Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หน่วยที่ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดทางการพยาบาลจิตเวช - Coggle Diagram
หน่วยที่ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดทางการพยาบาลจิตเวช
สัมพันธภาพเพื่อการบำบัดของผู้รับบริการ
มีระบบขั้นตอนที่ชัดเจน
การประเมินและตัดสินใจจากความพึงพอใจของผู้ป่วย
มีวัตถุประสงค์ชัดเจน
มีจุดเริ่มต้น-สิ้นสุดชัดเจน
เน้นความต้องการของผู้รับบริการ
สัมพันธภาพเชิงสังคม
ไม่ต้องวางแผน ไม่มีระบบขั้นตอน
สิ้นสุดตามความพึงพอใจของผู้ป่วยและพยาบาล
ไม่มีเป้าหมายเฉพาะ
เน้นความต้องการของตนเองเป็นหลัก
คุณลักษณะของพยาบาลจิตเวชสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
จริงใจ สนใจ
เคารพผู้อื่น ยอมรับ มีความมั่นคง ไวต่อความรู้สึก
เข้าถึงความรู้สึกของผู้อื่น มีความรู้จริง
คุณลักษณะเฉพาะของพยาบาลจิตเวชสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
มีจรรยาบรรณ/ความรับผิดชอบ
เห็นอกเห็นใจ ไม่เห็นแก่ตัว
มีความตระหนักในตนเอง
เป็นแบบอย่างที่ดี
เทคนิคการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
ความไว้วางใจ
มีการแสดงอารมณ์ที่เหมาะสม อาจจะเป็นการยิ้มได้ พยาบาลต้องมีความไวต่อความรู้สึกของผู้ป่วย
เข้ากันได้,มีเป้าหมายชัดเจน
ขั้นตอนการสร้างสัมพันธภาพ
การประเมินสภาพ
ขั้นเตรียมการ
รวบรวมข้อมูลจำเป็น เพื่อวางแผนการพยาบาล
ประเมินความคิด ความรู้สึก การกระทำของพยาบาล
กำหนดเป้าหมาย เช่น เวลานัดหมาย
เลือกผู้ป่วย
ขั้นเริ่มต้นสร้าง/ปฐมิเทศ
แนะนำตนเอง
กำหนดข้อตกลง(สถานที่ เวลานัด ระยะเวลา) ป้องกันการเกิดความวิตกกังวลหลังจบสัมพันธภาพ
ข้อสังเกตว่าเข้าสู่ระยะแก้ไขปัญหาแล้ว
พึงพอใจ สนใจ ตั้งใจกับการสนทนา
ทำตามกติกา มาตามนัดตรงเวลา
ให้ความร่วมมือ/เห็นความสำคัญ
ระบายความทุกข์ให้พยาบาลฟัง
สนทนาในขอบเขต ไม่นอกเรื่อง
วินิจฉัย/วางแผน/ปฏิบัติ
ขั้นระบุ/แก้ไขปัญหา
ระบุ-ค้นหาสาเหตุของปัญหา(ฟัง/ถาม ในสิ่งที่ไม่เข้าใจ ไม่ใช่พยาบาลอยากรู้)
แก้ไขปัญหา
มีการวางแผนพยาบาล เกิดความเชื่อมั่นตนเอง
พยาบาลต้องชำนาญในทักษะ ฟัง ยอมรับ เข้าใจ ตีความได้
สรุป ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นปัญหาเป็นระบบ
เข้าใจตน แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
ข้อสังเกตว่าเข้าสู่ระยะยุติ
ให้ความร่วมมือ
พึงพอใจ มีการปรับเปลี่ยนความคิดที่เหมาะสม
การประเมินผล
ขั้นยุติการสร้างสัมพันธภาพ/สรุปผล
ทบทวนวัตถุประสงค์และชี้แจงว่าผู้ป่วยได้เรียนรู้แล้ว
ประเมินความรู้สึกของผู้ป่วย+ให้ระบายความรู้สึก+แจ้งเวลาที่จะยุติ ส่วนใหญ่แจ้งก่อน 1-2 สัปดาห์
ปัญหาขั้นเริ่มต้น
การทดสอบของผู้ป่วย โดยจะถามเรื่องของพยาบาล
การต่อต้าน ไม่มาตามนัด ,ไม่เปิดเผยตน ,บอกว่า ไม่อยากพบพยาบาล
ความวิตกกังวลทั้งผู้ป่วยและพยาบาล
ไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว มีแนวโน้มทำร้ายผู้อื่น
แนวทางแก้ไข
ทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ป่วย,ขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ชำนาญกว่า,หาความรู้เพิ่มเติม
ปัญหาขั้นยุติ
อาการทางกาย ปวดหัว ปวดข้อ
รู้สึกละอาย รู้สึกผิด
มีความโกรธ มีความไม่เป็นมิตร มีความเศร้า
พฤติกรรมแปรปรวน ก้าวร้าว
ปฏิเสธการยุติ
แนวทางแก้ไข- พูดระบายความรู้สึก,ประเมินความรู้สึก
ปัญหาขั้นแก้ไขปัญหา(เกิดความไว้วางใจ)
วินิจฉัยปัญหาแท้จริงไม่ได้
กลัวมีสัมพันธภาพใกล้ชิดผู้ป่วยมากไป ลำบากใจที่จะแลกเปลี่ยนเรื่องราวส่วนตัวของตนเองให้ผู้ป่วยฟัง
รู้เรื่องผู้ป่วยมากไป ทำให้เกิดอารมณ์ร่วม
ความรู้สึกพึ่งพา ผู้ป่วยยึดพยาบาลไว้เป็นที่พึ่งพามากเกินไป ทำให้พยาบาลเกิดความกังวลตามมา
พยาบาลไม่เข้าใจพฤติกรรมของผู้ป่วย
แนวทางแก้ไข
ฝึกฝนใช้เทคนิคให้เหมาะสม ไม่ควรใช้เทคนิคใดเทคหนึ่งบ่อยจนเกินไป อาจทำให้ผู้ป่วยรำคาญได้
ฝึกฝนความเข้าใจตนเอง วิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์+ ปัญหา
มีการวางแผนพยาบาล วัตถุประสงค์ชัดเจน
เทคนิคที่ใช้
ลักษณะพยาบาลสร้างสัมพันธภาพ
ยอมรับพฤติกรรมผู้ป่วยทุกกรณี
มีการวางแผนทุกครั้ง
เข้าใจผู้ป่วย ไม่แสดงความรู้สึกร่วมผู้ป่วย
สื่อสารกับผู้ป่วยได้ดี กริยา ท่าทางเหมาะสม
สม่ำเสมอ ไว้วางใจได้ จริงใจ
เป็นผู้อบอุ่น เป็นมิตร
เป็นผู้ที่เชื่อถือได้
การใช้ตนเองเพื่อการบำบัด
ช่วยให้ผู้รับบริการเกิดการเรียนรู้ความเป็นจริงเกี่ยวกับตนเองเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
แนวคิดทฤษฎีและปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าใจในตนเอง
ทฤษฎีเกี่ยวกับตนเองของโรเจอร์
การรับรู้ตนเอง
ตนเองที่ตนรับรู้
ตนเองในอุดมคติ อยากมีอยากเป็น
ตนเองที่แท้จริง
ทฤษฎีสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ของ ซุลลิแวน
เชื่อว่า ตนเองเป็นการการสะสมของประสบการณ์
ฉันไม่ดี(Bad me) ไม่พึงพอใจในตนเอง ถูกลงโทษ ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดี
ไม่ใช่ฉัน(Not me) ตนไม่อยากมีไม่อยากเป็น
ฉันดี(Good me) พึงพอใจในตนเอง มีความสุข ได้รับการสนับสนุนที่ดี ได้รับการชมเชย
ปัจจัยที่มีผลต่อการมองตนที่แท้จริง
การเติบโตตามวุฒิภาวะ
สิ่งแวดล้อม
การอบรมเลี้ยงดูที่ดี
การเรียนรู้
การตระหนักรู้ในตนเอง
ในฐานะวิชาชีพ
พยาบาลจะใช้ความเป็นตัวตนในกระบวนการพยาบาลจิตเวช โดยเฉพาะในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้คิด ได้รู้สึก และแสดงออกสิ่งที่ถูกต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ในฐานะบุคคล
พยาบาลจะนำไปใช้กับตนเอง โดยตระหนักรู้ว่าตนแตกต่างจากคนอื่น และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โดยมีแบบแผนในเรื่องค่านิยม เจตคติ ความรู้สึก ความคิด และความต้องการที่ต่างไป
การพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเองของพยาบาล
ใช้แนวคิดหน้าต่างของโจแฮรี่
หน้าต่างบานที่ 2 ตัวเองไม่รู้ ผู้อื่นรู้
หน้าต่างบานที่ 3 ตัวเองรู้ ผู้อื่นไม่รู้
หน้าต่างบานที่ 1 ตัวเองรู้ ผู้อื่นรู้
หน้าต่างบานที่ 4 ตัวเองไม่รู้ ผู้อื่นไม่รู้
หลักการพิจารณาตัวตน ตามแนวคิดหน้าต่างของโจแฮรี่
การที่บุคคลหรือหรือพยาบาลมีการสื่อสารที่ไม่ดี จะมีผลทำให้หน้าต่างบานที่ 1 แคบลง
การเรียนรู้เกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยการยอมรับข้อบกพร่องของตนเองทั้งจากการรับฟังผู้อื่น และการเปิดเผยตน จะทำให้ส่วนของตนเองที่บุคคลอื่นรู้กว้างขึ้น(หน้าต่างบานที่ 1 กว้างขึ้น แต่หน้าต่างบานอื่นๆแคบลง)ซึ่งจะทำให้ลดความขัดแย้งในใจที่อาจเกิดขึ้น ทำให้บุคคลหรือพยาบาลมีความตระหนักรู้ในตนเองมากขึ้น สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเหมาะสม
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหน้าต่างบานใดบานหนึ่งจะมีผลต่อหน้าต่างบานอื่นด้วย
ลักษณะของพยาบาลที่เป็นอุปสรรคที่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสาร
เพิกเฉยผู้ป่วย
มุ่งที่เรื่องของพยาบาลมากกว่าผู้ป่วย
ไม่รักษาความลับ ขาดความจริงใจ โกหก
แสดงความเห็นด้วยกับการกระทำของผู้ป่วย เช่น นั่นเป็นความคิดที่ถูกต้องทีเดียว การเห็นด้วยกับผู้ป่วย เป็นการจำกัดไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นภายหลังจากที่เขาพูดไป
การใช้คำปลอบใจที่ไม่เหมาะสม เช่น ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง , อย่ากังวลใจไปเลย หรือให้กำลังใจที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่น ผมมั่นใจว่าคุณหายขาดแน่ๆ
การขอคำอธิบาย
ใช้หลายคำถามในเวลาเดียวกัน และใช้คำถามว่า ทำไม
ไม่เห็นด้วยกับผู้ป่วย กล่าวตำหนิผู้ป่วย
พูดขัดจังหวะ รีบด่วนสรุป หรือเปลี่ยนเรื่อง
การพูดดูถูกความรู้สึกผู้ป่วย เช่น เราทุกคนก็ประสบภาวะเศร้าเหมือนกัน
การกล่าวแย้งข้อคิดเห็นผู้รับบริการ
การกล่าวคำแก้ตัว ซึ่งเป็นการบอกให้ผู้ป่วยว่าความรู้สึก ความคิดของเขาไม่ถูกต้อง
พูดมาก ชอบใช้คำแนะนำ
การที่พยาบาลพูดมาก/น้อยเกินไป
ใช้คำถามปลายปิด
เลือกใช้เทคนิคการสนทนาไม่ถูกต้อง
การที่พยาบาลไม่รับฟัง
เทคนิคที่ใช้ในการสื่อสารเพื่อการบำบัด
เทคนิคเพื่อกระตุ้น และส่งเสริมให้มีการสนทนา
Using general leads การใช้คำกล่าวนำ กระตุ้นให้พูดต่อ เช่น แล้วอย่างไรต่อคะ
Restating การพูดซ้ำในสิ่งที่ผู้รับบริการพูด
Using broad opening statement การใช้คำถามปลายเปิดกว้างๆ เช่น วันนี้คุณรู้สึกอย่างไร
Reflecting การสะท้อนกลับ ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจความคิด ความรู้สึกของตนเองดีขึ้น
เทคนิคช่วยให้ระบายความคิด ความรู้สึก
Acknowledge the patient’s feeling
Using silence
Making/Sharing observation การบอกสิ่งที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อคุณพูดถึงแม่ ดูท่าทางคุณเศร้า
Giving information
Accepting การยอมรับผู้รับบริการ เช่น ค่ะ ดิฉันเข้าใจคุณ
เทคนิคส่งเสริมให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน
Seeking consensual ตรวจสอบความเข้าใจว่าตรงกับความเข้าใจหรือความรู้สึกของผู้ป่วยหรือไม่
Verbalizing implied thought and feeling คำพูดที่ผู้ใช้บริการพูดเป็นนัยๆ ความรู้สึกซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ วิธีนี้ใช้กระตุ้นให้พูดถึงความรู้สึกจริงๆของเขา
Seeking clarification เช่นที่คุณพูด หมายความว่าอย่างไรคะ
Validating ตรวจสอบความเข้าใจของพยาบาลว่าตรงกับความต้องการและความรู้สึกจริงของผู้ป่วยหรือไม่ เช่น คุณคงสบายใจขึ้นหลังจากได้เรื่องราวให้ฉันฟัง
เทคนิคช่วยเสริมให้รู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
Giving recognition ให้เห็นว่าพยาบาลให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ เช่น ฉันจำได้ว่าคุณไม่ชอบรับประทานเนื้อ
Offering self เสนอตัวเพื่อช่วยเหลือ แสดงความจริงใจ ใส่ใจ
เทคนิคการกระตุ้นให้ผู้รับบริการคิดและไต่ตรองเรื่องราวของเขาใหม่
Focusing ใช้ในกรณีผู้รับบริการมีหลายปัญหา
Voicing doubt การตั้งข้อสงสัย ไม่ควรใช้บ่อย
Exploring การสำรวจเชิงลึก ใช้ในกรณี ผู้รับบริการมีความรู้สึกไว้วางใจมากแล้ว
Encouraging evaluation กระตุ้นให้ผู้รับบริการประเมินตนเอง
Encouraging formulation of a plan of action ให้ผู้รับบริการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าหากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างที่เคยประสบมา เขาจะมีการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างไร
Summarizing
Presenting reality การให้ความจริง เช่น พยาบาลรู้ว่าคุณได้ยินเสียงนั้น แต่ตอนนี้พยาบาลไม่ได้ยิน
Confrontation การบอกการกระทำของผู้รับบริการอย่างตรงไปตรงมา
การประยุกต์ใช้เทคนิค
The working phase
Acknowledge the patient’s feeling
Using silence
Sharing observation
Verbalizing implied thought and feeling
Clarifying
Validating
Focusing
Exploring
Summarizing
The terminating phase
ควรระวังการสื่อสารที่ขัดขวางการบำบัด เช่น การใช้คำปลอบใจที่ไม่เหมาะสม การกล่าวแย้งข้อคิดเห็น การกล่าวคำแก้ตัว
The initiating phase
Giving information
Giving recognition
Offering self
Using general lead