Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กฎหมายสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล …
กฎหมายสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับ
ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ์
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541
คำจำกัดความ
ผู้รับอนุญาต
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
ผู้ดำเนินการ
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
ผู้ป่วย
ผู้ขอรับบริการในสถานพยาบาล
ผู้ประกอบวิชาชีพ
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
การพยาบาล การผดุงครรภ์ ทันตกรรม
มาตรา 4 สถานพยาบาล
สถานที่รวมถึงยานพาหนะ
จัดไว้เพื่อประกอบโรคศิลปะตามกฎหมาย
การขออนุญาตประกอบ
กิจการสถานพยาบาล
หน้าที่ของผู้รับอนุญาต
ต้องไม่เรียกเก็บเงินหรือยินยอมให้
มีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล
เกินอัตราที่แสดงไว้ และต้องให้
บริการแก่ผู้ป่วยตามสิทธิที่แสดงไว้
ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อนุญาตที่
ให้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลิกกิจการ
ถ้าประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาล
ต้องแจ้งเป็นหนังสือและจัดทำรายงาน
ให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน
หากพ้นจากหน้าที่ผู้รับอนุญาต
อาจมอบหมายให้บุคคลซึ่งมี
คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาต
ทราบภายใน 3 วัน
ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบวิชาชีพ
ในสถานพยาบาลต้องแจ้งเป็นหนังสือ
ให้ผู้รับอนุญาตทราบภายใน 30 วัน
การย้ายสถานพยาบาลไปประกอบกิจการ
ที่อื่นต้องดำเนินการเช่นเดียวกับการ
ขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลใหม่
ต้องแสดงรายละเอียด
รายการเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
อัตราค่ารักษาพยาบาลและค่าบริการ
ชื่อสถานพยาบาล
สิทธิของผู้ป่วย
ต้องแสดงใบอนุญาตของตนไว้ในที่
เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในสถานพยาบาลแห่งนั้น
อายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
มีอายุจนถึงสิ้นปีปฏิทินของปีที่ 10
นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาตต้อง
ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
คุณสมบัติ
ไม่เป็นโรคที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่เคยได้รับโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษ
สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ
หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
สถานพยาบาล
สถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
รักษาเฉพาะผู้ป่วยไปกลับเช่นคลินิก
สถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยไว้ค้างคืน
รับตรวจผู้ป่วยไปกลับ และค้างคืน
เช่นโรงพยาบาล
ต้องควบคุมสถานที่ทำการตรวจรักษาโรค
ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถูกสุขลักษณะ
ยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับเดิม คือ ฉบับ พ.ศ.2540
การขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541
โทษ
การปิดสถานพยาบาลชั่วคราว
ละเว้นการกระทำจนเป็นเหตุให้ผู้อยู่ในสถาน
พยาบาลเดือดร้อนหรือเกิดอันตราย
สถานพยาบาลไม่แก้ไขปรับปรุงการประกอบกิจการ
ผู้รับอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมการประกอบ
กิจการสถานพยาบาลตามเวลาที่กำหนด
ผู้ดำเนินการปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ
หน้าที่ของผู้ดำเนินการ
การรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเกินจำนวน
เตียงตามที่กำหนดในใบอนุญาต
ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม
ต้องควบคุมดูแลมิให้ผู้อื่น
ซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพ
มาประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
ดูแลสถานพยาบาลให้สะอาด เรียบร้อย
ปลอดภัย และมีลักษณะอันเหมาะสม
ต้องมีคุณสมบัติและ
ไม่มีลักษณะต้องห้าม
ต้องไม่เป็นผู้ดำเนินการ
สถานพยาบาลอยู่ก่อนแล้วส่งให้
ผู้ที่สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด
เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
หน้าที่ร่วมกันของผู้รับ
อนุญาตและผู้ดำเนินการ
หลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพ
ต้องเก็บรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ตรวจสอบได้
ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่จะทำ
ต้องควบคุมและดูแลการประกอบกิจการ
สถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
และจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง
มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยชื่อในสภาพอันตราย
แล้วจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยฉุกเฉิน
ไม่ให้มีการใช้สถานพยาบาลประกอบกิจการ
สถานพยาบาลผิดประเภท
ไม่ให้โฆษณาเพื่อชักชวนให้ผู้มาขอรับบริการ
จากสถานพยาบาลของตนโดยใช้ความเท็จ
ไม่จัดทำเอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลอันเป็นเท็จ
ต้องมีเวชภัณฑ์ที่จำเป็นประจำสถาน
พยาบาลนั้น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
โทษทางอาญา
ไม่ช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะอันตราย
มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือ
ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
โฆษณาสถานพยาบาลอันเป็นเท็จ
มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท
นับแต่วันที่ฝ่าฝืนจนกว่าจะระงับการโฆษณา
ไม่จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพ
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือ
ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
จัดทำหลักฐานหรือเอกสารแสดงผลการรักษา
อันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือ
ปรับไม่เกิน 4,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่แสดงใบอนุญาตในที่เปิดเผย
ไม่มีชื่อสถานพยาบาล
ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์
บทบาท
ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ
สถานพยาบาลในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการและ
ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล
สถานพยาบาลการผดุงครรภ์
สถานพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรัง
คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์
ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข
ป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายสาธารณสุขที่กำหนด
สิทธิและหน้าที่ในการป้องกันและรักษาไว้ซึ่งชีวิต
เป็นการใช้อำนาจเพื่อวางข้อกำหนดเกี่ยวกับ
กฎเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขในการปฏิบัติ
ข้อจำกัดและเงือนไขในการรับ
มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้น 1และ ชั้น 2
มีวุฒิประกาศนียบัตร ผู้ช่วยพยาบาล
ให้ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ชั้น 1 หรือชั้น 2
ได้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข
ผู้ขอรับการใส่ห่วงอนามัยได้คลอดบุตร
มาแล้ว 45 - 60 วันและยังไม่มีประจำเดือน
ผู้ขอรับการใส่ห่วงอนามัยได้คลอดบุตร
หรือแท้งลูกมาแล้ว 30 วัน วันและยังไม่มีประจำเดือน
ได้ทดสอบผู้ขอรับการใส่ห่วงยางอนามัยแล้วว่าไม่ตั้งครรภ์
ให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้น 1
ทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ และกระทำด้านการ
วางแผนครอบครัว ใส่และถอดห่วงยางอนามัยได้
ให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลหรือผู้ประกอบ
วิชาชีพการพยาบาลผดุงครรภ์ได้ผ่านการอบรม
ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดทำหมันหญิง
หลังคลอดซึ่งผ่านการอบรมของกระทรวงสาธารณสุข
บุคคลที่สามารถทำการ
ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้
ผู้ช่วยพยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้น 1 ชั้น 2
สูตินารีเวชกรรม
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การฉีดวัคซีนป้องกันโรค
การวางแผนครอบครัว การฉีดยาคุมและจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิด
ทำการช่วยเหลือในกรณีที่มีการทำแท้ง หรือหลังแท้ง
การเจาะโลหิตจากปลายนิ้ว เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ทำการช่วยเหลือขั้นต้นในรายที่มีการคลอดผิดปกติ
ด้านปัจจุบันพยาบาล ให้การปฐมพยาบาลเกี่ยวกับการได้รับสารพิษ
และสัตว์มีพิษกัดต่อย การแพ้ยา การแพ้เซรุ่ม
ทำคลอดในรายปกติ
ด้านศัลยกรรม
ผ่าฝี
บาดแผลที่ไม่สาหัส
ชะล้าง ทำแผล
ผ่าเอาสิ่งแปลกปลอม อยู่ในตำแหน่งที่ไม่อันตราย
ด้านอายุรกรรม
การรักษาพยาบาลอื่น
การฉีดเซรุ่มแก้พิษงู
การสวนปัสสาวะ
การให้น้ำเกลือในผู้ป่วยท้องเดินอย่างรุนแรง
การสวนล้างกระเพาะปัสสาวะอาหาร
อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน(อสม.)
ผู้สำเร็จประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์
พนักงานสุขภาพชุมชน
เจ้าพนักงานสาธารณสุข
ผู้ช่วยพยาบาลและผดุงครรภ์
พนักงานอนามัย
ให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล หรือผู้ประกอบวิชาชีพ
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ได้รับประกาศนียบัตร
การศึกษาหรือการอบรมในหลักสูตรวิสัญญีพยาบาล
ให้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
บุคคลซึ่งได้รับมอบหมาย
จะทำการประกอบวิชาชีพเฉพาะ
เป็นการปฏิบัติราชการ หรืออยู่ในสถาน
พยาบาลของทางราชการเท่านั้น
บุคคลที่ได้รับมอบหมายตามระเบียบนี้ต้องอยู่ในความควบคุม
ของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขที่ระเบียบกำหนด
ให้บุคคลซึ่งได้ผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรม
ในหลักสูตรที่เกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์
ทำการประกอบวิชาชีพได้
ผู้ที่จะมอบหมายให้ทำการประกอบ
วิชาชีพเวชกรรมได้ต้องเป็น
บุคคลซึ่งระเบียบกำหนด
ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
ได้ผ่านการอบรมได้รับหนังสือรับรองความรู้
ความสามารถจากกระทรวงสาธารณสุข
ทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและใช้ยาได้
ให้บุคคลซึ่งได้ผ่านการอบรมตามหลักสูตร
การผดุงครรภ์โบราณของกระทรวงสาธารณสุข
ทำการรับฝากครรภ์และทำคลอดในรายปกติได้
ให้อาสาสมัครของสมาคมวางแผนครอบครัว
แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ผ่านการอบรม
ทำการจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีตราของสมาคม
ประทับที่แผงยาได้
การใช้ยาตามบัญชียา
การประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ให้การปฐมพยาบาลเกี่ยวกับบาดแผลสด
กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ไฟไหม้ เป็นต้น
เจาะโลหิตเพื่อตรวจหาเชื้อไข้จับสั่น การใช้ยา
ยาสามัญประจำบ้านตามกฎหมาย
ยาที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ยาสมุนไพรที่กำหนดใน
แบบเรียนของกระทรวงสาธารณสุข
ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น
คือ
พระราชบัญญัติเป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ
มีรัฐสภาทำหน้าที่ออกกฎหมาย ปัจจุบันเป็นกฎหมายที่
กำหนดสิทธิหน้าที่ในการป้องกันและรักษาไว้ซึ่งชีวิต
ร่างกาย สุขภาพอนามัยของประชาชน
พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2523
คำจำกัดความ
คุมไว้สังเกต การควบคุมดูแลผู้สัมผัสโดยไม่กักกัน
เขตติดโรค พื้นที่ที่มีโรคติดต่อ
กักกัน ให้อยู่ในที่เอกเทศจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค
เจ้าของพาหะ ผู้รับผิดชอบในการควบคุมพาหะ
แยกกัก แยกออกจากคนอื่น เชื้อโรคแพร่กระจาย
ผู้เดินทาง ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
ระยะติดต่อของโรค ระยะที่เชื้อสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การกระทำให้ต้านทานโรค
ระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจนแสดงอาการป่วยนั้น
เอกเทศ ที่ใดๆกำหนดให้เป็นที่สำหรับแยกกัก
ผู้สัมผัสโรค หมายถึงได้ใกล้ชิดเชื้อโรคนั้นอาจติดต่อสู่คนอื่นได้
เจ้าพนักงานสาธารณสุข ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่ตรวจตราดูแล
พาหะ ไม่มีอาการของโรคปรากฏแต่ร่างกายมีเชื้อโรค
พนักงานเจ้าหน้าที่ แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ
โรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ
รัฐมนตรี ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
โรคติดต่อ เป็นโรคซึ่งรัฐมนตรีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา
การแจ้งความโรคติดต่อ
กรณีที่มีการเจ็บป่วยในบ้าน
กรณีมีการป่วยในสถานพยาบาล
กรณีที่มีโรคติดต่ออันตราย
กรณีมีการชันสูตรทางแพทย์
โทษ
หากผู้ควบคุมยานพาหนะไม่ปฏิบัติตาม
คำสั่งของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน
50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศ
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือ
ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
บุคคลใดไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานสาธารณสุข
มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
การป้องกันและควบคุม
โรคติดต่อระหว่างประเทศ
หากปรากฏว่ามีโรคติดต่ออันตรายเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร
จะประกาศให้ท้องที่ เป็นเขตติดต่อโรค
ค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ในการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
กำหนดให้ช่องว่างและด่านตรวจคนเข้าเมืองตามกฎหมาย
กฎกระทรวงเกี่ยวกับการแจ้งความ
แจ้งต่อพนักงานสาธารณสุข ภายใน 24 ชั่วโมง
แจ้งความดำเนินการ
แจ้งชื่อที่อยู่ของตน ความสัมพันธ์กับผู้ป่วย
ชื่อ อายุ และที่อยู่ของผู้ป่วย สถานที่พักรักษาตัว
วันเริ่มป่วย อาการสำคัญของผู้ป่วย
ผู้รับแจ้งความโรคติดต่อ
รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานสาธารณสุข
และพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ประกอบวิชาชีพมีบทบาท
ผู้แจ้งความโรคติดต่อ นับแต่เมื่อพบหรือสงสัยว่ามีการป่วย
ผู้ควบคุมการระบาดของโรค
พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558
คำจำกัดความ
“ผู้สัมผัสโรค” ผู้ใกล้ชิดจนติดเชื้อโรคนั้น
“ระยะติดต่อของโรค” ระยะเวลาที่เชื้อสามารถแพร่กระจายไปผู้อื่นได้
“พาหะ” ไม่มีอาการปรากฏแต่ร่างกายมีเชื้อโรค อาจติดต่อผู้อื่นได้
“แยกกัก” ผู้สัมผัสโรคไว้ในที่เอกเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย
“โรคระบาด” ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แผ่นกระจายรวดเร็วและกว้างขวาง
“กักกัน” ควบคุมให้อยู่ในที่เอกเทศ
“โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง” มีการติดตาม เก็บข้อมูลต่อเนื่อง
“คุมไว้สังเกต” การควบคุมดูแลโดยไม่กักกัน
“โรคติดต่ออันตราย” มีความรุนแรงสูง แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
“ระยะฟักตัวของโรค” ตั้งแต่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจนแสดงอาการป่วย
“เขตติดโรค” ท้องที่ที่มีโรคติดต่ออันตราย
“เจ้าของพาหะ” ตัวแทนเจ้าของพาหนะนั้น
“โรคติดต่อ” เชื้อโรคซึ่งสามารถแพร่กระจายทั้งทางตรงและทางอ้อม
“การสอบสวนโรค” กระบวนการหาสาเหตุแหล่งที่เกิดและแหล่งแพร่กระจาย
“การเฝ้าระวัง” สังเกต รวบรวม วิเคราะห์ ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
“ผู้ควบคุมพาหะ” ผู้รับผิดชอบในการควบคุมพาหะ
ประกาศกำหนด
ช่องทางเข้าออกแห่งราชอาณาจักร
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อ
อันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง
ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
ประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่าง
ประเทศมีอำนาจหน้าที่
ให้เจ้าของพาหนะยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงาน
ควบคุมติดต่อประจำด่านควบคุม
ตรวจตราและควบคุมให้เจ้า
ของพาหนะ ถูกสุขลักษณะ
ห้ามผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักร
ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจจากเจ้าพนักงาน
ห้ามเจ้าของพาหนะนำผู้เดินทาง
เข้ามาในราชอาณาจักร
ให้เจ้าของพาหนะแจ้งกำหนดวันเวลาสถานที่
จะเข้ามาถึงการควบคุมโรคติดต่อ
นางสาวสิรินทิพย์ เหล่าสมบูรณ์
612001119 เลขที่ 38 รุ่น 36/2