Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หลักการบริหารและพัฒนาองค์กร, นางสาวมันตรินี อุทัยชาติ เลขที่ 75…
หลักการบริหารและพัฒนาองค์กร
๓. การบริหารงบประมาณ (Budget)
การจัดระบบงาน
• กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน
• กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบ
• กำหนดอัตรากำลังและประเภทของเจ้าหน้าที่แต่ละระดับ
• กำหนดการติดต่อสื่อสาร
• จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน
• การวางแผนการปฏิบัติงาน
• นโยบายด้านบุคลากร
• จัดหาเครื่องมือเครื่องใช้
• การบันทึกการรายงาน
• การเสริมความรู้ด้านวิชาการ
• มีการติดต่อประสานงานกับทีมสุขภาพทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง
• มีการประเมินผล
บทบาทของผู้บริหาร
๑) ผู้บริหารจะต้องตระหนัก และเห็นความสำคัญของงบประมาณว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
๒) ผู้บริหารจะต้องจัดองค์กรและวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับงบประมาณที่เป็นอยู่และให้มีการประสานงานกันในระหว่างหน่วยงานในองค์กร โดยเฉพาะหน่วยงานที่เป็นหน่วยข้อมูลกลางในการบริหารงบประมาณขององค์กร
๓) ผู้บริหารจะต้องจัดบุคลากร ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานงบประมาณที่ต่อเนื่องและมีข้อมูลในด้านต่างๆไว้พร้อม
๔) ผู้บริหารจะต้องจัดเครื่องมืออุปกรณ์ที่จ าเป็นในการบริหารงานงบประมาณไว้ครบถ้วน เพื่อให้การจัดทำงบประมาณเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
บทบาทของบุคลากร
๑) ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณต้องรู้จักเข้าใจบทบาทและอำนาจหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดีและมีเหตุผล
๒) ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ต้องจัดระบบบริหารงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
บทบาทขององค์กร
๑) จัดระบบงานและองค์กรให้มีสายการบั งคับบัญชาในองค์กรที่แน่นอนพร้อมทั้งมอบอำนาจและความรับผิดชอบให้ไว้เพื่อให้งานงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
๒) จัดให้มีการประสานงานกับในหน่วยงานขององค์กร ในการบริหารงบประมาณโดยเฉพาะงานงบประมาณและงานบัญชีการเงิน
๓) จัดให้มีองค์กรกลางเป็นศูนย์รวมข้อมูลงบประมาณขององค์กร เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนงาน การบริหารงบประมาณ งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันในด้านข้อมูลที่ใช้
๑. การบริหารงานบุคคล
หลักการบริหารงานบุคคล
๒. ระบบอุปถัมภ์ (Patronage System) เป็นระบบการบริหารงานบุคคลที่ตรงข้ามกับระบบ
คุณธรรม ส่วนใหญ่จะยึดถือหลักพวกพ้อง เครือญาติ หรือมีผู้อุปการะ
๑. ระบบคุณธรรม (Merit System)
๑.๑ หลักความเสมอภาค (equality of opportunity)
๑.๒ หลักความสามารถ (Competency)
๑.๓ หลักความมั่นคง (Security of tenure
๑.๔ หลักการเป็นกลางทางการเมือง (Political neutrality)
กระบวนการบริหารงานบุคคล
มีขั้นตอนการปฏิบัติต่อเนื่องกันประกอบด้วย การวางแผนทรัพยากร กำลังคน การเสาะหา สรรหา การคัดเลือก การบรรจุ การแนะนำตัวเข้าทำงาน และการปฐมนิเทศ การฝึกอบรม และการพัฒนา การประเมินผลการปฏิบัติงาน การโอนย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การลดตำแหน่ง และการการพ้นจากงาน
การวางแผนกำลังคน (Manpower Planning)
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อทำให้หน่วยงาน/องค์กรสามารถทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
๒. เพื่อให้บุคลากรแต่ละคนได้รับประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติงานในหน่วยงาน
๓. เพื่อให้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในการจัดคนไว้ทำงานทุกตำแหน่งและทุกระดับ
๔. เพื่อทำให้หน่วยงาน /องค์กรมีบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมบรรจุไว้ตรงกับความจำเป็นของงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งที่สำคัญขององค์การ
การดำเนินการ
๑. การศึกษานโยบายและแผนขององค์กร
๒. การตรวจสภาพกำลังคน
๓. การพยากรณ์ความต้องการกำลังคน
การสรรหาบุคคล และการบรรจุแต่งตั้ง
ขั้นตอนการสรรหาและการบรรจุแต่งตั้ง
๑. การประกาศรับสมัคร
๒. การสัมภาษณ์เบื้องต้น
๓. การยื่นใบสมัคร
๔. การทดสอบการปฏิบัติงาน
๕. การสอบสัมภาษณ์
๖. การตรวจสอบภูมิหลัง
๗. การคัดเลือกขั้นต้นของฝ่ายการเจ้าหน้าที่
๘. การตัดสินใจของหัวหน้างาน
๙. การตรวจร่างกาย
๑๐. การบรรจุแต่งตั้ง
ขั้นตอนการบริหารงานบุคคล
๑. การสรรหาและการคัดเลือก
๒. การพัฒนาบุคลากร
๓. การบำรุงรักษาบุคลากร
๑. การสรรหาและการคัดเลือก
๑) กำหนดนโยบายการสรรหา (Recruiting Policies)
๒) กำหนดแหล่งสรรหาบุคลากร (Source of recruitment)
การสรรหาภายในหน่วยงาน
• การโยกย้าย, โอนย้าย (Transfer)
• การเลื่อนตำแหน่ง(Promotion)
• การยกระดับฝีมือ
• การใช้ระบบอาวุโส(Seniority)
• การพิจารณาจากสมรรถนะ (Competency)
การสรรหาภายนอกหน่วยงาน
• สถาบันการศึกษา
• บริษัทจัดหางาน
• บริษัทคู่แข่งขัน/ธุรกิจอื่นๆ
• สหภาพแรงงาน
• สมาคมผู้ประกอบอาชีพต่างๆ
• ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
• หน่วยงานของรัฐ
การสรรหาคนจากภายนอกองค์การ
• การประกาศรับสมัคร
• ติดต่อสถาบันการศึกษา
• ติดต่อสมาคมคนงาน/สหภาพ แรงงาน
• ติดต่อส านักงานจัดหางาน
• ดึงตัวพนักงานจากบริษัทอื่นๆ
• ผ่านสื่อโฆษณา สื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต
ข้อดี
มีโอกาสคัดเลือกพนักงานได้หลากหลาย กว้างขวาง ไม่เกิดปัญหาการขาดแคลน มีภาพพจน์ที่ดี ไม่ปิดกั้น มีโอกาสได้แนวคิดใหม่ๆมาใช้พัฒนางาน
ข้อจำกัด
สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย เสียขวัญและก าลังใจของพนักงาน ปิดโอกาสความก้าวหน้าของพนักงานภาย ใน ต้องศึกษาพนักงานใหม่อย่างรอบคอบ อาจเกิดข้อขัดแย้งระหว่างพนักงานเดิม – พนักงานใหม่
ระบบริหารงานบุคคล
๑. ระบบอุปถัมภ์ Patronage system
๒. ระบบคุณธรรม Merit system
๑. หลักเสมอภาค
๒. หลักความสามารถ
๓. หลักความมั่นคง
๔. หลักความเป็นกลางทางการเมือง
หลักการคัดเลือกบุคลากร
๑. หลักความเท่าเทียมกัน (Equity)
๒.ระบบการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพ (Effective selection)
๒. การพัฒนาบุคลากร
การพัฒนาบุคลากร
๑. การฝึกอบรมทางด้านความรู้ (Knowledge Skill)
๒. การฝึกอบรมทางด้านเทคนิค (Technical Skill)
๓. การฝึกอบรมทางด้านมนุษยสัมพันธ์ (Human Skill
๔. การฝึกอบรมทางด้านความคิด (Conceptual Skill)
ประเภทของการฝึกอบรม
๑. การฝึกอบรมก่อนเข้าทำงาน เป็นการฝึกอบรมตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน
๒. การอบรมปฐมนิเทศ (Orientation)
๓. การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติงาน (Skill training)
๔. การพัฒนาความก้าวหน้าในวิชาชีพ (Career development)
การธำรงรักษาบุคลากรการพยาบาล
ประเภทของแรงจูงใจ
แรงจูงใจภายใน
• เกิดจากความทะเยอทะยาน ในความต้องการก้าวหน้าในอาชีพ
• ความสนใจ ที่ต้องการให้งานสำเร็จภายในเวลารวดเร็ว
• มีความคาดหวัง คeชมเชย หรือ บำเหน็จรางวัล
แรงจูงใจภายนอก
• เงินเดือน
• ความมั่นคงต่อการทำงานและโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
• สถานที่ทำงานมีสิ่งอำนวยความสะดวก มั่งคง ปลอดภัยผู้ร่วมงาน
• มีอิสระในการทำงาน การแสดงความคิดเห็นคำติชม รางวัล การทำโทษ
การเสริมแรงจูงใจ
๑. การเสริมแรงจูงใจในทางบวก (positive reinforcement)
๒. การเสริมแรงจูงใจในทางลบ (negative reinforcement)
๓. การระงับพฤติกรรม (extinction)
๔. การลงโทษ (Punishment)
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
หลักการพิจารณา
๑. การประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ
๒. การประเมินคุณลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน
ขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงาน
๑. กำหนดวัตถุประสงค์ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน
๒. กำหนดแบบและลักษณะของงานที่จะประเมิน เขียนแบบประเมินและแบบบันทึก
๓. กำหนดผู้ประเมินและการอบรมผู้ทำการประเมิน เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน
๔. กำหนดวิธีการการประเมินผลงาน เช่นประเมินพฤติกรรม ประเมินตามมาตรฐานของหน่วยงาน
วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงาน
๑. วิธีการให้คะแนนตามมาตราส่วน (Graphic Rating Scales)
๒. การประเมินตามค่าคะแนน (Point Rating Scales)
๓. การประเมินผลที่เน้นผลการปฏิบัติงาน
๑) Self-Appraisal การประเมินตนเอง
๒) Management by objective การบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่กำหนดเป็นเกณฑ์
๓) Psychological Appraisal/Competency Appraisal การประเมินผลเชิงจิตวิทยา
๔) Assessment Centers ศูนย์ประเมิน
การแจ้งผลประเมินการปฏิบัติงาน
• แจ้งผลประเมินให้ลูกน้องทราบ
• แจ้งเป้าหมายที่ต้องการให้ท าต่อไป
• ชี้แจงข้อสงสัย รับฟังปัญหา/ข้อคิดเห็น
• แสดงให้เห็นผลของการประเมินที่เป็นรูปธรรม
๒. การบริหารพัสดุ
วัตถุประสงค์การบริหารพัสดุ
• เพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
• เพื่อจัดหาพัสดุให้เพียงพอต่อการใช้อยู่ตลอดเวลา
• เพื่อประหยัดงบประมาณหรือเงินบำรุงในการจัดซื้อพัสดุ
• ง่ายต่อการตรวจสอบ ป้องกันทุจริต
ประเภทของพัสดุ
๑. พัสดุประเภทส านักงาน
๒. พัสดุทางการแพทย์
๓. พัสดุวิทยาศาสตร์
๔. พัสดุยานพาหนะ
๕. พัสดุงานบ้าน
หลักการบำรุงรักษาพัสดุ
• จัดทำสมุดทะเบียน
• การควบคุมดูแล การเบิกจ่าย
• จัดทำคู่มือบำรุงรักษา
• รายงานการส่งซ่อมอุปกรณ์
ขั้นตอนการบริหารพัสดุ
๑. วางแผน / กำหนดโครงการ
๒. กำหนดความต้องการ
๓. จัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง
๔. การแจกจ่าย
๕. การบำรุงรักษา (๑) แบบป้องกัน (๒) แบบแก้ไข
๖. การจำหน่าย
๔. การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
การขั้นตอน
๑. การวางแผนการเปลี่ยนแปลง (Planning for Change)
๒. การนำแผนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปฏิบัติ (Implementing Change)
๓. การติดตามประเมินผล และรักษาผลการเปลี่ยนแปลง (Evaluating and Maintaining Change)
องค์ประกอบ
เทคโนโลยี (Technology)
ระเบียบสังคม (Social Order)
อุดมการณ์ (Ideology)
นางสาวมันตรินี อุทัยชาติ เลขที่ 75 รหัสนักศึกษา 603101076