Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พัฒนาการของระบบต่างๆของทารกในครรภ์, นางสาว อัจฉรา พาณิชย์กุล 61122230118 -…
พัฒนาการของระบบต่างๆของทารกในครรภ์
ระบบหมุนเวียนเลือดของทารกในครรภ์
ทารกในครรภ์ประมาณสัปดาหท์ ที่3 เริ่ม มีการแลกเปลี่ยน สารอาหารระหว่างเลือดของตัวอ่อนและเลือดของมารดาผ่าน chorionic villi การไหลเวียนโลหิต ของ ทารกในครรภ์แตกต่างจากการไหลเวียนของทารกหลังคลอดหลายหย่าง เชน่ ระหว่างอยู่ในครรภ์ มารดา
ทารกได้รับออกซิเจนจากการเปลี่ยนที่รกไม่ใช่ปอดส่วนเลือดที่ไหลผ่านปอดเพื่อนำไปเลี้ยงเซลล์ของปอดไม่ใช่ให้ปอดทำหน้าที่เเลกเปลี่ยนก๊าซ
ระบบประสาทเเละอวัยวะรับสัมผัส
สัปดาห์ที่ 8
ตรวจพบ Synaptic function เห็นได้จากการงอ
ของลำตัวและคอ
สัปดาห์ที่ 10
พบทารกในครรภ์เริ่มเคลื่อนไหว เห็นได้จากการตอบสนองต่อ Local stimuli โดยพบ Squint ของตา อ้าปาก กำมือได้บางงอนิ้วเท้า ได้
สัปดาห์ที่ 14-16
ทารกกำมือได้สนิท กลืนอาหารและหายใจได้
สัปดาห์ที่ 24
ทารกสามารถดูดนิ้วมือได้ในไตรมาสที่สาม การประสานงานระหว่างระบบประสาทกับกล้ามเนื้อจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
สัปดาห์ที่ 24-26
มีการพัฒนาของหูทั้งชั้นนอก, ชั้นกลาง และชั้นใน ทำให้ทารกในครรภ์ได้ยินเสียง
สัปดาห์ที่ 28
ตาเริ่มรับรู้ต่อแสง ลิ้นรับรู้รส (พบ Taste buds ได้ตั้งแต่เดือนที่ 3)
ระบบขับถ่ายปัสสาวะ
ประมาณสัปดาห์ที่ 12 มีปัสสาวะเกิดขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่16 มีการหลั่งของปัสสาวะมาผสมอยู่ในน้ำหล่อของเด็ก
ระบบภูมิคุ้มกันโรค
ระบบภูมิคุ้มกันของทารกพัฒนาจนสามารถทำงานได้ตั้งเเต่อายุครรภ์เพียง 13 สัปดาห์ในระยะเเรกๆ ของการพัฒนาพบ lymphocytes ในตับตั้งเเต่อายุครรภ์เพียง 9 สัปดาห์ พบในเลือดเเละม้ามตั้งเเต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ พบT lymphocytes ในธัยมัสตั้งเเต่อายุครรภ์ราว 14 สัปดาห์ในกระเเสเลือดของทารกจะมีเพียง IgG ซึ่งผ่านรกมาจากแม่ Anyibody ในทารกเเรกคลอดส่วนมากสะท้อนถึงการมีภูมิคุ้มกันจากเเม่ที่ได้มีมาก่อนเเละผ่านไปยังลูก IgGเริ่มผ่านรกตั้งเเต่อายุครรภ์16สัปดาห์
ระบบสืบพันธุ์
ประมาณสัปดาห์ที่ 6 มีพัฒนาการของต่อมเพศอายุครรภ์ 3 เดือนเริ่มเเยกเพศได้
ระบบย่อยอาหาร
พัฒนาการของกระเพาะอาหารและลำไส้
สัปดาห์ที่ 11 ของการตั้งครรภ์ ลำไส้เล็กมี Peristalsis และสามารถดูดซึม Glucose ได้ดี การกลืนน้ำคร่ำ, ดูดซึมน้ำและขับกาก ลงไปยังลำไส้ใหญ่ส่วนล่างพบประมาณสัปดาห์ที่ 16 ใน Early fetus พบ Hydrochloric acid และน้ำย่อย (Enzymes) ได้ในปริมาณน้อยมาก แต่ต่อมาจะเพิ่มปริมาณขึ้น ดังนั้น ในทารกคลอดก่อนกำหนดอาจเกิดภาวะขาดน้ำย่อยได้มากน้อยแตกต่างกัน ตามอายุครรภ์
การกลืนของทารก
ทารก ในระยะแรกทารกในครรภ์กลืนน้ำคร่ำได้น้อย จึงไม่มีผลต่อการควบคุมปริมาณน้ำคร่ำ แต่ต่อมาระยะหลังทารกกลืนน้ำคร่ำได้มากขึ้น จนเป็นส่วนสำคัญอันหนึ่งที่ช่วยควบคุมปริมาณน้ำคร่ำ ในรายที่ทารกในครรภ์กลืนน้ำคร่ำผิดปกติ ทำให้ภาวะครรภ์แฝดน้ำ (Hydramnios) สารที่ทารกได้รับจากการกลืนน้ำคร่ำช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตและพัฒนาการของระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการบริโภคอาหารหลังคลอด นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยขับถ่ายสารที่ไม่ละลายในน้ำคร่ำออกมาเป็นขี้เทา (Meconium)
นางสาว อัจฉรา พาณิชย์กุล 61122230118