Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Asthma (วิตกกังวลเกี่ยวกับการเจ็บป่วย (กิจกรรมการพยาบาล (สร้างสัมพันธภาพที…
Asthma
-
-
-
-
ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
กิจกรรมการพยาบาล
-
2.ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอุณหภูมิของร่างกาย หากสูงกว่าปกติ อาจแสดงถึงการติดเชื้อภายในร่างกาย เพื่อประเมินการติดเชื้อ
- ดูแลการพยาบาลตามหลักเทคนิค (Sterile/ aseptic) เพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น
-
-
- .ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น wbc, sputum gramstain/ culture เพื่อประเมินคความรุนแรงของการติดเชื้อ
- กระตุ้นไออย่างมีประสิทธิภาพและวิธีการไอที่ถูกต้องเพื่อช่วยในการขับเสมหะที่คั่งค้างในระบบทางเดินหายใจ ลดการติดเชื้อ
-
ข้อมูลสนับสนุน
S : หายใจหอบเหนื่อย ไอคล้ายมีเสมหะอยู่ใน ลำคอ ขับเสมหะไม่ออก
O : ผลตรวจทางห้องปฏิบัตืการ
WBC 13,600 cell/mm3
Neutrophil 69.6 %
Lymphocyte 24.9 %
สัญญาณชีพ
อุณหภูมิร่างกาย 36.7 ๐C
ชีพจร 144 ครั้ง/นาที
อัตราการหายใจ 30 ครั้ง/นาที
ความดันโลหิต 139/92 mmHg
-
พยาธิ
2.ต่อมมูก (mucous glands ) เพิ่มขึ้น สร้างมูกในชั้นเยื่อบุหลอดลม มีปริมาณเพิ่มขึ้น หลั่งมูกออกมาอยู่ในหลอดลมนมากขึ้น อาจอุดตันหลอดลมได้
3.Reticular besement membrane หนาขึ้น และเส้นเลือดใต้ต่อมผนังหลอดลมนี้ จะมีเพิ่มขึ้น ขยายใหญ่ขึ้น และอาจสร้างเส้นเลือดใหม่ ๆ เกิดขึ้น ทําให้ผนังหลอดลม หนาขึ้น หลอดลมเล็กและใหญ่จึงแคบลง บางแห่งจะอุดตัน เกิดความผิดปกติในการระบายอากาศและแลกเปลี่ยนก๊าซ
1.กล้ามเนื้อของหลอดลมหนาขึ้น พบทั้งในหลอดลมขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เป็นสาเหตุให้หลอดลมแคบลงกว่าคนปกติเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวในขนาดเท่ากัน
สาเหตุ
เกิดขึ้นได้หลายปัจจัย
เกิดจากหลอดลมมีภาวะไวต่อการกระตุ้นจากสารก่อภมิแพ้หรือสิ่งแวดล้อม หากถูกกระตุ้นจะทำให้กล้ามเนื้อของหลอดลมหดเกร็ง มีการบวมของเยื่อบริเวณหลอดลม ทำให้อักเสบ ตีบ แคบ หายใจลำบาก
-
-
-
-
-
-
สาเหตุในผู้ป่วยรายนี้ที่ทำให้อาการกำเริบเกิดจากการที่ผู้ป่วยทำงานอยู่ในโรงงานพลาสติก ซึ่งอาจมีสารเคมีซึ่งเป็นตัวกระตุ้นได้ ร่วมกับการที่สามีผู้ป่วยสูบบุหรี และผู้ป่วยให้ประวัติว่าได้รับกลิ่นควันบุหรี่เป็นประจำทุกวัน ทำให้กระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อของหลอดลมหดเกร็ง มีการบวมของเยื่อบุบริเวณหลอดลม ทำให้เกิดการอักเสบ ตีบแคบ หายใจลำบาก
การรักษา
ไม่สามารถรักษาหายขาดได้ แต่ควบคุมอาการให้เป็นปกติได้นานที่สุด ให้อาการสงบ และให้ผู้ป่วยมีชีวิตเป็นปกติสุข
-
กลไกการเกิด
แบ่งได้3ระยะ
2.การอักเสบของหลอดลมเรื้อรัง เซลล์เพิ่มมากขึ้นทั้งในเซลล์บุหลอดลม(epithelia cells) และชั้นใต้เซลล์หลอดลม (subepithelial cells ) เซลล์ตัวนี้สามารถหลั่ง mediators ทําให้เส้นเลือดมีรูรั่ว นํ้ามูกถูกหลั่งมากขึ้น กล้ามเนื้อเกร็งตัว และเซลล์บุหลอดลมหลุดร่วง การที่เซลล์บุหลอดลมหลุดร่วง จะทําให้หลอดลมไวเกิน (bronchial hyperreactivity, BHR) ผลตามจะทําให้หลอดลมอักเสบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
3.การซ่อมสร้างหลอดลม (airway remodelling) เมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดลมโดยผนังหลอดลมจะถูกทดแทนโดยเนื้อเยื่อชนิดใหม่กลายเป็นพังผืด กล้ามเนื้อหลอดลมหนาตัวขึ้นและต่อมมูกเพิ่มจํานวนมากขึ้น นอกจากนี้ยังหลั่ง cytokines กระตุ้นให้เซลล์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบรวมตัวกันที่ผนังหลอดลมอย่างต่อเนื่อง และมีชีวิตนานขึ้น ทําให้การอักเสบของหลอดลมไม่สิ้นสุดง่าย ๆ สามารถก่อให้เกิดทั้งการซ่อมสร้างและเกิดพังผืดร่วมไปด้วย
1.การอักเสบของหลอดลมแบบเฉียบพลัน เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยสารก่อภูมิแพ้ที่ปรากฏในเชลล์เยื่อบุ (mucosal dendritic cells ) จะทําให้ Tlymphocytes ถูกกระตุ้น เกิดการสร้าง antigen specific lgE ทําให้ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนี้มากกว่า ทําให้กล้ามเนื้อหลอดลมหดเกร็ง หลั่งน้ำมูก และหลอดเลือดขยายตัว มีรูให้สารนํ้ารั่วจากเส้นเลือดซึมออกสู่หลอดลม
-
-