Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์, ทารกในครรภ์ 5 สัปดาห์,…
การเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
พัฒนาการทารกในครรภ์ไตรมาสที่ 1
ช่วง 3เดือนแรกเป็นระยะที่อสุจิปฏิสนธิกับไข่และเจริญเติบโตไปเป็นตัวอ่อน ซึ่งในช่วงนี้จะเริ่มสังเกตเห็นอวัยวะต่างๆ ของทารกพัฒนาขึ้นมา
ทารกในครรภ์ 1 สัปดาห์
เกิดการตกไข่ ปฏิสนธิและฝังตัว
ทารกในครรภ์ 2 สัปดาห์
Biastocyst จะเกิดช่องว่าง2 แห่งคือ inner cell mass เละ trophoblastต่อหาโพรงนี้จะกลายเป็นถุงน้ำคร่ำamniotic cavity และช่องว่างที่เป็นbiastoceie กลายเป็น primitive yolk sacทำหน้าที่สะสมอาหารสำหรับตัวออน จะหมดหน้าที่ลงเมื่อถุงไข่ในระยะsecoondary yolk sac เจริญเต็มที่ใช้เวลา 9 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 3 สัปดาห์
เมื่ออสุจิปฏิสนธิกับไข่กายในท่อนำไข่ จะเกิดูเป็นเซลล์ที่เรียกว่าไซโกต(Zygote) ประกอบด้วยโครโมโชซม 46 แท่ง โดยรับมาจากแม่ 23แท่งและจากพ่อ 23 เท่งทำหน้าที่ถ่ายทอดลัษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่อย่างสีผม สีตาและลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ รวมถึงกำหนดเพศของทารกหลังจากนั้นไซโกตจะค่อย ๆเคลื่อนตัวจากท่อนำไข่ไปยังมดลูกพร้อมกับแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนไปด้วย กระทั่งมีลักษณะเป็นเชลล์หลายเชลล์เกาะกลุ่มกันเรียกว่าโมรูลา(Morula)
ทารกในครรภ์ 4 สัปดาห์
เชลล์ที่เบ่งตัวแล้วจะเข้าไปฝังในเยื่อบุโพรงมดลูกโดยจะเจริญไปเป็นตัวอ่อนเอ็มบริโอ (Embryo)ส่วนเนื้อเยื่อต้นนอกจะค่อยๆ พัฒนาไปเป็นส่วนหนึ่งของรกซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการอยู่รอดของทารกเพราะมีหน้าที่ลำเลียงออกชิเจนและอาหารรวมถึงกำจัดของเสียให้ทารกในครรภ์ด้วย
ตัวอ่อนเอ็มบริโอจะค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นจนกระทั่งประกอบไปด้วยเนื้อเยื้อ 3 ชั้น คือ เนื้อเยื่อชั้นนอกเนื้อเยื่อชั้นกลาง และเนื้อเยื่อชั้นในโดยแต่ละชั้นจะพัฒนาไปเป็นอวัยวะและเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆของทารกต่อไป
ท่อประสาทบริเวณหลังของตัวอ่อนที่เปิดอยู่จะค่อย ๆ ปิดลงเพื่อเตรียมพร้อมต่อการพัฒนไปเป็นสมองและไขสันหลัง นอกจากนี้อวัยวะส่วนอื่นๆ ก็เริ่มพัฒนาขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ตา หรือหูและจะเริ่มสังเกตเห็นส่วนนูนที่กำลังพัฒนาไปเป็นเเขน
ระบบการมองเห็นของตัวอ่อนเริ่มพัฒนาซับซ้อนขึ้นเเละสามารถสังเกตเห็นส่วนของใบหน้าโดยเฉพาะขากรรไกรบนและจมูกรวมทั้งขาและฝ่ามือได้ชัดเจนมากขึ้น
ตัวอ่อนในระยะนี้จะมีความยาวจากยอดศีรษะถึงส่วนล่างสุดของสะโพกป
ระมาณ 0.5 นิ้ว และเริ่มสังเกตเห็นฝ่าเท้า นิ้วมือ ใบหูดวงตาริมฝีปากบน และจมูกชัดเจนกว่าเดิมโดยมีลำตัวและลำคอเหยียดตรงมากขึ้น
ข้อศอก นิ้วเท้าและเปลือกตาของตัวอ่อนเริ่มพัฒนาจนสังเกตเห็นได้ชัดเจนขึ้นศีรษะส่วนบนมีขนาดใหญ่ขึ้น ทว่ายังเห็นส่วนศีรษะกับคางได้ไม่ชัดเจน
พังผืดที่นิ้วมือและนิ้วเท้าสลายไปจนสังเกตเห็นเป็นนิ้วเรียวยาวและเห็นสายสะดือได้ชัดเจน
เป็นช่วงที่ตัวอ่อนเอ็มบริโอพัฒนามาเป็นตัวอ่อนโดยสมบูรณ์ดวงตาของทารกเคลื่อนห่างออกจากกันมากขึ้น เปลือกตาค่อย ๆยุบลงจนกลมกลืนกับดวงตา ใบหูลดต่ำลงเริ่มเกิดหน่อที่จะเจริญไปเป็นฟัน และเกิดเม็ดเลือดแดงขึ้นในตับโดยในช่วงปลายสัปคห์อาจเริ่มเห็นพัฒนาการของอวัยวะเพศอย่างองคชาติของเพศชาย ปุ่มกระสันหรือคลิตอริส (Clitoris)และแคมใหญ่ของเพศหญิง
สังเกตเห็นอวัยวะต่างู ๆ บนใบหน้สชัดเจนขึ้นมาก เริ่มสังเกตเห็นเล็บมือ
และลำไส้เริ่มพัฒนาขึ้นภายในช่องท้องของทารก
พัฒนาการของทารกในครรภ์แบ่งออกเป็น 3 ช่วงโดยเริ่มตั้งแต่วันแรกของการุมีประจำเตือนครั้งล่าสุดซึ่งนับตามอายุครรภ์ ดังนี้
ไตรมาสที่ 1 คือ สัปดาห์ที่ 1-12
ไตรมาสที่ 2 คือ สัปดาห์ที่ 13-27
ไตรมาสที่ 3 คือ สัปดาห์ที่ 28-40
ช่วงเตือนที่ 7-9เป็นระยะที่ร่างกายของทารุกในครรภ์เจริญเติบโตเต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมต่อการคลอด
ทารกเริ่มลืมตา สามารถเตะ ยึดตัว หรือใช้มือคว้าได้ทั้งยังมีระบบประสาทส่วนกลางที่พัฒนามากขึ้นทำให้สามารถควบคุมจังหวะการหายใจและอุณหภูมิของร่างกายได้
ทารกในครรภ์ 30 สัปดาห์ทารกในครรภ์ 31 สัปดาห์
ทารกส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสังเกตเห็นเส้นผมยาวขึ้นอย่างชัดเจนรวมทั้งมีการสร้างเม็ดเลือดแดงภายในไขกระดูกด้วย
ขนเส้นบาง ๆ ที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกายทารกเริ่มหลุดร่วงสังเกตเห็นเล็บเท้าได้ชัดเจน ม่านตาเริ่มตอบสนองต่อเเสง
เเละความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มมากขึ้น ทำให้กระดูกส่วนต่าง ๆของร่างกายเข็งแรงขึ้น ยกเว้นกะโหลกศีรษะของทารกที่ยังคงนิ่มอยู่
ทารกในครรภ์ 34 สัปดาห์ทารกในครรภ์ 35 สัปดาห์
เล็บมือของทารกจะยาวขึ้นจนถึงปลายนิ้วเเขนและขามีลักษณะอวบอ้วนผิวหนังมีสีชมพูดนุ่มลื่นมีความยาวจากยอดศีรษะถึงส่วนล่างสุดของสะโพกเฉลี่ย 12 นิ้ว และมีน้ำหนักมากคว่ำ 2.100 กรัม
ทารกในครรภ์ 36 สัปดาห์
ทารกมักกลับหัวไปยังอุ้งเชิงกรานเพื่อเตรียมพร้อมคลอด หากทารกยังไม่เริ่มกลับหัวเเพทย์อาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวและเเนวทางในการรับมือคนนี้เพิ่มเติม
ทารกมักกลับหัวไปยังอุ้งเชิงกรานเพื่อเตรียมพร้อมคลอด หากทารกยังไม่เริ่มกลับหัวเเพทย์อาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวและเเนวทางในการรับมือคนนี้เพิ่มเติม
สังเกตเห็นหน้าอกของทารกเด่นชัดขึ้น เล็บเท้ายาวขึ้นมาจนถึงปลายนิ้วเส้นขนบาง ๆ ที่อยู่ทั่วร่างกายหลุดออกจนเกือบหมดหากเป็นเพศชายลูกอัณฑพของทารกจะตกลงสู่ถุงอัณฑะเเละมีการสะสมไขมันไว้ตามส่วนต่างๆเพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นหลังคลอด
ทารกจะมีความยาวจากยอดศีรษะถึงส่วนล่างสุดของสะโพกประมาณ 14 นิ้วและมีน้ำหนักเฉลี่ย 3,400 กรัมอย่างไรก็ตามขนาดตัวและน้ำหนักของทารกแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป
สังเกตเห็นลำคอ เเขนและขาของทารกได้ชัดเจนขึ้นรวมทั้งเริ่มเกิดเชลล์เม็ดเลือดแดงขึ้นภายในม้ามและอาจเริ่มระบุเพศของทารกได้ในระยะนี้
ความหนาแน่นของมวลกระดูกเพิ่มมากขึ้นจนสามารถมองเห็นกระดูกปรากฎในภาพอัลตราชาวด์และเริ่มมีเส้นผมบาง ๆ ขึ้นบนหนังศีรษะ
ดวงตาเริ่มเคลื่อนไหวได้อย่างช้าๆ
และอาจสังเกตเห็นว่าแขนและขาของทารกค่อย ๆขยับไปมาในระหว่างอัลตราซาวด์เเต่ยังขยับไม่มากพอที่จำทำให้คุณแม่รู้สึกได้
ทารกเริ่มกลิ้งหรือพลิกตัวไปมา เริ่มมีเล็บเท้าขึ้นและหัวใจสามารถสูบฉีกเลือดได้มากถึงประมาณ47 ลิตร/วัน
ทารกในระยะนี้มีความยาวจากยอดศีรษะถึงส่วนล่างสุดของสะโพกประมาณ 5.5 นิ ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานและอาจเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอก
ระยะนี้จะสังเกตเห็นไขมันสีขาวขุ่นหุ้มอยู่ภายนอกผิวหนังของทารกที่เรียกว่าไขทารก (Vernix Caseosa)ซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันผิวเกิดรอยถลอกผิวลอกหรือผิวด้านจากการสัมผัสกับน้ำคร่ำ
ในระยะนี้คุณแม่อาจรู้สึกได้ลูกดิ้นและทารกในครรภ์อาจหลับๆ ตื่น ๆเป็นประจำโดยอาจตื่นเพราะเสียงหรือการเคลื่อนไหวของเเม่
ทารกจะมีขนเส้นบาง ๆ ขึ้นตามลำตัวเพื่อช่วยให้ไขการกเกาะอยู่บนผิวหนังและอาจเริ่มอมนิ้วหัวแม่มือของตัวเอง
มีเส้นผมและคิ้วขึ้นมาอย่างชัดเจนและร่างกายของทารกจะเริ่มผลิตไขมันสีน้ำตาลขึ้นมาเพื่อทำหน้ที่เผาผลาญพลังานให้เกิดเป็นความร้อนในยามที่อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง
ทารกเคลื่อนไหวดวงตาได้เร็วขึ้นเริ่มสังเกตเห็นรอยบนฝ้มือหรือฝ้าเท้าซึ่งจะพัฒนาไปเป็นลายนิ้มื้อ ลายมือ และลายเท้าต่อไปทารกบางรายอาจสะอีกด้วยส่งผลให้ช่องท้องของคุณแม่เกิดอาการกระตุกได้
ช่วงเดือนที่ 4-6เป็นระะที่อวัยวะเพศของทารุกเจริญเติบโตเต็มที่จึงสามารถระบุเพศของทารกได้จากการอัลตราซาวด์และคุณแม่อาจเริ่มรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกได้ในช่วงเวลานี้
กูระดูกตามส่วนตง ๆ ของทารกเริ่มแข็งขึ้น
กระดูกตามส่วนต่างๆ ของทารกเริ่มแข็งขึ้นโดยเฉพาะกะโหลกและกระดูกแขนขา นอกจากนี้ตัวอ่อนจะเริ่มปัสสาวะใส่ถุงน้ำคร่ำโดยปัสสาวะนั้นจะกลายเป็นน้ำคร่ำให้ตัวอ่อนนำไปใช้แล้วปัสสาวะออกมาอีก เป็นวัฏจักรเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ
ในระยะนี้อาจสังเกตเห็นว่าผิวของทารกเหี่ยวย่นโปร่งแสง และมีสีชมพูหรือแดงเนื่องจากเริ่มมีการสร้งเชลล์เลือดทำให้มองเห็นสีของเลือดผ่านหลอดเลือดฝอยที่มีอยู่ทั่วร่างกาย
ทารกอาจจดจำเสียงจากภายนอกได้
เละเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อเสียงที่คุ้นเคย โดยเฉพาะเสียงของคุณเเม่
ปอดของทารกจะเริ่มผลิตสารลดแรงตึงผิวในปอดเพื่อช่วยให้ถุงลมภายในปอดขยายตัวป้องกันถุงลมยุบตัวมากเกินไปจนเป็นอันตราย
ทารกมีระบบประสาทที่เจริญเติบโตมากขึ้นและผิวหนังดูเนียนนุ่มยิ่งขึ้นเพราะเริ่มมีไขมันในร่างกาย27 weelts uregnam
ทารกในครรภ์ 5 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 6 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 7 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 8 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 9 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 10 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 11 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 12 สัปดาห์
พัฒนาการทารกในครรภ์ไตรมาสที่ 3
ทารกในครรภ์ 28 สัปดาห์ทารกในครรภ์ 29
สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 32 สัปดาห์ทารกในครรภ์ 33 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 37 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 38 สัปดาห์ทารกในครรภ์ 39 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 40 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 14 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 15 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 16 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 17 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 18 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 19 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 20 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 21 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 22 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 23 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 13 สัปดาห์
พัฒนาการทารกในไตรมาสที่2
ทารกในครรภ์ 24 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 25 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 26 สัปดาห์
ทารกในครรภ์ 27 สัปดาห์