Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลในระยะที่ 1 ของการคลอด - Coggle Diagram
การพยาบาลในระยะที่ 1 ของการคลอด
หลักการประเมินผู้คลอดแรกรับใหม่
การซักประวัติ
ประวัติจากอาการนำที่ผู้คลอดมาโรงพยาบาล
การเจ็บครรภ์
ลักษณะมูก ที่ออกมาทางช่องคลอด
มีน้ำเดินหรือถุงน้ำแตก
ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอดในอดีต
ประวัติการการเเท้ง การขูดมดลูก
ประวัติการภาวะเเทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์
ประวัติการคลอด
ประวัติการทารก
ประวัติการความผิดปกติหรือภาวะเเทรกซ้อนต่างๆในระยะคลอดและหลังคลอด
ประวัติการตั้งครรภ์ปัจจุบัน
ลำดับของการตั้งครรภ์
อายุครรภ์
ภาวะแทรกซ้อนหรืออาการผิดปกติขณะตั้งครรภ์
ประวัติการเจ็บป่วยทางอายุรกรรมและศัลยกรรม ทั้งปัจจุบันและอดีต
ป่วยด้วยโรคอะไร
ได้รับการรักษาหรือไม่
ประวัติการการแพ้ยาและสารอาหารต่างๆ การผ่าตัด
ประวัติการเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัว
โรคหรือความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพัธุกรรม
โรคติดเชื้อต่างๆ
ข้อมูลส่วนตัว
อายุ
อาชีพ
การศึกษา
ถิ่นที่อยู่อาศัย
อื่นๆ
ประวัติด้านจิตสังคม
ประสบการณ์การตั้งครรภ์และการคลอด
การวางแผนตั้งครรภ์และการคลอด
เจตคติต่อการคลอด
ความกลัวและความวิตกกังวล
ความคาดหวังต่อการคลอด
สัมพันธภาพในครอบครัว
ความหวังต่กรับบริการ
การตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายทั่วไป
ลักษณะรูปร่าง หากความสูงน้อยกว่า 145 ซม. อาจมีปัญหาช่องเชิงกรานแคบ
ลักษณะทั่วไป เช่น อารการซีด การหายใจ
สัญญาณชีพ
ความดันโลหิต ให้อยู่ในระดับ 110-120/70-80 mmHg.
อุณหภูมิ ถ้าสูงอาจจะมีการติดเชื้อหรือร่างกายขาดน้ำ
อัตราชีพจร ถ้ามากกว่า 90 ครั้งต่อนาที เบาเร็ว แสดงว่ามารดาอาจมีการติดเชื้อ ขาดน้ำ อ่อนเพลีย
การหายใจ ปกติ 16-20 ครั้งต่อนาที
น้ำหนัก เพื่อประเมินภาวะบวมจากความดันโลหิตสูง หรือภาวะอ้วน
พฤติกรรมที่เเสดงออกถึงความเจ็บปวด
อาการบวม (Edema)
การตรวจร่างกายเฉพาะที่
การดู
ขนาดหน้าท้องว่าใหญ่ผิดปกติหรือไม่
ลักษณะทั่วไปของท้อง มีท้องหย่อนหรือไม่
ลักษณะของมดลูก โตตามยาวหรือตามขวาง เพื่อการดูท่าของทารก
การเคลื่อนไหวของทารก
การคลำ
อายุครรภ์ หรือระยะเวลาของการตั้งครรภ์ (period of gestation)
แนวลําตัวเด็ก (presentation)
ส่วนนําของเด็ก (presentation)
ท่าของเด็ก (position)
การลงในอุ้งเชิงกรานของศีรษะเด็ก (engagement)
สภาพของเด็กในครรภ์ (condition)
การฟัง
ฟังเสียงหัวใจเด็กได้ชัดเจนที่บริเวณสะบักซ้ายของเด็ก อัตราการเต้นของหัวใจ
ทารกอยู่ในช่วง 120-160 ครั้งต่อนาที จังหวะสมํ่าเสมอ
จะฟังเสียงหัวใจเด็กได้เมื่อตั้งครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป
วินิจฉัยส่วนนําและท่าของเด็กในครรภ์
การประเมินภาวะขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์
อัตราการเต้นของหัวใจทารก เร็วกว่า 160 ครั้งตอนาที
อัตราการเต้นของหัวใจทารก น้อกว่า 1ๅ0 ครั้งตอนาที
มีขี้เทา
จังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ
การตวจภายใน
สภาพของมดลูก
ความบางของมดลูก
การบวมของมดลูก
ตำเเหน่งของมดลูก
ตรวจหาส่วนนํา
ดูว่าส่วนไหนของเด็กที่ลงมาในช่องเชิงกราน
คลําหาส่วนสําคัญของเด็กได้แก่ รอยต่อแสกกลาง ขม่อมหลัง ขม่อมหน้า
ตรวจหาระดับของส่วนนํา
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจปัสสาวะ โดยหา นํ้าตาลและโปรตีนในปัสสาวะการเตรียมความสะอาดผู้คลอดเพื่อการคลอด
การเจาะเลือดดู Hb,Hct,VDRL,Anti HIV,HBsAg
การเตรียมผู้คลอด
การเตรียมทางด้านจิตใจ
อธิบายให้ทราบเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของมารดาและทารก
อธิบายเกี่ยวกับากรรับไว้เพื่อรอคลอด
เปิดโอกาสให้ซักถามข้อสังสัย
การเรียมทางด้านร่างกาย
การเตรียมความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์
การสวนอุจจาระเพื่อเตรียมคลอด
ข้อห้ามในการสวนอุจจาระ
ครรภ์แรกปากมดลูกเปิดมากกว่า 7 เซนติเมตรและครรภ์หลังเปิดมากกว่า 5เซนติเมตร
มีนํ้าเดินหรือถุงนํ้าครํ่าแตก อาจทําให้เกิดการคลอดเฉียบพลัน
มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกําหนด (Preterm labour)
มีเลือดออกทางช่องคลอด
มีโรคแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูงรุนแรง
การทำความสะอาดร่างกาย
จัดให้พักผ่อนในห้องรอคลอดและดูอย่างใกล้ชิด
การบันทึกรายงาน
การประเมินความก้วหน้าของการคลอด
การหดรัดตัวของมดลูด
การประเมินโดยใช้เครื่องอิเล็กโทรนิก
การประเมินโดยการวางฝ่ามือบนยอดมดลูก
ระยะเวลาในการหดรัดตัวของมดลูก (Duration)
ระะยห่างของการหดรัดตัวแต่ละครั้งของมดลูก(interval)
ความถี่ของการหดรัดตัวของมดลูก(Frequeancy)
ความแรงของการหดรัดตัว(Intensity)
การเปิดขยายและความบางของปากมดลูก
การเคลื่อนต่ำของส่วนนำและการหมุนของศีรษะทารก
ตำแหน่ง FTS
มูก, ถุงน้ำคร่ำ, อาากรของผู้คลอด
การประเมินภาวะเเทรกซ้อน
ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนากรเจ็บครรภ์
สายสะดือย้อย
การคลอดยาวนาน การคลอดยาก
ความผิดปรกติในการหดรัดตัวของมดลูก
ภาวะเเทรกซ้อนอื่นๆ
หลักการประเมินสภาวะของทารกในครรภ์
การเต้นของหัวใจทารก
อัตราการเต้นของหัวใจทารกอยู่ในช่วงประมาณ 110 – 160 ครั้งต่อนาที
ระยะแรกเริ่ม ควรฟังเสียงหัวใจทารกให้เต็ม 1 นาที
ฟังภายหลังมดลูกคลายตัวประมาณ 20 – 30 วินาที
ในระยะ latent ควรฟังทุก 1 ชั่วโมง และในระยะ
active ควรฟังทุก 30 นาที
ผู้คลอดที่ถุงนํ้าครํ่าแตก ควรฟังเสียงหัวใจทารกทันที หลังจากนั้นฟังทุก 5 – 10นาที
ลักษณะนํ้าครํ่า
ลักษณะใส สีเหลืองจางๆ
คล้ายสีฟางข้าว
เมื่อใกล้ครบกําหนดคลอด
นํ้าครํ่าจะขุ่นคล้ายนํ้ามะพร้าว
การดิ้นของทารกในครรภ์
ปกติทารกในครรภ์มีการเคลื่อนไหวอย่างน้อย 10
ครั้งในช่วงระยะเวลา 12 ชั่วโมง
การวิเคราะห์เลือดของทารกในครรภ์ (fetal blood analysis)
เพื่อค้นหาภาวะขาดออกซิเจนของทารก
การบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจทารกโดยใช้เครื่องอิเล็คโทรนิกส้
กิจกรรมการพยาบาลในการลดปวด
เทคนิคการหายใจเป็นเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มจํานวนออกซิเจนส่งเสริมให้เกิดการผ่อนคลาย
การจัดท่าที่เหมาะสม ท่าเดิน ท่านั่งเอาลําตัวส่วนหน้าพิง และท่าคลานจะทําให้ความไม่สุขสบายจากการปวดหลังลดลง
การเบี่ยงเบนความสนใจ (distraction)
การถูนวดบริเวณกระเบนเหน็บ และการลูบที่หน้าท้อง
การใช้ความร้อนและความเย็น (hot and cold) คือ การใช้ความร้อนของนํ้า
โดยให้ผู้คลอดแช่ในอ่างนํ้าอ่อนหากถุงนํ้าครํ่าแตกให้อาบนํ้าอุ่นจากฝักบัวแทน
การบําบัดด้วยแรงดันนํ้า (jet hydrotherapy คือการอาบนํ้าจากฝักบัว
โดยให้อุณหภูมิของนํ้าอยู่ในระหว่าง 3506 –36.7 C)
การจัดสิ่งเเวดล้อม เงียบ
สงบ ร่างกายสุขสบายผ่อนคลาย