Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค - Coggle Diagram
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG Vaccine)
วัคซีนบีซีจี เป็นวัคซีนชนิดผงแห้ง (freeze-dried) ที่มีใช้ในประเทศไทยขณะนี้ (ปีพ.ศ. 2555)
ขนาดและวิธีใช้
การให้วัคซีนบีซีจี ให้ฉีดเข้าในหนัง (intradermal injection) สำหรับ BCG-TRC ใช้ปริมาตรครั้งละ 0.1 มิลลิลิตร ในทุกอาย
ส่วนวัคซีนบีซีจีของ serum institute of India ใช้ขนาด 0.05 มิลลิลิตร ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และขนาด 0.1 มิลลิลิตร
ในเด็กอายุมากกว่า 1 ปี ตำแหน่งที่กำหนดให้ฉีดคือบริเวณต้นแขน ไม่ควรฉีดบริเวณสะโพก ต้นขา หรือฝ่ าเท้าเพราะ
ดูแลรักษาผิวหนังหลังการฉีดได้ยาก
อายุที่ควรรับวัคซีน
เด็กทุกคนในประเทศไทยจึงควรรับวัคซีน
โดยให้ฉีดตั้งแต่แรกเกิด และให้ฉีดในทารกที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีด้วย
ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน
หลังจากฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal) น้ำยาจะดันผิวหนังให้โป่งนูนและเห็นรูขุมขนขนาดประมาณ 6-8 มิลลิเมตร หลังฉีดประมาณ 1 ชั่วโมง ผิวหนังโป่ งจะยุบหายไปคงเห็นเป็นสีแดง ๆ
ตรงบริเวณรอยเข็มแทงอีก 2-3 วัน ระหว่างสัปดาห์ที่ 2-3 จะเกิดตุ่มแดง ๆ บริเวณที่ฉีด ตุ่มจะโตขึ้นช้าๆ และอาจกลายเป็นฝีเม็ด
เล็กๆ และมีหัวหนอง
คำแนะนำ
รักษาผิวหนังบริเวณที่ฉีดให้สะอาด แผลจากการฉีดบีซีจีจะเป็นๆ หายๆ อยู่ 3-4 สัปดาห์ไม่จำเป็นต้อง
ใส่ยาหรือปิดแผล เพียงใช้สำลีสะอาดชุบน้ำ เช็ดรอยแผลให้สะอาดก็พอแล้ว และเตือนบิดามารดา
ไม่ให้บ่งตุ่มหนอง
วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine : HB)
ชนิดของวัคซีน
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HB) เป็นวัคซีนชนิดน้ำ เตรียมจากโปรตีนผิวนอกของเชื้อไวรัส
ตับอักเสบบี (HBsAg)
ขนาดและวิธีการใช้
เด็กแรกเกิดถึงเด็กวัยรุ่นให้วัคซีนครั้งละ 0.5 มล.เข้ากล้ามเนื้อบริเวณกึ่งกลางต้นขาด้านหน้าค่อนไปด้านนอกในทารกหรือเด็กเล็ก
หรือบริเวณต้นแขนในเด็กโต จะต้องฉีดอย่างน้อย 3 เข็ม ในเดือน
ที่ 0, 1-2 และ 6 หรือฉีดในเดือนที่ 0, 1, 2, 12 ก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นวัคซีนรวมกับ คอตีบ-บาดทะยักไอกรน
ในผู้ใหญ่ ให้วัคซีนครั้งละ 1 มล. เข้ากล้ามเนื้อ
บริเวณต้นแขน ไม่ควรฉีดที่สะโพก
อายุที่ควรรับวัคซีน
เด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนนี้ตั้งแต่แรกเกิดเพราะจะช่วยป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิดภายใน 24 ชั่วโมง
หลังคลอดครั้งที่สองอายุ 1-2 เดือน และครั้งที่สามอายุ 6-7 เดือน
ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน
เด็กที่ได้รับวัคซีนบางราย อาจมีอาการปวด บวม บริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ต่ำๆอาการมักเริ่มราว 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด และนานไม่เกิน 24 ชั่วโมง
คำแนะนำ
ควรให้ยาลดไข้เฉพาะในเด็กที่มีไข้หรือ
ร้องกวนมาก
วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (Diphtheria-Tetanus-Pertussis)
ชนิดของวัคซีน
วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ (DTwP) มีทั้งที่เป็นวัคซีนเดี่ยวและวัคซีนรวม ที่มีส่วนประกอบของคอตีบ บาดทะยัก และไอกรนชนิดทั้งเซลล์รวมกับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี(DTwP-HB)
ขนาดและวิธีการใช้
วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนสำหรับเด็กเล็กใช้ฉีดครั้งละ0.5 มล.
เข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นขาหรือต้นแขนรวม 5 โด๊สโดย 4 เข็มแรกฉีดให้กับเด็กเล็กที่อายุ 2, 4, 6, 15-18 เดือน และฉีดเข็มที่ 5 ในเด็กโต
อายุ 4-6 ปี
อายุที่ควรรับวัคซีน
เด็กทุกคนที่อายุน้อยกว่า 7 ปี และไม่มีข้อห้ามสำหรับวัคซีน ควรได้รับวัคซีน DTwP หรือDTaP เมื่ออายุ 2, 4, 6, 15-18 เดือน และ 4-6 ปี
ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน
เด็กที่ได้รับวัคซีน DTP อาจมีไข้ และร้องกวนได้ บางรายอาจมีอาการปวด บวม แดงร้อนบริเวณที่ฉีดวัคซีน อาการมักจะเริ่มราว 3-4 ชั่วโมงหลังฉีดและมีอาการนานไม่เกิน 2 วัน
คำแนะนำ
ควรให้ยาลดไข้ในกรณีเด็กมีอาการตัวร้อนมากและร้องกวน รวมทั้งเช็ดตัวเด็กด้วยน้ำอุ่น หลังจากกินยาลดไข้แล้ว 20-30 นาที
วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก
(Diphtheria and Tetanus toxoids combined : DT
ชนิดของวัคซีน
วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก (DT, dT) เป็นวัคซีนที่ทำจากพิษ
และทำให้หมดฤทธิ์ด้วยสารเคมี(toxoid) ของเชื้อคอตีบและบาดทะยักที่ทำให้บริสุทธิ์
ขนาดและวิธีใช
วัคซีน DT ใช้สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 7 ปี
ฉีดวัคซีน 0.5 มล. เข้ากล้ามเนื้อบริเวณกึ่งกลาง
ต้นขาด้านหน้าค่อนไปทางด้านนอก
อายุที่ควรรับวัคซีน
เด็กทุกคนที่อายุน้อยกว่า 7 ปีที่ไม่สามารถรับวัคซีนไอกรนได้ ควรรับวัคซีน DT แทน DTP ทุกครั้งมื่ออายุ 2, 4, 6, 18 เดือน และ 4-6 ปี
ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน
อาการบวมมากของแขนหรือขาข้างที่ได้รับวัดซีน
ซึ่งมักเกิดหลังฉีดภายใน 2-8 ชั่วโมง
วัคซีนป้องกันบาดทะยัก
Tetanus Toxoids : TT
ชนิดของวัคซีน
ผลิตจากเชื้อและพิษของเชื้อบาดทะยักที่ผ่านขั้นตอนการทำให้หมดฤทธิ์ในการก่อโรค
อายุที่ต้องได้รับวัคซีนและวิธีการใช้
เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปที่ไม่เคยฉีดวัคซีนนี้และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน หรือเด็กที่ฉีดวัคซีนนี้ไม่ครบ 3 ครั้ง
เด็กที่ฉีดวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ครบ 5 ครั้งแล้ว
ควรฉีดวัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ เมื่อมีอายุ 12-16 ปีจากนั้นให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำทุก 10 ปี
ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน
มีอาการปวด แดง หรือบวมบริเวณที่ฉีดวัคซีน
ไข้อ่อน ๆ และหนาวสั่นปวดศีรษะและปวดเมื่อยตามร่างกาย
วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ
(Poliomyelitis vaccine:
OPV, IPV)
ชนิดของวัคซีน
ชนิดรับประทาน (OPV, Sabin) : attenuated live oral poliomyelitis vaccine
ชนิดฉีด (IPV, Salk) : inactivated poliomyelitis vaccine
ขนาดและวิธีใช้
วัคซีน OPV ให้โดยการรับประทาน ขนาดโด๊สละ 0.1-0.5 มล.
วัคซีน IPV ให้โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ทั้งชนิดรวมกับวัคซีน
DTP และชนิดเดี่ยวให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณกึ่งกลางต้นขาด้านหน้าค่อนไปด้านนอกหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน
อายุที่ควรรับวัคซีน
เด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนโปลิโอ ในเด็กที่แข็งแรงปกติจะให้ OPV หรือ IPV ก็ได้วัคซีน OPV มักให้พร้อมกับวัคซีน DTP การให้ชุดแรกควรให้ 4 ครั้ง เมื่ออายุประมาณ 2, 4, 6 เดือนและ ครั้งที่ 4
เมื่ออายุประมาณ 18 เดือนละให้วัคซีนเสริมกระตุ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นการให้ครั้งที่ 5 เมื่อ อายุ4-6 ปี วัคซีน IPV อาจให้เพียง 2 เข็ม เมื่ออายุประมาณ 2 และ 4 เดือน และฉีดเข็มที่ 3 เมื่ออายุ 6-18 เดือนและให้ซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ปี
ปฏิกิริยาจากการให้วัคซีน
วัคซีน OPV ทำให้เกิดปฏิกิริยาหรือผลข้างเคียงน้อยมาก
วัคซีน IPV ไม่ทำให้เกิดอัมพาตเนื่องจากผลิตจากเชื้อที่ตายแล้ว อาจทำให้มีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีดหรือมีไข้หลังการฉีด
วัคซีนไอกรนชนิดไม่มีเซลล์
ชนิดของวัคซีน
วัคซีนไอกรนเดิมที่มีใช้เป็นชนิดเชื้อตายชนิดเต็มเซลล์
อายุที่ควรไดรับวัคซีน
ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่ไม่มีอาการแพ้
ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน
มีอาการข้างเคียงน้อยกว่าชนิดเต็มเซลล์อย่างชัดเจน สามารถใช้
ทดแทนชนิดเต็มเซลล์ได้ตั้งแต่เข็มแรก (2 เดือน)