแผนการพยาบาลเพื่อดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมและเป็นองค์รวม
11.การเปิดเผยตัวเอง (Self-disclosure)
มีทักษะในการเปิดเผยตัวเองในขอบเขตวิชาชีพพยาบาลสามารถบอกความรู้สึกความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวเองให้ผู้ป่วยรับรู้ได้
กล้าที่จะสำรวจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น เช่น เมื่อผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมที่กระตุ้นให้พยาบาลโกรธ พยาบาลควรบอกผู้ป่วยว่าเราโกรธในพฤติกรรมของเขา
เพื่อให้ผู้ป่วยบอกว่าเพราะอะไรตนเองถึงแสดงพฤติกรรมเช่นนั้น
13.มีความสม่ำเสมอ (Consistency)
ทั้งด้านอารมณ์ และพฤติกรรม ทั้งต่อบุคคล ต่อการปฏิบัติงาน ทำให้ผู้ป่วยเกิดความไว้ วางใจและมีความเชื่อถือพยาบาล
เช่น การตรงต่อเวลาในการทำกิจกรรม การมีอารมณ์มั่นคง ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ รู้จักและจัดการกับความรู้สึกของตนเอง
14.ความรู้สึกของผู้ป่วยที่มีต่อพยาบาล(Transference)
ความรู้สึกทุกชนิดที่ผู้ป่วยมีให้พยาบาล แบ่งออกเป็น
ความรู้สึกทางบวก เช่น การรู้สึกเคารพรัก เป็นมิตร
ความรู้สึกทางลบ เช่น โกรธ น้อยใจ
15.ความรู้สึกของพยาบาลที่มีต่อผู้ป่วย (Counter Transference)
ความรู้สึกทที่พยาบาลมีต่อผู็ป่วยด้วยความเมตตา การเคารพในสิทธิของผู้ป่วย
ประโยชน์ที่ได้จากการตระหนักรู้ตนเอง (Self – awareness)
1.ทราบถึงความคิดความรู้สึก อารมณ์ ทัศนคติและพฤติกรรมต่องานที่ทำ และควบคุมความเครียดได้ตลอดจนสามารถรักษาระดับความเครียดให้อยู่ในภาวะปกติ
3.สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะรู้ตัวอยู่ทุกขณะในการทำงาน
4.ทำให้เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน และดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
2.ทำให้ติดต่อกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดต่อกับผู้ป่วยด้วยความเข้าและบำบัดได้
5.สามารถปรับตัวให้เข้ากับงาน คน สิ่งแวดล้อมได้
การสร้างสัมพันธภาพ และการสื่อสารเพื่อการบำบัด
สัมพันธภาพระหว่างพยาบาลและผู้ป่วย (Nurse – Patient Relationship)
บุคคลสองคนคือ พยาบาลและผู้ป่วย ได้มีการติดต่อเกี่ยวข้องกันชั่วระยะเวลาหนึ่ง
บทบาทพยาบาล:จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นจากความเจ็บป่วยทางจิตด้วยความรู้ของพยาบาล
เป้าหมายในการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
ตระหนักในตนเอง
รู้จักตนเองดีขึ้น และปรับปรุงตัวเอง
มีความสามารถที่จะสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับผู้อื่น พึ่งพาผู้อื่นพอควร
มีสัมพันธภาพกับผู้อื่น โดยสามารถเป็นผู้ให้และผู้รับ
ให้โอกาสผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกไม่สบายใจ
ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจปัญหาของตนเอง และเกิดการเรียนรู้ในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมได้
ระยะการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
1.ระยะก่อนการสนทนา (Preinteracting phase) (พยาบาลยังไม่ได้พบผู้ป่วย)
สัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
เตรียมตัวให้ชัดเจนในด้านเป้าหมาย
วางแผนการสนทนา
ศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลคนไข้
ระยะเริ่มสนทนา (Initiation or orienting phase)
พยาบาลและผู้ป่วยพยายามทำความรู้จักกัน
ทำท่าทีเป็นมิตรเพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจ
การค้นหา หรือระบุปัญหาที่แท้จริง
ปัญหาที่พบ
ความวิตกกังวล (Anxiety)
การทดสอบ (Testing)
การต่อต้าน (Resistance)
ระยะแก้ไขปัญหา (Working phase)
มาพบกันเพื่อสนทนาอย่างสม่ำเสมอ
รับฟังปัญหาของผู้ป่วยอย่างไม่มีอคติ
เป็นเวลาที่ผู้ป่วยควรได้พูดคุยปัญหาของตนเอง และมีแนวทางแก้ปัญหาของตนเอง
ปัญหาที่พบ
ความวิตกกังวลของพยาบาล
มีความรู้สึกร่วมกับผู้ป่วย(Sympathy)
การถ่ายโยงความรู้สึกของผู้ป่วยไปสู่พยาบาล (Transference)
การถ่ายโยงความรู้สึกของพยาบาลไปสู่ผู้ป่วย (Counter transference)
ระยะยุติสัมพันธภาพ (Terminating phase)
ระยะที่ผู้ป่วยได้รับการคลี่คลายปัญหาแล้ว
พยาบาลต้องพยายามให้ผู้ป่วยมีความเชื่อมั่นในตนเอง
การสื่อสารเพื่อการบำบัด (Therapeutic Communication)
เพื่อโน้มน้าวผู้ป่วยให้กล้าแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดที่เป็นจริงออกมา
พยาบาลใช้เทคนิคและวิธีการสื่อสาร โดยทำความเข้าใจกับอารมณ์ความรู้สึก ความคิด และพฤติกรรมผู้ป่วย
องค์ประกอบที่มีผลต่อการสื่อสารเพื่อการบำบัด
1.สถานที่ (place or setting)
เพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลายไว้วางใจสามารถระบายความคิดความรู้สึกของตน ทำให้การสื่อสารเป็นไปด้วยความราบรื่น
ท่านั่ง (seating)
ต้องใช้ระยะเวลาในการสนทนาครั้งละ 30-60 นาที
จัดท่านั่งในลักษณะทำมุมระหว่างคู่สนทนา 45 องศา
ท่านั่งที่เหมาะสมควรเป็นท่าที่ผ่อนคลายและทั้งสองฝ่ายสามารถมองเห็นคู่สนทนาได้อย่างชัดเจน
ไม่ควรนั่งเผชิญหน้ากัน เนื่องจากทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัด
ระยะห่างระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วย (space)
การจัดระยะห่างให้เหมาะสมบางครั้งขึ้นอยู่กับสถานการณ์
เทคนิคการสื่อสารเพื่อการบำบัด
เทคนิคการกระตุ้นและส่งเสริมการสนทนา
Using broad opening Statement ใช้คำถามง่ายๆ เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเลือกหัวข้อในการสนทนา
Using general lead แสดงออกว่าพยาบาลกำลังฟังในสิ่งที่ผู้ป่วยพูดและอยากให้เขาพูดต่อ
Restating พูดทวนเนื้อหาหรือใจความสำคัญ
Questioning การตั้งคำถามทั่วไปเพื่อเปิดประเด็นการสนทนา และรวบรวมข้อมูล
เทคนิคที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยพูดระบายความคิดความรู้สึก
Reflecting (content/feel) กล่าวซ้ำสะท้อนความคิดความรู้สึกโดยใช้คำพูดใหม่ที่มีความหมายและความรู้สึกเดิม
Accepting/ listening การยอมรับผู้รับบริการ
Sharing observation การบอกในสิ่งที่พยาบาลสังเกตเห็น
Using silence ผู้ป่วยคิดไตร่ตรองและพูดความรู้สึกตนเอง
Giving information การให้ข้อมูลที่เป็นจริง
Presenting reality ให้ความจริงแก่ผู้ป่วย ในกรณีที่มีความคิดหรือการรับรู้ที่ผิดไปจากความเป็นจริง
เทคนิคการส่งเสริมให้ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
Giving recognition แสดงความจำและระลึกได้
Listening การฟัง
Offering self เป็นการเสนอตนเองเพื่อรับฟังปัญหา ให้การช่วยเหลือ
positive reinforcement การให้แรงเสริมทางบวก
เทคนิคที่ช่วยพยาบาลกับผู้ป่วยเข้าใจให้ตรงกัน
Clarifying ขอคำอธิบายเพิ่มเติม ทำให้กระจ่าง
Verbalization implied thought and feeling สอบถามความรู้สึกที่แท้จริงก่อน
Validating การตรวจสอบความ รู้สึกของผู้ป่วย
เทคนิคช่วยส่งเสริมความเข้าใจในการปรับตัวผู้ป่วย
Exploring การสอบถามเพื่อให้ได้ข้อมูล/ปัญหา/รายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับ
Focusing สนใจให้อยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
Encouraging evaluation การขอให้ผู้ป่วย ประเมินประสบการณ์
Encouraging formulation of a plan of action การสนับสนุนให้ผู้ป่วยวางแผนในอนาคต
Summarizing การสรุปเนื้อหา ด้วยคำพูดสั้นๆเพื่อให้ได้ใจความทั้งหมด
นางสาวกชกร ธนกรกิจสกุล 612001003 เลขที่ 3 รุ่น 36/1
นางสาวกนกวรรณ เนียมพลู 612001005 เลขที่ 5 รุ่น36/1