Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility), นางสาวกัลญา บุญโพธิ์ ปี 2 ห้อง A เลขที่ 6…
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility)
การที่คู่สมรสไม่สามารถมีการตั้งครรภ์ได้ และ
ไม่ได้คุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือระยะเวลา 6 เดือนในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหญิงที่มีอายุเกิน 35 ปี ขึ้นไป
ภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ
คือการที่ฝ่ายหญิงไม่ตั้งครรภ์เป็นระยะเวลา 12 เดือน
ภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ
คือการที่ฝ่ายหญืงเคยตั้งครรภ์มาก่อน แล้วสิ้นสุดด้วยการแท้งหรือคลอดก็ตาม และไม่มีการตั้งครรภ์อีกเป็นระยะเวลา 12 เดือน
ภาวะมีบุตรยากไม่ทราบสาเหตุ (Unexplained infertility)
คู่สมรสที่มีบุตรยากและทำการตรวจจนครบมาตรฐาน แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยจะพบได้ร้อยละ 10 – 15 ของคู่สมรสทั้งหมด
สาเหตุ
ฝ่ายหญิง
การทำงานของรังไข่ผิดปกติ ร้อยละ 40
ท่อนำไข่ ร้อยละ 30
Endometriosis ร้อยละ 20
Immunological ร้อยละ 5
อื่นๆ ร้อยละ 5
ฝ่ายชาย
Sperm dysfunction ร้อยละ 80 เช่น เชื้ออสุจิน้อย เชื้อมีรูปร่างผิดกติ
Sexual factors ร้อยละ 10 เช่น การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การหลั่งเร็ว
อื่นๆ ร้อยละ 10
ความเครียด ความกังวลก็เป็นสาเหตุทำให้มีบุตรยากได้
ความสามารถในการมีบุตร
หญูิงอายุ 21 - 25 ปี ความสามารถในการมีบุตรสูง
ชายอายุ >55 ปี จะมีความผิดปกติของอสุจิ
อสุจิที่สร้างมาใหม่มีคุณภาพดีและแข็งแรงกว่าอสุจิที่สร้างมานาน และมีชีวิตอยู่ในท่อนำไข่ของฝ่ายหญิงได้นานถึง 2 วัน
ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมคือ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
การวินิจัยภาวะมีบุตรยาก
เพศหญิง
การซักประวัติ
ประวัติการมีประจำเดือน การคุมกำเนิด การมีเพศสัมพันธ์
การผ่าตัด การได้รับยา รังสี เคมีบำบัด
การตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายทั่วไป
โรคทาง
อายุรกรรมที่เป็ นสาเหตุให้มีบุตรยาก
การตรวจเฉพาะระบบสืบพันธ์สตรี
เยื่อพรหมมาจารี ช่องคลอด คอมดลูก ท่อนำไข่ ตัวมดลูก
การประเมินท่อนำไข มดลูก อวัยวะอุ้งเชิงกราน
ร้อยละ 30 - 50 เกิดจากภาวะอุดตันของท่อนำไข่ มักเกิดภายในการอักเสบอุ้งเชิงกรานจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การทำแท้ง ไส้ติ่งอักเสบ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
การวินิจฉัย
Hysterosalpingogram(HSG) การฉีดสารทึบรังสีและเอ็กซ์เรย์
Endoscopy การส่องกล้อง
Laparoscopy การตรวจอุ้งเชิงกราน
Hysteroscopy ตรวจโพรงมดลูก
ตรวจ รังไข่ ได้แก่ BBT, Cx mucous, Endometrium
biopsy, Serum progesterone
ภูมิต้านทานตัวอสุจิได้แก่ PCT (postcoital test)
เต้านม
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจเลือดทั่วๆไป การตรวจฮอร์โมน ฯ
การตรวจความผิดปกติของการตกไข่
การตรวจวัดระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในในกระแสเลือด คือการเจาะเลือดเพื่อตรวจช่วง 1 สัปดาห์ก่อนประจำเดือนมา
˃ 5 μ/dl = มีการตกไข่
˃ 10 μ/dl= มีการตกไข่ คอร์ปัสลูเทียมทำงานปกติ
การตรวจปัจจัยด้านปากมดลูกหรือการทำ post coital test
ดูมูกที่ปากมดลูกและดูความสามารถของอสุจิในการว่ายเข้าสู่โพรงมดลูก
ระยะที่เหมาะสมในการตรวจคือ 1-2 วันก่อนการตกไข่ โดยให้คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์หลังจากที่งดมา 2-3 วันแล้วให้มารับการตรวจประมาณ 9-24 ชั่วโมง
ตรวจโดยใช้ Syling เล็กๆ ดูดมูกบริเวณposterior fornix มาป้ายแผ่นสไลด์ เพื่อดูว่ามีตัวอสุจิหรือไม่ และ ดูดจากช่องคอมดลูก และยืดดู หากเป็นช่วงตกไข่ มูกจะใสและยืดได้ยาวก่อนจะขาด จากนั้นส่องกล้องดูว่าอสุจิมีการเคลื่อนไหวดีหรือไม่
พบอสุจิเคลื่อไหวเกิน 5 ตัว/HPF แสดงว่าอสุจิว่ายผ่านมูกได้ และมูกที่ปากมดลูกยังเก็บอสุจิไว้
ไม่พบอสุจิเคลื่อนไหว อาจแสดงถึงการอักเสบของโพรงมดลูก
การตรวจวัด basal body temperature หรือ BBT chart
การตรวจการท างานของอสุจิหรือ sperm function
tests
เพศชาย
การซักประวัติ
ประวัติการเจ็บป่วย เช่น โรคคางทูม โรคเบาหวาน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น
การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอลล์ การได้รับรังสี เคมีบำบัด การมีเพศสัมพันธุ์ ความถี่ การผ่าตัด
การตรวจร่างกาย
การตรวจร่างกายทั่วไป และการตรวจระบบสืบพันธ์
หนังหุ้มปลายองคชาต ลักษณะและรูเปิดของท่อปัสสาวะ
ลักษณะรูปร่างอัณฑะ หลอดเลือดขอดในถุงอัณฑะ(Varicocele)
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจเลือดทั่วไป การตรวจฮอร์โมน
ค่าปกติของอสุจิ
ปริมาณน้ำเชื้อมี 2 cc หรือมากกว่า
ความเป็นกรด ด่าง อยู่ที่ pH 6-8
จำนวนอสุจิมี 20ล้านตัว/cc หรือมากกว่า
การเคลื่อนไหว 50% หรือมากกว่า
รูปร่าง 50% ปกติ หรือมากกว่า
มีชีวิต 50% หรือมากกว่า
การตรวจอสุจิ
งดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันตรวจ2-7วัน
นำน้ำอสุจิส่งตรวจภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากเก็บ
ใส่ภาชนะที่เตรียมให้เท่านั้น
ไม่แนะนำให้มีการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแล้วหลั่งข้างนอก หรือ ใช้ถุงยางอนามัย เพราะมีสารที่ทำลายอสุจิได้
การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ
ปริมาตร (volume) ≥ 2 มิลลิลิตร
ความหนาแน่นของตัวอสุจิ ≥ 20ล้านตัวต่อมิลลิลิตร
จำนวนตัวอสุจิทั้งหมด ≥ 40ล้านตัว
การเคลื่อนที่ของอสุจิ ≥ ร้อยละ 50 มีการเคลื่อนที่ไป
ข้างหน้า
รูปร่าง ≥ ร้อยละ 14 รูปร่างปกติ
จำนวนเม็ดเลือดขาว <1 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร
ความเป็นกรด-ด่าง (pH) = 7.2 หรือมากกว่า
การมีชีวิต (vitality) ≥ ร้อยละ 75
การรักษาการมีบุตรยาก
การรักษาแบบขั้นต้น (Conventional)
การกำหนดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ (Timingintercourse)
การกระตุ้นไข่ (Ovulation induction)
การผสมเทียม
คือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปภายในอวัยวะสืบพันธ์เพศหญิง ในช่วงที่ไข่ตก เชื้ออสุจิอาจเป็นของสามี หรือผู้บริจาค วิธีนี้เหมาะกับผู้ชายที่มีเชื้ออ่อนแอ
การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูกโดยตรง Intra-uterine insemination (IUI)
คือ การนำอสุจิที่คัดแยกแล้วฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกที่มีการตกไข่ อสุจิจะว่ายไปผสมกับไข่ด้วยตนเอง แพทย์จะใช้ยากระตุ้นให้ไข่ตกมากกว่า 1 ใบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์
วิธีการนี้ไม่เหมาะสำหรับบางกรณี ได้แก่
ผู้หญิงที่ปัญหาท่อนำไข่ตีบตัน หรือมีผังผืดขวางทางระหว่างไข่กับท่อนำไข่
ท่อนำไข่เสียหาย เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรืออื่นที่ทำให้ไข่ไม่สามารถตกเข้าท่อนำไข่ได้
ผู้ชายที่มีปัญหาน้ำอสุจิ เช่่น มีจำนวนน้อย เคลื่อนไหวผิดปกติ
วิทยาการการช่วยเหลือการมีบุตร (assisted reproductive technologies: ART)
การกระตุ้นการตกไข่
โดยการให้GnRH เป็นระยะ (ตามการหลั่งของ GnRH ที่เป็นระยะ) กระตุ้นการผลิต FSH และ LH หรือ ให้ยาซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ไปกีดกันการทำงานของอีสโทรเจน ไม่่ให้ยับยั้งการทำงานของ GnRH ทำให้ผลิต FSH และ LH มากขึ้น ทำให้มีการตกไข่มากกว่า 1 ใบ จากนั้นจะเลือกไข่ที่แข็งแรงมาใช้ปฏิสนธินอกรางกาย เช่น
GIFT ( Gamete Intrafallopian Transfer )
การนำไข่และเชื้ออสุจิไปใส่ไว้ในท่อนำไข่ หลังจากกระตุ้นให้ไข่สุกหลายใบ แล้วเจาะดูดออกมา 3-4 ใบมารวมตัวกับอสุจิ จากนั้นฉีดเขาไปในท่อนำไข่ทันที
ฝ่ายหญิงจะต้องมีรังไข่ที่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
ZIFT ( Zygote Intrafallopian Transfer )
คล้ายกับการทำเด็กหลอดแก้ว
ไข่และอสุจิที่ถูกเตรียมไว้แล้วจะ๔ุกนำมาผสมกันและเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ 1 วัน ถ้าเกิดการปฏิสนธิแล้วจะใส่ตัวอ่อนกลับเข้าสู่ฝ่ายหญิงผ่านทางหน้าท้อง ใส่ไปในท่อนำไข่
IVF ( In Vitro Fertilization)
การปฎิสนธินอกร่างกายและย้ายตัวอ่อน หรือที่เรียกว่า เด็กหลอดแก้ว คล้ายการทำ GIFT แต่ไข่และอสุจิจะนำมาปฏิสนธินอกร่างกาย โดยเพาะเลี้ยงที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อให้แบ่งตัวจนเป็นตัวอ่อนในระยะ 4-8 เซลล์ ใช้เวลาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ 2-5 วัน จากนั้นนำตัวอ่อนไปใส่ไว้ในโพรงมดลูก
การเก็บไข่
คือการแทงเข็มผ่ายช่องคลอดเข้าสู่รังไข่โดยตรง ซึ่งเห็นได้โดยการอัลตราซาวน์ หรือการแทงผ่านทางหน้าท้องไปรังไข่
การเก็บสเปิร์ม
โดยการหลั่งภายนอก (masturbation) เลือกสเปิร์มที่แข็งแรงเท่านั้น ถ้าต้องเก็บไว้ใช้ภายหลัง สามารถเก็บไว้ในไนโตรเจนเหลวได้หลายปีก็ไม่เสื่อมสภาพ
ข้อบ่งชี้
ท่อนำไข่ตีบตัน
มีผังผืดขวางในอุ้งเชิงกรานซึ่งขัดขวางการเดินทางของไข่สู่โพรงมดลูก
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ความผิดปกติของปากมดลูก
ความผิดปกติของการตกไข่
ภาวะมีบุตรยากไม่ทราบสาเหตุ
สาเหตุจากฝ่ายชาย
Micromanipulation
คือ การใช้เข็มเจาะเปลือกไข่ แล้วให้เชื้ออสุจิวิ่งผ่านรูที่เจาะ หรือการฉีดอสุจิเข้าใต้เปลือกไข่ หรือแม้แต่การฉีดอสุจิเข้า Ooplasm โดยตรง วิธีนี้ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ และผู้เชี่ยวชาญในการทำ วิธัีที่นิยมในปัจจุบัน คือ
อิ๊กซี่ ( Intracytoplasmic Sperm Injection; ICSI)
การฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง ซึ่งทำภายใต้กล้องขยายกำลังสูง หลังจากนั้นจะเกิดการปฎิสนธิกันเกิดเป็นตัวอ่อน เนื่องจากทำให้อสุจิไม่ต้องว่ายไปเอง ซึ่งอสุจิที่ไม่แข็งแรงก็สามารถปฏิสนธิได้
กรณีที่ไม่มีตัวอสุจิในน้ำอสุจิเลย ซึ่งถือว่าเป็นหมัน แต่ปัจจุบันสามารถนำอสุจิออกจากอัณฑะ แล้วนำมาทำอิ๊กซี่
ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้แม้อสุจิจะน้อยกว่่า 100 ตัว ดังนั้น อิ๊กซี่ จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาอสุจิน้อย หรือโครงสร้างผิดปกติ
ข้อบ่งชี้ในการใช้
ตัวอสุจิน้อยมาก (Oligozoospermia)
ตัวอสุจิเคลื่อนไหวไม่ดี (Asthenozoospermia)
ตัวอสุจิรูปร่างผิดปกติ (Teratozoospermia)
อสุจิหลั่งเร็ว (Retrograde ejeculation)
คู่สมรสที่เคยทำการปฏิสนธินอกร่างกายแล้วอสุจีกับไข่ไม่สามารถปฏิสนธิกันได้
นางสาวกัลญา บุญโพธิ์ ปี 2 ห้อง A เลขที่ 6 รหัสนักศึกษา 613601006