Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะไม่สุขสบายในระยะตั้งครรภ์ ไตรมาส 3, นางสาวพิทยารัตน์ วิรังหมู เลขที่…
ภาวะไม่สุขสบายในระยะตั้งครรภ์
ไตรมาส 3
เจ็บชายโครง
สาเหตุ
มดลูกขยายใหญ่ขึ้น ทำให้กะบังลมซึ่งอยู่ระดับชายโครงทั้งสองข้างถูกดันให้สูงขึ้นจึงรู้สึกแน่นอึดอัด และเจ็บชายโครง
ลูกน้อยโตขึ้นจะดิ้น เตะ ถีบ กระทุ้งตัวแรงขึ้น และเมื่อลูกดิ้นมา
กระทบกับกระดูกชายโครงจะทำให้รู้สึกเจ็บ
รู้สึกจุกแน่นบริเวณชายโครง คล้ายๆกับลูกน้อยเตะ
หรือถีบอย่างแรง พบบ่อยในช่วงเดือนท้ายๆ ของการตั้งครรภ์
คำแนะนำ
นั่งตัวตรง ยืดตัว จะท าให้อาการเจ็บชายโครงน้อยลง
สวมเสื้อผ้าหลวมสบาย
ทำกายบริหาร โดยยกแขนข้างหนึ่งชูขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ พร้อมกับสูดลมหายใจ
ลึกๆ ค่อยๆ ลดแขนลงพร้อมกับผ่อนลมหายใจออก ทำสลับแขนซ้ าๆ หลายๆ
ครั้งจนอาการหายไป
เจ็บเต้านม
ยิ่งใกล้กำหนดคลอด เต้านมจะมีขนาดใหญ่ขึ้น
และ หนักมากขึ้น จนทำให้รู้สึกปวดและถ่วงที่ฐานเต้านม
สาเหตุ
ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ทำให้เต้านมขยายใหญ่ขึ้น
โครงสร้างของเต้านมจะถูกถ่วงดึงจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
ต่อมน้ำนมจะคัดตึงเพื่อเตรียมสร้างน้ำนม
คำแนะนำ
เปลี่ยนยกทรงให้มีขนาดพอดีกับเต้านม เลือกยกทรงที่ทำจากผ้าฝ้ายที่สวมใส่สบาย
ถ้าเต้านมใหญ่มาก คุณแม่ควรสวมยกทรงขณะนอนด้วย
สวมแผ่นซับน้ำนมไว้ใต้เสื้อยกทรงเพื่อซับน้ำนมที่ไหลออกมา
ทำความสะอาดเต้านมและหัวนมวันละครั้ง ขณะอาบน้ำด้วยสบู่แล้วซับให้แห้ง
ทาหัวนมด้วยโลชั่นหรือออยด์สำหรับเด็กอ่อน
เท้าและข้อเท้าบวม
อาการบวมที่ข้อเท้าและหลังเท้า ถือว่าเป็นอาการปกติในระยะตั้งครรภ์ แต่ถ้ามีอาการบวมที่มือ ใบหน้า หรือบวมทั่วตัว
ถือว่าเป็นอาการผิดปกติ และให้นึกถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ
สาเหตุ
น้ำหนักของลูกน้อยกดทับเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เลือดไหลเวียนกลับจากขาไม่สะดวก
ฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้น้ำและเกลือโซเดียมคั่งในร่างกายมากขึ้น และทำให้น้ำรั่วผ่านผนังหลอดเลือดฝอยมาขังอยู่ที่เนื้อเยื่อเพิ่มมากขึ้น
การกินอาหารเค็มจัดหรือขาดโปรตีน
ภาวะครรภ์เป็นพิษ
คำแนะนำ
ยกขาสูงบ่อยๆ เพื่อลดอาการบวม และหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งห้อยเท้านานๆ ควรนอนตะแคงซ้ายหรือยกขาพาดบนเก้าอี้ไว้ขณะนั่งพัก และพักผ่อนให้มากขึ้น
ไม่กินอาหารเค็มจัด ช็อกโกแลต กาแฟ หรือชาที่มีคาเฟอีน ให้กินอาหารประเภทโปรตีนเพิ่มขึ้น
สวมรองเท้าที่ใส่สบาย เพราะเท้าจะบวมมากกว่าปกติในช่วงบ่ายและเย็นของแต่
ละวัน ไม่สวมแหวนเพราะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นแหวนจะคับนิ้วจนถอดไม่ออก
ไม่ใช้ถุงน่องที่รัดแน่นเกินไป ไม่ใช้ผ้ายืดพันส่วนขา
สังเกตอาการของภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ มือบวม ใบหน้าบวม น้ำหนักเพิ่ม อย่างรวดเร็ว
ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ ปัสสาวะออกน้อย ถ้ามีอาการดังกล่าวควรรีบไปตรวจและรับการรักษาทันที
ปวด ชาฝ่ามือ
สาเหตุ
เกิดจากการบวมของเนื้อเยื่อพังผืดที่ข้อมือแล้วไปบีบรัดเส้นประสาท
ที่ทอดผ่านจากแขนไปสู่นิ้วมือ ทำให้เกิดอาการชาบริเวณปลายประสาท
เส้นประสาทที่รักแร้ถูกกด เพราะน้ำหนักของมดลูกและเต้านมที่โตขึ้นขณะตั้งครรภ์
ไปดึงรั้งรักแร้หรือไหล่ให้กดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนและมือ ทำให้เกิดอาการชาบริเวณปลายประสาท
อาการปวด ชา หรือเจ็บยิบๆ ที่ฝ่ามือ หรือนิ้วมือมักมีอาการตอนกลางคืนและตอนเช้า เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยนักและจะหายไปเองหลังคลอด
คำแนะนำ
แช่มือด้วยน้ำอุ่น เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดที่ฝ่ามือดีขึ้น
นวดข้อมือและฝ่ามือบ่อยๆ ขยับนิ้วมือขึ้นลง
หรือกางนิ้วมือออกกว้างๆ ค้างไว้2-3 วินาทีแล้วหุบนิ้วมือ
ขณะนอนควรวางมือบนหมอนให้สูงจากที่นอนเล็กน้อย จะช่วยลดอาการข้อมือบวม และไม่นอนทับแขน หรือนอนงอแขน
ปวดหลัง
อาการปวดหลังบริเวณบั้นเอว และจะปวดมากในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อาจมีอาการปวดหลัง
ส่วนล่างต่ำกว่าเอวและร้าวลงไปที่สะโพก ขาหัวเข่า หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากน้ำหนักของมดลูก
ไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลังที่ลงไปเลี้ยงขาจนถึงเท้า
สาเหตุ
มดลูกโตขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้น ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไป คุณแม่จึงต้องยืนแอ่นหลังรับน้ำหนักมดลูกเพื่อให้สามารถทรงตัวอยู่ได้
ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นในระยะตั้งครรภ์ ทำให้เอ็นและข้อต่อกระดูก
สันหลัง ข้อสะโพก และกระดูกเชิงกราน หย่อนตัวเพื่อเตรียมพร้อมส าหรับการคลอด
จึงทำให้กล้ามเนื้อหลังตึงตัวมากขึ้นเพื่อพยุงน้ำหนักของมดลูกไว
อาการปวดหลังบริเวณบั้นเอวขณะพลิกตะแคงตัว เกิดจากลูกน้อยไปกดทับ
ข้อต่อกระดูกเชิงกราน และเกิดจากการขยับเคลื่อนของข้อต่อที่หย่อนตัว
คำแนะนำ
อยู่ในท่าที่เหมาะสม เช่น ขณะนั่งควรมีหมอนรองรับความโค้งบริเวณบั้นเอว
ควรนอนท่าตะแคงและใช้หมอนหนุนรองที่ ใต้ข้อเข่า ท้อง และคอ
ไม่ยกของหนัก และหากจำเป็นต้องยกของ ให้ย่อเข่าแล้วใช้กล้ามเนื้อต้นขาทั้ง
สองข้างดันตัวขึ้นยืน ห้ามเกร็งกล้ามเนื้อท้องและหลัง หรือก้มหลังยกของเด็ดขาด
นอนบนฟูกหรือที่นอนที่ไม่อ่อนนุ่มจนเกินไป
เลือกรองเท้าส้นเตี้ยที่สวมสบาย
ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง โดยยืนเอาหลังแนบฝาผนัง
จะช่วยป้องกันและผ่อนคลายอาการปวดหลัง
ปวดหัวหน่าวและเชิงกราน
สาเหตุ
ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงมาก ทำให้เอ็นและข้อต่อกระดูกสะโพก กระดูกหัวเหน่า
และกระดูกเชิงกรานหย่อน หลวม และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด
ลูกน้อยกลับเอาศีรษะลงข้างล่าง และกดตรงกระดูกข้อต่อกระดูกหัวเหน่า
อาการเจ็บแปลบที่หัวเหน่าอาจเกิดจากศีรษะลูกน้อยไปชนหรือกดบนกระเพาะปัสสาวะที่มีน้ำปัสสาวะอยู่เต็ม
มีข้อเคล็ดขณะลุกเดินหรือขยับตัวเปลี่ยนท่านอน หรือรู้สึกราวกับว่า
กระดูกหัวเหน่าและข้อต่อกระดูกเชิงกรานจะขยับแยกออกจากกัน
มักพบในช่วงเดือนท้ายๆก่อนคลอด
คำแนะนำ
ออกกำลังกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณข้อต่อแข็งแรง
นั่งเอนตัวไปข้างหน้า อย่าให้น้ำหนักกดบริเวณอุ้งเชิงกรานมากเกินไป หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินติดต่อกันนานๆ
ไม่นอนบนที่นอนที่แข็งจนเกินไป ควรนอนตะแคงกอดหมอนข้าง
หรือวางหมอนนิ่มๆ ระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้างและใต้ท้อง
ไม่กลั้นปัสสาวะ และปัสสาวะก่อนเข้านอน
หายใจลำบาก
คำแนะนำ
ไม่นอนหงายเป็นเวลานาน ใช้หมอนหนุนศีรษะและหลังส่วนบน
หรือนอนตะแคงซ้ายเพื่อไม่ให้หลอดเลือดดำบริเวณหลังถูกกด
ไม่ทำอะไรรีบร้อน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนแออัด
บริหารร่างกายโดยยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะหายใจเข้าช้าๆ วางมือลงพร้อมหายใจออกช้าๆ
หรือ กางแขนออกแล้วยกมือขึ้นแตะกันเหนือศีรษะ หายใจเข้าช้าๆ
จากนั้นกางแขนออกช้าๆ พร้อมหายใจออก จะท าให้ช่องออกยืดออกกว้างขึ้น
อาการอึดอัด หายใจไม่สะดวก หรือหายใจตื้นไม่เต็มอิ่ม
มักเกิดในระยะท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ และอาการจะดีขึ้น
เมื่อท้องลด เกิดจากมดลูกที่โตขึ้นไปเบียดพื้นที่ในช่องท้อง
และช่องอก
สาเหตุ
มดลูกที่โตขึ้นไปดันกระบังลม ท าให้หายใจลำบาก เพราะปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที
ฮอร์โมนที่สร้างขณะตั้งครรภ์ทำให้หลอดเลือดฝอยของทางเดินหายใจบวม กล้ามเนื้อปอดและหลอดลมคลายตัวทำให้หายใจเอาลมเข้าปอดได้ไม่เต็มที่
มดลูกไปกดหลอดเลือดดำบริเวณหลัง ทำให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจลดลง
นางสาวพิทยารัตน์ วิรังหมู เลขที่ 80 ชั้นปีที่ 2 รหัสนักศึกษา 612401082