Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 5 การสร้างและพัฒนาเครือข่ายชุมชน, นางสาวพรนิภา มะโนนึก เลขที่ 40…
บทที่ 5
การสร้างและพัฒนาเครือข่ายชุมชน
องค์ประกอบและความสำคัญของเครือข่ายชุมชน
2. กิจกรรมของเครือข่าย
การดำเนินกิจกรรมของเครือข่ายควรเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ทำแล้วสำเร็จผล แล้วจึงยกระดับเข้าสู่ความยากสูงขึ้นในขั้นต่อไป
กิจกรรมของเครือข่ายแต่ละประเภทน่าจะแตกต่างกันออกไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภารกิจและการคิดค้นของเครือข่ายนั้น ๆ
เปรียบเหมือนกับเป็นแบบฝึกหัดการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายให้แข็งแรง
3. ระบบการสื่อสาร
การสื่อสาร เรื่องราว สาระ ข้อมูล ในระหว่างแกนนำเครือข่ายและสมาชิกเครือข่าย อย่างหลายรูปแบบ
หลายเครือข่ายขาดกระบวนการสื่อสาร เรื่องราว และท้ายสุดนำไปสู่ความแตกร้าวของเครือข่าย
4. สมาชิกเครือข่าย
การเข้ามาเป็นสมาชิกของเครือข่ายบางเครือข่ายในหลักของการเข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ต้องยื่นเรื่องการสมัครเป็นสมาชิก
บางเครือข่ายใช้หลักการยื่นใบสมัคร ทั้งนี้แล้วแต่จะตกลงกัน สิ่งสำคัญอยู่ที่การยอมรับของสมาชิกเครือข่าย
สมาชิกเครือข่ายเป็นฐานสำคัญ
1. แกนนำเครือข่าย
แกนนำที่ดีต้องมีความมุ่งมั่น เข้าใจงานเครือข่าย
มีแกนนำทั้งเชิงความคิดและแกนนำเชิงปฏิบัติงาน
พบเห็นได้ในรูปของคณะกรรมการเครือข่าย หรือคณะทำงานเฉพาะด้าน
ปัจจัยที่หนุนเสริมการก่อรูปเครือข่าย
เกิดจากผลที่กลุ่มต่าง ๆ ทำกิจกรรมร่วมกันมีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเป็นเครือข่ายขึ้นมา
เครือข่ายที่เกิดจากวิถีวัฒนธรรมของการเกื้อกูลช่วยเหลือกันของผู้คนในชุมชน ในจังหวัดสงขลาหรือใกล้เคียง ช่วงประมาณเดือนเมษายนของทุกปี ในชุมชนไทยพุทธ มีประเพณีการทำบุญป่าช้า ทำบุญกระดูก อุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษของผู้ตายในแต่ละชุมชน
การที่ผู้คนมีความสนใจในประเด็นร่วมกันและทำกิจกรรมร่วมกันตามความสนใจ
เครือข่ายที่เกิดจากการส่งเสริม สนับสนุน หรือการจัดตั้งโดยหน่วยงานภายนอก เช่น เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)
เมื่อมีสถานการณ์ เรื่องราว เหตุการณ์ที่ไปมีผลทำให้ผู้คน บุคคล คณะบุคคลต้องมาเผชิญรับปัญหาร่วมกัน และจำต้องดิ้นรนเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานั้น ๆ จะทำให้มีคณะบุคคลรวมตัวกัน ก่อให้เกิดเครือข่ายตัวตนขึ้นมา
เทคนิคการสร้างและพัฒนาเครือข่ายชุมชน
2. รู้จักจังหวะ
สำหรับการทำงานกับชุมชน คนที่จะเข้าไปทำในชุมชน และคนในชุมชนที่จะมาร่วมกันทำ ทั้งสองฝ่ายจะต้องได้รับสัญญาณไฟเขียวจากครอบครัว งานจึงจะเดินต่อได้
การทำกิจกรรมชุมชนต้องเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม บางเรื่องเมื่อถึงจังหวะจับให้มั่นก็ต้องจับ แต่เมื่อถึงเวลาคลายก็ต้องปล่อย ค่อยเรียนค่อยรู้เราจะเข้าใจคน เข้าใจชุมชน
3. ทำใจยอมรับ
บ่อยครั้งที่เราวาดหวังว่าเรื่องราว ความตั้งใจ ความปรารถนาดีที่เรามีต่อชุมชนออกมาตรงกันข้าม ชุมชนไม่ยอมรับ ไม่เห็นผลงาน ไม่เกิดแนวร่วม เราก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้
เมื่อมีปัญหาอุปสรรคมากมาย ที่ทำได้คือปลอบใจตนเองมันเป็นเช่นนี้เองก็ต้องปล่อยให้ผ่านไป เรียนรู้นำมาเป็นบททดสอบความแข็งแกร่ง เป็นครู
1. สร้างความหวังร่วม
เมื่อเรามีความหวังร่วมกันพลังในการทำงานก็จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ชุมชนหวังว่าทำเรื่องนี้แล้วชุมชนจะดีขึ้น พัฒนาขึ้น แก้ทุกข์ร้อนของชุมชนได้
เจ้าหน้าที่ก็หวังว่าทำแล้วยั่งยืน มีประโยชน์
เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานกับชุมชน
4. ทบทวนตัวเอง
มองแบบเป็นกลาง อย่าลำเอียง ประเมินผลให้คะแนนตัวเอง เสนอแนะวิพากษ์ตังเองบ้าง เพื่อพัฒนา
ต้องมีเวลาใคร่ครวญเรื่องราวทั้งที่ผ่านมา ที่กำลังทำอยู่ และอนาคต
ข้อคิดสำหรับการทำงานชุมชน
3. รอบด้าน
การจับไม้จับมือกันทำงานทั้งที่เหมือน ต่างกัน ใกล้เคียงกัน อยู่คนละพื้นที่ แต่การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สร้างมุมมองที่รอบด้าน กว้างกว่า ถือว่าเราเป็นหูเป็นตาแก่กัน ทำให้กิจกรรมในพื้นที่มั่นคงสานกันแน่นหนา ยากต่อการโค่นล้ม
4. กระตือรือร้น
การทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย เกิดการเรียนรู้ คิดค้น หาสิ่งที่ดีกว่า ขยัน ก้าวพัฒนาอยู่เสมอ จากการเห็นกิจกรรมของกันและกัน เมื่อนำจากพื้นที่หนึ่งสู่อีกพื้นที่หนึ่ง ก็จะเกิดการเรียนรู้ใหม่และต่อยอดเสมอ
2. เรียนลัด
การที่เราได้เรียนรู้การทำงานกับเพื่อนร่วมเครือข่าย รู้งานเขา เห็นข้อดี ข้อเด่น ข้อด้อย เราสามารถนำมาปรับใช้กับงานของเราได้เป็นอย่างดี เราไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ในทุกเรื่อง
5. สร้างงานให้มั่นคง
เช่น ในพื้นที่เราปลูกผักปลอดสารพิษ แต่พื้นที่อื่นใช้ผักที่มีสารฆ่าแมลงมาปรุงอาหารขายในพื้นที่ของเรา ปัญหาก็ยังมีอยู่ เลยชักชวนกันเรียนรู้สร้างเครือข่ายคุ้มครองจาก 1 หมู่ เป็น 2 หมู่ เป็น 3 หมู่ เป็นตำบล เป็นอำเภอ งานคุ้มครองก็กว้างขึ้น เป็นปึกแผ่นมั่นคง เรียนรู้เท่าทันกันทุกเรื่อง ชุมชนก็ปลอดภัยในการบริโภค
1. พลัง
การทำงานในชุมชนเพียงคนเดียวกลุ่มเดียวมีข้อจำกัดมาก แรงเคลื่อนน้อย พลังน้อย บางครั้งอ่อนล้า เหนื่อยหน่ายและเหงา เมื่อมีเพื่อนร่วมกิจกรรมเป็นแรงหนุนเสริมกัน เขามาช่วยเรา เราไปช่วยเขาไปนั่งเป็นเพื่อนก็ยังดี กำลังใจ พลัง มามากมาย
แผนแม่บทชุมชน : แผนแห่งการพึ่งพาตนเอง
กระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน
การวิเคราะห์จัดทำแผนแม่บทชุมชน
ประมวลความเชื่อมโยงปัญหา วิธีแก้ปัญหา การบริหารจัดการเข้ากับข้อมูลศักยภาพ (ต้องมีวิทยากรนำ)
นำความคิดสู่ชุมชน จัดเวทีแลกเปลี่ยน
รวบรวมจัดหมวดหมู่ลำดับความสำคัญ
พัฒนาสู่โครงการ / กิจกรรม
เมื่อได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยชุมชนแล้ว ก็จะนำเอาข้อมูลที่ได้มาพัฒนาสู่โครงการหรือกิจกรรม
โดยพิจารณาตามความสำคัญของปัญหา ความเร่งด่วนของแหล่งทุน และการดำเนินการโดยไม่ต้องหางบประมาณ เป็นต้น
2.กระบวนการจัดเก็บข้อมูล
ให้ชุมชนได้เก็บรวบรวมข้อมูลของเขาเอง เพื่อให้เขารู้จักชุมชนของตนเอง / ชุมชนอื่น ภูมิประเทศ ธรรมชาติ ผลผลิต สภาพความเป็นอยู่ วัฒนธรรมความเชื่อ กิจกรรมการพัฒนาในชุมชน การแสวงหาผู้นำที่ชุมชนมีความเชื่อถือ
ชี้แจงและชักชวน ซึ่งจะต้องเป็นผู้นำกิจกรรมผู้มีประสบการณ์ มีความคล่องตัว มีความรอบรู้ และมีความกระตือรือร้น
สิ่งที่ต้องไม่ละเลย และเป็นกรอบของการจัดทำโครงการ / กิจกรรมของชุมชน
การพึ่งพาตนเองของชุมชนลดการพึ่งพาจากภายนอกชุมชนให้มากที่สุด
คือ แผนแม่บทชุมชนอย่างแท้จริง
1.การจัดเวทีแลกเปลี่ยน
ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน หาจุดร่วมความเต็มใจตั้งใจของชุมชน และแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรชุมชนต่าง ๆ เช่น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพระสงฆ์ เป็นต้น
การจัดเวทีแลกเปลี่ยน หรือการพูดคุยปรึกษาหารือ
หัวใจของกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชน
4.ความพิถีพิถันในการจัดเก็บข้อมูลของชุมชน ตลอดจนการตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
5.การร่วมมือและช่วยกันระบบข้อมูล
3.การจัดเวทีต่อเนื่องในชุมชน
6.การสลายความเกรงใจกันเองของผู้นำชุมชน (ทีมหลายคน) ในเวทีวิเคราะห์แผนแม่บทชุมชน
2.ทีมหรือกลุ่มคนที่ต้องทำงานต่อเนื่องในชุมชน
7.สุดท้ายต้องไม่ลืมว่าแผนที่เกิดขึ้นคือแผนของชุมชน
1.ความพร้อมของผู้นำชุมชน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชน
ก. กองทุน
ก. 4 การมีกองทุน
หลายเครือข่ายมีวิธีการได้มาของทุนหรือกองทุน ทั้งการเปิดรับบริจาคทั่วไป การเขียนโครงการขอทุนเพื่อเมาทำกิจกรรม
บทเรียนของกองทุนหรือทุนที่ได้จากการ ลงขัน สะสม หากันเองของสมาชิกเครือข่ายจะมีความต่อเนื่อง หนักแน่นและโอกาสสูญหายมีน้อยกว่าการได้รับทุนสนับสนุนจากภายนอก
ก. กำไร
ก. 5 กำไร
มองในมุมมองของคนทำงานเครือข่าย จะพบว่า เมื่อพูดถึงกำไร หาใช่จะเป็นที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว
ความรู้ประสบการณ์ที่ดี ๆ ประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลวในกรณีต่าง ๆ ของเครือข่ายที่เกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นกำไรทางความรู้เช่นกัน
เครือข่ายที่มีกิจกรรมทางด้านธุรกิจ สมาชิกจะให้ความสำคัญกับกำไรที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรม
หัวใจสำคัญของการจัดการกำไรอยู่ที่การคืนกลับให้สมาชิกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินปันผลของกลุ่มสัจจะออมทรัพย์
ก. กิจกรรม
ก. 3 กิจกรรมของเครือข่าย
เครือข่ายที่ประสบความสำเร็จจะเริ่มต้นจากการทำกิจกรรมที่ง่ายไปสู่ยาก
กิจกรรมบางอย่างมีความสลับซับซ้อน ทั้งเวลาและกระบวนการที่ใช้เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม
กิจกรรมมีฐานะเป็นเครื่องมือทดสอบความแข็งแรงของเครือข่าย
ก. การเรียนรู้
ก. 6 การเรียนรู้
การทำงานของเครือข่าย ย่อมเกิดการเรียนรู้หากการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสื่อสารของเครือข่ายเป็นทั้งการสร้างความเข้าใจ และพัฒนาทักษะที่คลี่คลายปมประเด็นปัญหาหรือความขัดแย้งที่อาจมีอยู่ในเครือข่าย
จากการได้สัมผัสพบว่าหลายเครือข่ายมีการพูดถึงการเรียนรู้ องค์ความรู้ การเรียนรู้ที่ทำให้เครือข่ายเข้มแข็ง พบว่า การเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติจริงเป็นสิ่งสำคัญ
ก. กฎเกณฑ์
ก. 2 กฎเกณฑ์ หรือกติกา
หลายเครือข่ายอยู่ในรูปของกฎ ระเบียบ ข้อบังคับแล้วแต่จะตกลงกัน การได้มาของกฎเกณฑ์
บางเครือข่ายได้จากการระดมความคิดเห็นจากเวทีสมาชิกแต่บางเครือข่ายได้มาจากการยกร่างของคณะทำงาน หรือกรรมการแล้วให้สมาชิกเห็นชอบ
ก. การมีส่วนร่วม
ก. 7 การมีส่วนร่วม
ระดับของการมีส่วนร่วม จะมีตั้งแต่การร่วมคิด ร่วมกันทำ ไปสู่จุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายร่วม ร่วมติดตาม และประโยชน์ร่วม
มีข้อสังเกตอยู่ว่าทางภาคใต้ผู้นำเครือข่ายหลายคนบอกว่าการร่วมกันทำจะไม่สอดคล้องกับจริตคนปักษ์ใต้ จะต้องเป็นการร่วมกันคิด แต่แยกกันทำโดยมีจุดเป้าหมายสู่ที่เดียวกัน
เป็นเสมือนการทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของร่วม
นชุมชนเราจะพบเครือข่ายอยู่มากมายและหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองในด้านใด
ก. แกนนำ
ก. 1 การมีแกนนำของเครือข่าย
แกนนำเหล่านี้จะต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกเครือข่ายซึ่งดูได้จากการเลือกตั้งหรือเลือกสรร หรือได้รับฉันทานุมัติของสมาชิกเครือข่าย
แกนนำที่ดีจะต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีการพัฒนาทักษะเฉพาะด้านเพื่อนำมาใช้ในการทำงาน
นางสาวพรนิภา มะโนนึก เลขที่ 40 รหัส 600842044